
‘ศิริกัญญา’ เปิดฉาก ถบงบปี 70 เป็นฝีแตก ซัด ยังไม่เห็นความจริงใจจากนายกฯ-รองนายกฯ เศรษฐกิจ กอดแต่คำพูดสวยหรูรักษาวินัยการเงินการคลัง ภูมิใจบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งเพิ่มเอาท์ลุค ปัญหาเรื้อรังซ่อนใต้พรมยังไม่แก้ งบรายจ่ายสูงขึ้นแต่งบลงทุนกลับถูกตัด ชี้ ปีนี้เดิมพันสูง หากสถานการณ์โลกไม่เป็นไปตามคาด หวั่นหนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 70%
29 มิ.ย.2569-น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายเป็นคนแรกหลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง แถลงร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาทว่า เป็นงบประมาณเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 7,400 ล้านบาท ในส่วนของรายได้ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 79,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่เพิ่ม ทั้งที่งบเพิ่มไม่มากปรากฏว่าเรายังต้องกู้เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณในระดับที่สูงอยู่มาก
“ท่านอาจจะบอกว่าเรามีวิกฤตพลังงานที่กำลังซ่อนอยู่ แต่รัฐบาลก็เพิ่งได้เซ็นเซ็กเปล่าให้กับตัวเองได้กู้เงินไปแล้วถึง 4 แสนล้านบาท ดังนั้น เอาวิกฤตมาอ้างในเรื่องของการขาดดุลสูงขนาดนี้ก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก กลายเป็นว่าการขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ต่อจีดีพี กลายเป็นความปกติใหม่และสะท้อนว่าเรากำลังอยู่ในปัญหาที่เรื้อรังว่าค่าใช้จ่ายที่มีจะเพิ่มขึ้นแต่รายได้ของรัฐบาลนั้นขยับตามไม่ทัน จึงสะท้อนผ่านการจัดสรรงบประมาณในปี 70 ว่ารายจ่ายลงทุนนั้นโดนหั่นลงไป 70,000 ล้านบาท แต่รายจ่ายประจำกลับเพิ่มขึ้นสวนทาง โดยรายจ่ายประจำที่ตัดไม่ได้หรือปรับอะไรไม่ได้ จนไม่สามารถใช้กลเม็ดทางงบประมาณเพื่อปกปิดอำพรางได้อีกต่อไป”
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาก็จะใช้วิธีหลอกตาสภาว่ารายจ่ายประจำนั้นน้อยอยู่ โดยการใส่ตัวเลขให้น้อยไว้ แล้วก็ใช้วิธีหมุนเงินเอาเมื่อถึงเวลาที่ต้องเบิกจ่ายก็ไปหมุนเงินเอาเงินสำรองไปโปะบ้าง ควักเงินคงคลังไปจ่ายบ้าง แต่นานวันก็ยิ่งปกปิดอำพรางเรื่องนี้ออกไปไม่ไหวแล้วจึงจำเป็นต้องใส่เพิ่มเข้าให้เคียงกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า งบประมาณปีนี้เพิ่ม ถึงจะไม่มากแต่ก็เป็นข้อกังขาว่าทำไมหน่วยงานต่างๆกลับได้รับงบประมาณลดลงถ้วนหน้า เกินครึ่งหนึ่งของกระทรวงได้รับงบประมาณลดลง ถ้าดูในระดับกรมพบว่า 70% ของหน่วยรับงบประมาณได้รับงบลดลงจากปี 69 ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ยิ่งหน่วยไหนถืองบลงทุนมาก ก็จะจะยิ่งถูกตัดมากตามไปด้วย เพราะหน่วยที่ได้เพิ่มเยอะจริงๆนั้นมีไม่มาก เพราะส่วนที่เพิ่มมากที่สุดคืองบกลาง โดยเฉพาะรายการประเภทที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นงบบำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้เพิ่มไป 40,000 ล้านบาท ไม่ได้เป็นโครงการที่จะไปพัฒนาอะไรใหม่ๆ แต่เป็นรายจ่ายดอกเบี้ย แล้วเราก็ไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยอะไรเพิ่มมากขนาดนั้น เพียงแต่ใส่ตัวเลขให้สะท้อนกับความเป็นจริงเท่านั้น สะท้อนว่าวันนี้แผลเรื้อรังของงบประมาณไทยเอาอะไรมาปกปิดไว้ก็ไม่อยู่แล้ว
“ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปี มันแตกแล้วในปีงบประมาณ 70 แม้ว่ารัฐบาลนี้จะพึ่งเข้ามาได้ไม่นาน เราเข้าใจ แต่ในคำแถลงของรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการแสดงความรับผิดชอบหรือยื่นอกยอมรับว่าจะต้องมีการปรับปรุงปฏิรูปการคลัง ยังคงกอดแต่คำพูดสวยหรูว่าเรารักษาวินัยการเงินการคลังเอาไว้แล้ว ยังคงภูมิใจที่บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งเพิ่มเอาท์ลุค แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรม ปัญหาที่เรื้อรังไม่ได้มีการเก็บมาพูดถึงหรือเอามาจัดการอย่างจริงจัง ถ้ายังคงทำกันแบบเดิมๆแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่ใช่แค่หนองที่ไหลออกมา แต่เลือดก็จะไหลออกไม่หยุดเช่นเดียวกัน เพราะปัญหาที่ซ่อนอยู่คือเราจัดเก็บรายได้ได้ไม่พอกับที่จ่าย เราไม่กู้เท่าที่เราจะจ่ายไหว เราไม่จัดการกับรายการรายจ่ายประจำที่ลดยาก ในอนาคตเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นวนเป็นลูปนรก งบประมาณของประเทศก็จะขาดดุลในระดับสูงกันไปแบบนี้แบบที่ กดไม่ลง กดอย่างไรก็ไม่ลง แต่การพัฒนาประเทศหรือการทำโครงการอะไรใหม่ๆ เพื่อพาประเทศไปข้างหน้าก็จะไม่เกิดเพราะไม่เหลืองบประมาณอะไรอีกต่อไป ความหวังที่จะลดหนี้สาธารณะลง ลดการขาดดุลลงก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แล้วเราก็จะมารอดูกันว่า สรุปแล้วเราจะยังรักษาวินัยการเงินการคลังได้นานแค่ไหน แล้วบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งจะคงอันดับเราไว้นานแค่ไหน“
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในส่วนรายละเอียด เริ่มจากรายจ่าย ในปีนี้ทางสำนักงบประมาณได้ทำไฟล์เป็น Excel ซึ่งมีข้อดีที่ทำให้เห็นว่ารายการใดเป็นรายจ่ายลงทุน รายจ่ายประจำ ตนขอยกตัวอย่างว่า สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะนับเป็นรายจ่ายลงทุนแต่ดันนับเป็นรายจ่ายลงทุนคือ ในงบกลาง เงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็นที่ปีนี้มีการอนุมัติ 1 แสนล้านบาท อนุมัติเพราะเป็นเงินสำรองจ่ายใช่หรือไม่ โดยที่เรายังไม่รู้ว่าเงินสำรองจ่ายจะถูกนำไปใช้อะไร เรื่องที่ยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้คืองบรายจ่ายประเภทรายจ่ายฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ปีนี้ตั้งมา 12,000 ล้านบาท ก็บอกว่างบรายจ่ายส่วนนี้เป็นรายจ่ายลงทุนถึง 80% ซึ่งปกติที่เห็นคือเป็นการแจกเงิน ไม่มีทางที่จะถูกนับเป็นรายจ่ายลงทุนได้ เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ในอนาคตว่าจะจ่ายอย่างไร แต่เรารู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นรายจ่ายลงทุน ซึ่งก็ยังมีข่าวดีคืออะไรที่เราเห็นว่าควรจะเป็นรายจ่ายลงทุน ปีนี้เป็นรายจ่ายลงทุนแล้วนั่นคืองบประมาณที่ใช้กับการวิจัยและพัฒนา ข่าวร้ายคือ งบวิจัยสำหรับปีนี้ถูกตัดลดลงไปถึง 6,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท
น.ส.ศิริกัญญา ยังเปรียบเทียบงบประมาณกับปี 69 เรื่องงบก่อสร้างว่า มีเยอะเกินไป มีอาคารที่สร้าง ไม่รู้เสร็จ และถูกทิ้งร้าง ปีนี้ต้องขอขอบคุณที่มีการตัดลดงบประมาณไปถึงครึ่งหนึ่ง แต่งบรายจ่ายลงทุนสูงสุดก็ยังเป็นงบถนน แต่ก็ต้องจับตาดูว่างบภาษีที่เราหั่นไปแล้วจะดูว่าผู้รับเหมาจะมีกินมีใช้ หรือไปลงที่ผู้รับเหมาชั้นใด สำหรับงบรายจ่ายประจำปีนี้พุ่งขึ้นมาสูง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริงในปีนี้ เมื่อเราต้องจัดงบให้เพียงพอกับที่ต้องจ่ายจริง ที่มีรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นมาอีกมากมายเกือบแสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณก็ติดลิมิตและข้อจำกัดหมดแล้ว ไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น
“เราก็ได้แต่ภาวนาว่าในปี 70 รัฐบาลจะสามารถหมุนเงินได้ทันและเพียงพอ และกระจายในส่วนที่ตั้งไว้ขาดดุล เพราะต้องยอมรับว่าในปีที่ผ่านมารัฐบาลหมุนเงินไม่เคยทันตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นมา จำเป็นต้องมีการควักเงินคงคลังออกมา ทำให้ปีถัดไปจะต้องมาจ่ายคืน ขนาดปี 69 ก็เจอภาวะหมุนเงินไม่ทันอีกแล้ว ต้องใช้เงินคงคลังอีก 115,000 ล้านบาท ตกลงแล้วประเทศนี้ใช้งบประมาณแต่ละปีเท่าไหร่กันแน่ เพราะขอสภาไปแต่ไม่ถึงพอจ่ายจริงต้องใช้เงินคงคลังวนรูปแบบนี้ เมื่องบติดข้อจำกัดแบบนี้เราจึงไม่ค่อยเห็นโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ที่พบเป็นโครงการลักษณะเดิมแต่มีการปรับแก้ และเมื่อมาดูนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ และอยู่ในคำแถลงนโยบาย หลายโครงการไม่ได้เป็นตามที่แถลงไว้ แม้จะเป็นนโยบายที่หาเสียงและอยู่ในคำแถลง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ และสิ่งที่เราเห็นคือคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นรหัส ATM ใหม่ของปี 70 ถ้ามีโครงการที่ชื่อว่า AI หรือคำว่าปัญญาประดิษฐ์ก็จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ”
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ปีที่แล้วโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ถึง 1 พันล้านบาท แต่ปีนี้เพิ่มมา 2 เท่า ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท 176 โครงการ แต่ยังหายุทธศาสตร์ในโครงการเหล่านี้ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างคิดจะทำ แต่ก็ยังมีข้อดีที่เห็นในงบปี 70 คืองบกระจายอำนาจที่เพิ่มขึ้น แม้จะเพิ่มขึ้นไม่เยอะก็ตาม จึงอยากจะชื่นชมว่ามีการตัดลดงบที่กระจุกอำนาจเอาไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่หากดูภาพรวมแล้ว งบประมาณที่เพิ่มขึ้นสำหรับการกระจายอำนาจ เมื่อดูจริงๆแล้วเพิ่มขึ้นเพียง 7,615 ล้านบาท และที่สำคัญที่สุดสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลโดยรวมยังไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วยังคงอยู่ที่ 24.35% เท่าเดิม
“ยังมีข่าวดีเล็กๆอีกข่าวหนึ่งคืองบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น แต่ข่าวร้ายคือใช้หนี้แค่ 1,400 ล้านบาท เพราะหนี้ที่ยังคงค้างจ่ายอยู่ที่ 48,000 ล้านบาท ซึ่งเรายังอยากได้ยินชัดๆว่าแผนการใช้หนี้ตรงนี้เป็นอย่างไร สำหรับรัฐบาลนี้ และยังมีอีกหนึ่งข่าวดีคือในเอกสารงบประมาณมีโชว์ยอดหนี้ ตามมาตรา 28 เพราะเราเคยพูดกันในสภาว่ามีหนี้ที่รัฐบาลให้หน่วยงานจ่ายไปก่อนแล้วตามใช้คืนทีหลัง และหน่วยงานที่รับเคราะห์เรื่องนี้ตลอดคือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) แต่ข่าวร้ายคือเราจ่ายหนี้ธกส. ลดลงไปกว่าครึ่ง ซึ่งสิ่งที่เราอยากได้คือแผนการใช้หนี้ธกส.ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ซึ่งในฝั่งของรายจ่ายเราเห็นว่ามีปัญหาเต็มไปหมด สะท้อนถึงแผลเรื้อรังของรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้ก็ยังไม่มีแนวทางแก้ไข สุดท้ายงบประมาณที่เหลือจะนำไปพัฒนาประเทศก็น้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะตัวรายจ่ายที่ตัดไม่ได้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนรายได้ปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ เพิ่ม 70,000 ล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตเป็นผู้รับเป้าที่จะต้องจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 33,000 ล้านบาท โดยจะต้องเป็นการจัดเก็บภาษีน้ำมัน 54,000 ล้านบาท จึงอยากถามว่าการจัดเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มนั้น จำเป็นจะต้องเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มเติมในช่วงที่ราคาน้ำมันยังไม่ลงเป็นราคาปกติหรือไม่และจะเป็นเมื่อไหร่ นอกจากนี้ยังมีภาษีอีกหลายตัวที่จะต้องเก็บเพิ่ม เพื่อให้เข้าเป้ายอดที่วางไว้ เช่น ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 1,000 บาทต่อคน เพื่อให้ได้เงินมาประมาณ 12,000 ล้านบาท และการปรับปรุงภาษีรายได้บุคคลธรรมดา
“อยากจะขอคำยืนยันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าสรุปแล้วจะมีการปรับค่าลดหย่อนภาษีประเภทใดบ้างเพื่อให้ได้เงินมาอีก 50,000 ล้านบาท รวมถึงภาษีบาปต่างๆ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปี เพราะการจัดเก็บภาษีรายได้ลดลง จึงอยากจะขอคำยืนยันว่า ภาษีตัวใดจะได้ไปต่อหรือภาษีตัวใดจะเอาไว้ก่อนเพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามเป้า และจะมีแนวทางอย่างไรในการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาระหนี้ที่ตามมา ปีนี้ถือว่าโชคดีจริงๆ เพราะรัฐบาลได้เงินเฟ้อมาช่วยชีวิต เพราะเงินเฟ้อทำให้ขนาดของจีดีพีโตขึ้น โดยที่ไม่ได้ใหญ่ขึ้นตามการพัฒนาเศรษฐกิจจริง”
รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เมื่อจีดีพีใหญ่ขึ้นทำให้ตัวเลขหนี้สาธารณะต่อจีดีพีลดลง แต่งบปี 70 ตนมองว่ามีความไม่แน่นอน โดยมีสมมุติฐาน 2 เรื่อง คือเศรษฐกิจจะต้องโตเกิน 2.5% และเงินเฟ้อจะต้องสูง 2.2% ซึ่งถือเป็นการเดิมพันที่สูงมาก การคาดการณ์เงินเฟ้อหากสงครามยืดเยื้อ แล้วราคาพลังงานจะอยู่ในระดับที่สูง ทำให้ระดับเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงต่อไป แต่หากไม่เป็นไปตามปี 70 หนี้สาธารณะก็จะทะลุ 70% ทันที ที่เรากังวลมากกว่านั้นคือดอกเบี้ยต่อรายได้ ปีนี้อย่างที่บอกว่ากระทรวงการคลังได้รับงบประมาณในการชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นประมาณ 40,000 ล้านบาท ทำให้ดอกเบี้ยต่อรายได้พุ่งทะลุถึง 10% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ต้องมาลุ้นกันต่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะไปกระทบต่อการจัดลำดับความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะหลายที่ใช้ตัวนี้เป็นตัวสำคัญในการตัดเกรด ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่รักษาวินัยการเงินการคลังหรือไม่ และสามารถมีงบประมาณเหลือจ่ายไปใช้กับเรื่องอื่นหลังจากชำระหนี้แล้วหรือไม่
“นี่คือภาพรวมของงบประมาณปี 70 ตนคิดว่าสะท้อนปัญหาหลายอย่างตั้งแต่เรื่องรายจ่ายประจำที่เพิ่มสูงขึ้น รายจ่ายลงทุนถูกตัดไป ยังไม่ต้องพูดถึงว่าที่เหลือจะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทำให้เงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ตนจึงอยากเรียกร้องว่าเพื่อให้ปัญหาเรื้อรังนี้หมดไปเราต้องการผู้นำ นายกรัฐมนตรี รองนายกด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งมั่นจริงจังอยากแก้ปัญหานี้จริงๆ พูดถึงปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงแค่พูดว่าจะรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่ต้องนำเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์และเป็นรูปธรรม นำเราออกจากแผลวิกฤตเรื้อรังที่เป็นฝีแตกอยู่ในทุกวันนี้ แต่ในงบปี 70 ตนยังไม่เห็นว่าจะนำพาประเทศนี้ออกจากจุดนั้นได้อย่างไร ยังไม่เห็นว่าสุดท้ายยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่บอกมาทั้งหมด จะไปปรากฏอยู่ในงบประมาณปี 70 อย่างไร และยังไม่เห็นว่าท้ายที่สุดแล้วประเทศจะเติบโตอย่างมีคุณภาพ ใช้งบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตนก็จะติดตามการพิจารณางบ 70 นี้อย่างเข้มข้น เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนถูกลงช่วยเหลือประชาชนได้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ให้มีส่วนรั่วไหล ที่มีส่วนต่อการสุ่มเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชัน เรียกรับผลประโยชน์ หรือติดสินบนอามิสสินจ้าง แม้ภาษีที่เราเก็บได้จะน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่เราก็ต้องใช้อย่างคุ้มค่า”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาวุ่น! 'เสรีพิศุทธ์' เจอ 'ศุภชัย' เบรกพาดพิงนายกฯคดีฮั้วสว. 'โสภณ' ปิดไมค์จี้ถอนคำพูด 'ปธ.สภาฯ' อยู่ฝ่ายรัฐบาล
วุ่น! ‘เสรีพิศุทธ์‘ ยังไม่ทันได้พูดถึงงบฯ เจอ ‘ศุภชัย‘ เบรกให้อภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว. สั่งล็อกเลือกตั้งสีน้ำเงิน ก่อน ‘โสภณ’ ปิดไมค์ จี้ถอนคำพูดก้าวล้วง ‘ประธานสภาฯ’ ไม่เป็นกลาง-อยู่ฝ่ายรัฐบาล
'อภิสิทธิ์' สับเละ! งบ 70 'หาเช้ากินค่ำ' ไร้อนาคต บี้ปฏิรูปภาษีก่อนหนี้ทะลุ 80%
'อภิสิทธิ์' สับรัฐบาลจัดงบ 70 แบบไร้อนาคต หาเช้ากินค่ำ มีเงินใช้แค่งบประจำ-ใช้หนี้ ต้องกู้ลงทุน อย่าหวังเพิ่มเบี้ยคนชรา-สวัสดิการ แนะปฏิรูปภาษีก่อนหนี้สาธารณะทะลุ 80%
ไทยติดอันดับ 27 โลก ที่ 7 เอเชีย ประเทศดีที่สุด สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุน
ไทยติดอันดับ 27ของโลก และอันดับที่ 7 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุน ด้านรัฐบาลเร่งเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน
ประเดิมถกงบฯ70 'เอกนิติ' แจงตั้งงบขาดดุล 7.88 แสนล. ประคอง'ศก.-วางรากฐานปท.' ชู 6 ยุทธศาสตร์ 63 แผนงาน
สภาฯ ถกงบฯ70 วันแรก ‘เอกนิติ’ แจงแทน ‘อนุทิน’ ระบุ ตั้งงบขาดดุล 7.88 แสนล้าน เพื่อประคองประชาชน-เศรษฐกิจ-วางรากฐานประเทศ ชู 6 ยุทธศาสตร์
ปชน. ซัดงบ 70 ฝีแตก แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ไม่หวั่นองครักษ์พิทักษ์ลูกนาย
ปชน. จัดทัพชำแหละงบ 70 ซัดผิวเผินเหมือนจัดมาดี กลายเป็นแก้ปมอดีต แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ลั่นปัญหาใหญ่เงินนอกงบประมาณ 'ศิริกัญญา' เมินองครักษ์พิทักษ์นาย-ลูกนาย
นายกฯ มอบ 'เอกนิติ' แจงงบ 70 ต่อสภา กำชับ ครม. ตอบทุกประเด็น
นายกฯ ถวายงานรัฐมนตรีเกียรติยศที่ฝรั่งเศส มอบ 'เอกนิติ' นำเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 กำชับ ครม. แจงครบทุกประเด็น

