'ธนกร' เชื่อเสถียรภาพรัฐบาลยังเดินหน้าไปได้!

'ธนกร' เชื่อเสถียรภาพรัฐบาลยังไปได้แม้มีเห็นต่างร่าง กม.บางฉบับ ชี้ พรรคร่วมเดินหน้าทำงาน ลุยแก้ปัญหาให้ ปชช.ต่อเนื่อง แนะยึดประโยชน์ประเทศ-ประชาชนเป็นหลัก

16 เม.ย.2568 - นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการสำรวจความเห็นประชาชนของซูเปอร์โพลที่ผลกว่า 74% ไม่มั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลและเชื่อว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังสงกรานต์ ว่า รัฐบาลต้องรับฟังทุกความเห็นของประชาชนและควรที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความมั่นใจควบคู่ไปด้วย แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีหลายพรรค แม้ว่ามีความเห็นต่างในบางเรื่อง เช่นร่างกฎหมายบางฉบับที่ยังต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้าใจให้ข้อมูลกับประชาชนให้รอบด้าน

เมื่อถามว่า แต่ที่ผ่านมาก็มีบุคคลในพรรคร่วมออกมาแสดงท่าทีเหมือนขัดแย้งกันอยู่หลายครั้งหลายเรื่องนั้น นายธนกร กล่าวว่า การที่พรรคร่วม หรือบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาลมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ถือเป็นเรื่องที่ดีเพื่อจะช่วยทำให้รัฐบาลพิจารณากฎหมายและดำเนินนโยบายหรือโครงการต่าง ๆให้เกิดความรอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารัฐบาลใดก็ตามที่เห็นพ้องต้องกันไปเสียหมดทุกเรื่อง ไม่มีการคัดค้านหรือไม่เห็นต่างเลย มักจะอยู่ไม่ยาวเพราะถูกมองว่าเป็นการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งขณะนี้การทำงานของรัฐบาลที่มีหลายพรรคและเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน มองว่าก็เป็นเรื่องธรรมดา เพื่อให้เกิดความรอบคอบ โดยความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ยังคงเป็นไปด้วยดี ไม่ได้แตกหัก ร้าวลึก หรือประสานกันไม่ได้ตามที่ถูกมอง ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังคุยกันได้ พร้อมเดินหน้าทำงานตามนโยบายและมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญความเห็นต่างต้องนำมาซึ่งความรอบคอบ และต้องมาจากการที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เชื่อว่าจะเป็นส่วนดีของรัฐบาลชุดนี้ที่จะทำให้มีเสถียรภาพ เดินไปจนครบวาระได้ ขณะเดียวกันก็ต้องขอฝากรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน ลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่น ทั้งภายในและนักลงทุนต่างประเทศด้วย เชื่อว่า หากรัฐบาลยึดประโยชน์ประเทศและประชาชนเป็นหลักจะเดินหน้า ทำงานต่ออย่างเข้มแข็งได้” นายธนกร กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดร่วมภาครัฐ-เอกชน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 227/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

'ยศชนัน' มั่นใจไม่มีปัญหา ภูมิใจไทยกลับลำ เลิกหนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทย

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท. ว่า ทราบเรื่องแล้ว

'เพื่อไทย' กำชับ สส. ห้ามแตกแถว อภิปรายหนุน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค

อดีต รมว.อุตสาหกรรมเชื่อมือ 'อนุทิน' เด็ดขาดล้างมาเฟียต่างชาติยึดพะงัน-ภูเก็ต

'ธนกร' มั่นใจ 'อนุทิน' เด็ดขาด พร้อมสั่งฟันมาเฟียต่างชาติยึดภูเก็ต-พะงัน ลั่นต้องจัดระเบียบใหม่ คุมเข้มนอมินีผู้มีอิทธิพลแย่งอาชีพคนไทย ชี้เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน

พรรคร่วมรัฐบาลเขย่าเก้าอี้ 'ศุภจี' หากแก้ปัญหาทุเรียนไม่ได้ ก็ลาออกไป จี้จัดการใบอนุญาตส่งออก

นายคริส โปตระนันท์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏตัวอยู่ในคลิปของ อินฟลูเอนเซอร์ ก่อนที่จะมีการไลฟ์สดขายทุเรียน ว่า สิ่งที่นางศุภจี ทำ อาจไม่ได้แก้ไขเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ เรื่องที่เป็นหัวใจโครงสร้างปัญหาทุเรียนในปัจจุบัน จนตอนนี้โซเชียลฯได้ถล่มรมว.พาณิชย์จำนวนมาก และขอเรียกร้องให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่ง

'ภูมิใจไทย' เคาะชื่อประธาน กมธ. 14 คณะ ปลอบใจหลุดโผรัฐมนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรียกประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็ก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง