
‘จิรายุ’ เผย 6 เดือน แพทองธาร สนง.สถิติแห่งชาติ รายงานผลปชช.ชื่นชมหลายนโยบายรัฐบาลมาถูกทางแล้ว. 30 บาท รักษาทุกที่ คนพอใจมากสุด ตามติดด้วย เงินหมื่น ลดค่าไฟ-พลังงาน และกระตุ้นการท่องเที่ยว และสมรสเท่าเทียม
5 พ.ค.2568-นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ครบ 6 เดือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในทุกจังหวัดทั่วประเทศพบว่า ประเด็น ความพึงพอใจในนโยบาย/มาตรการ/โครงการของรัฐบาล ในระดับมากที่สุด-มาก ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.นโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ร้อยละ 71.6 และ 2.โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินหมื่นร้อยละ 55.8 3.กฎหมายสมรสเท่าเทียม ร้อยละ 41.3 และ 4.การลดภาระ ค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า -พลังงานแก่ประชาชน ร้อยละ 32.6 และ 5. การส่งเสริมการท่องเที่ยวร้อยละ 30.3
เมื่อพิจารณาความพึงพอใจต่อผลงานรัฐบาลจำแนกเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)ยังมีสัดส่วนสูงที่ร้อยละ 40.1 รองมาคือ ภาคเหนือ ที่ร้อยละ 28.5 ภาคกลาง ร้อยละ 24.7 ภาคใต้ ร้อยละ 20.1 และกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 14.7 และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มอายุพบว่าประชาชนในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60ปีขึ้นไป มีความพึงพอใจพอใจฯ ในระดับมาก – มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ร้อยละ 31.5
ในส่วนของการให้บริการของภาครัฐ ยังพบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐในระดับมาก – มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไฟฟ้าร้อยละ 66 น้ำประปา ร้อยละ 59.7 ถนนหนทาง ร้อยละ 55.1 การบริการสาธารณสุข ร้อยละ 52.2 และการจัดเก็บขยะมูลฝอย ร้อยละ 46.4
จากผลสำรวจพบเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วน 5 อันดับแรก ได้แก่ การควบคุมราคาสินค้าอุปโภค -บริโภคร้อยละ 86.7 รองลงมาได้แก่ ลดภาระค่าใช้จ่าย ด้านพลังงาน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา น้ำมันเชื้อเชื้อเพลิง อยากให้ทำต่อเนื่อง ร้อยละ 67.5 การแก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 43.0 การแก้ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 35.5 และเพิ่มสวัสดิการเช่น เงินผู้มีรายได้น้อย การรักษาพยาบาลการศึกษา ร้อยละ 30.3 สำหรับในช่องทาง ที่ประชาชนสนใจติดตาม/รับรู้ฯมากที่สุดยังเป็นทางโทรทัศน์ ร้อยละ 68.4 รองลงมาได้แก่ สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ติ๊กต๊อก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ร้อยละ 59.6 และญาติ/หรือคนรู้จัก ร้อยละ 16.9
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันอังคารที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมาที่จังหวัดนครพนม สำนักงานสถิติ ได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย และสั่งการไว้ในหลายประเด็น เช่น “โครงการคุณสู้ เราช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย โดยตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม2567-18 มีนาคม 2568 มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.3 ล้านบัญชี การแก้ปัญหายาเสพติดใน “โครงการท่าวังผาโมเดล และธวัชบุรีโมเดล” มุ่งสู่จังหวัดสีขาว เพื่อค้นหาผู้เสพยาเสพติด (Re X-Ray) ดำเนินการ Re X-Ray ได้ 1,066,407 ราย (จากเป้าหมาย 4,112,206 ราย) (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568) ตลอดจนการจัดสวัสดิการสังคม เช่น การดำเนินโครงการบ้านเพื่อคนไทยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 250,033 ราย ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติการกู้สินเชื่อ (Pre-Approve) จำนวน 135,678 คน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2568 และสามารถเข้าพักอาศัยได้ในปี 2570
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
รัฐบาล โอ่ 'สิงคโปร์' สนใจ 'แลนด์บริดจ์' ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันประเมินคุ้มทุนทางศก.
‘โฆษกรัฐบาล’ เผย วงคุย นายกฯ-รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ชื่นมื่น ระบุสิงคโปร์สนใจ ‘แลนด์บริดจ์’ ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันรัฐประเมินคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ไม่อนุมัติโครงการกระดาษเปล่าแน่นอน
'พนักงานจ้างท้องถิ่น' เฮ! ขึ้นค่าตอบแทน ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67
รัฐบาลเดินหน้าปรับค่าตอบแทน 'พนักงานจ้างท้องถิ่น' มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 ยกระดับรายได้ให้สอดคล้องนโยบายปรับเงินเดือนภาครัฐ

