
สว.อิสระ ดิ้นพล่าน ดับเครื่องชน สว.สีน้ำเงิน เตรียมเข้าชื่อเสนอญัตติด่วน ขวางโหวตป.ป.ช.ใหม่ 3 ชื่อ ศุกร์ที่ 30 พ.ค.
20 พ.ค. 2568 -ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภาหรือสว.กลุ่มอิสระ ที่เคลื่อนไหวคัดค้านการที่สว.จะลงมติตั้งกมธ.สอบประวัติฯ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ,ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการโหวตเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือป.ป.ช.ใหม่สามคน ในการประชุมวุฒิสภาวันศุกร์ที่ 30 พ.ค.ที่มีการออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ด้วยการประกาศจะล่าชื่อสว.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยและมีคำสั่งให้สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรธน.รวมถึงตำแหน่งสำคัญๆไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม ขณะที่การเคลื่อนไหวล่ารายชื่อสว.ดังกล่าว ยังดำเนินการอยู่ ก็ปรากฏว่า นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย หนึ่งในสว.กลุ่มอิสระ ได้มีการเคลื่อนไหวยกร่างหนังสือญัตติเพื่อเตรียมเสนอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้นำญัตติดังกล่าว เข้าหารือและลงมติในที่ประชุมวุฒิสภา สัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 29-30 พ.ค. ที่เป็นการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ฯ ที่มีเนื้อหาคือ ขอให้สว.ไม่มีการโหวตป.ป.ช.และตั้งกมธ.ฯสอบประวัติบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นกกต.และตุลาการศาลรธน. ในการประชุมวันที่ 30 พ.ค.นี้
โดยหนังสือญัตติดังกล่าว ของนายเทวฤทธิ์ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ขอเสนอญัตติ ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติฯ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเลือกตั้ง และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้ความเห็นชอบป.ป.ช. จนกว่ามีคำตัดสินในคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้องขณะนี้
ร่างหนังสือญัตติดังกล่าว เขียนไว้อีกว่า สืบเนื่องจากการประชุมวิปวุฒิสภาเมื่อ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นควรแนะนำที่ประชุมวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ฯ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเลือกตั้งจำนวน 1 คน และบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 2 คน รวมทั้งการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งป.ป.ช.
“โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่างเป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวน ไต่สวน หรือพิจารณาคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญซึ่งส่งผลต่อการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรดังกล่าวตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้อง”
เช่น 1.คดีที่สว. 92 คนเสนอต่อ ประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญฯ หรือไม่ กรณีแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการ
เลือกสมาชิกวุฒิสภาฯ
๒. คดีสว.จำนวนมาก ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหามีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ
ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางของ สำนักงานกกต. ดำเนินกระบวนการทางคดีอยู่
3.คดีสว.105 คน ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมและพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
“ดังนั้น เพื่อเป็นหลักประกันในกระบวนการดำเนินคดีของศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้งที่สมาชิกวุฒิสภาตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้องจำนวนมากในขณะนี้ จะดำเนินการไปโดยอิสระ เป็นกลาง ปราศจากการแทรกแซง
ผู้ทำหน้าที่วินิจฉัยคดีจึงไม่ควรมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคู่ความ ในคดี โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพิ่มเติมในขณะนี้อันจะทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความยุติธรรมหรือความเป็นกลางต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งต่อวุฒิสภาและทั้งสามองค์กรข้างต้นได้
ด้วยเหตุผลข้างต้น ข้าพเจ้าและคณะจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเลือกตั้งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกไปก่อน รวมทั้งการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งป.ป.ช. จนกว่ามีคำตัดสินเป็นที่ยุติในคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้อง”หนังสือญัตติดังกล่าวระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปธ.โสภณ' ยันรับอยู่แล้ว คำร้องฝ่ายค้านยื่นสอบ ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม
'โสภณ' ยันรับอยู่แล้ว ปมฝ่ายค้านยื่นร้องสอบ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ คดี 'ศักดิ์สยาม' ขอรอดูเนื้อหาก่อน แจงปมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน ชี้ประธานมีหน้าที่บรรจุวาระ
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ 37 ล้าน
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ แต่เสียชีวิตแล้ว ให้บังคับเอาทรัพย์สินจากกองมรดกแทน
'ดิเรกฤทธิ์' ชี้วิกฤตศรัทธาไม่ได้เกิดเฉพาะป.ป.ช. กำลังลามนักการเมือง-สถาบันทางการเมืองหลายแห่ง
ดิเรกฤทธิ์ ข้องใจเมื่อ ปชช.เห็นข้อกล่าวหา ข้อสงสัยเกิดขึ้น กลับไม่มีการยื่นตรวจสอบ หรือมีความพยายามปกป้องพวกเดียวกัน
ถอดรหัส 'ถอนฟ้อง' ในคดี อดีตประธานป.ป.ช. เมื่อสิทธิของโจทก์ ต้องเผชิญกับประโยชน์สาธารณะ
หน้าประวัติศาสตร์กฎหมายและการเมืองไทยต้องจารึกไว้อีกครั้ง เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มีคำพิพากษาครั้งสำคัญ
ป.ป.ช. จัดใหญ่ 'ผลลัพธ์ทุจริตลิขิตชะตากรรม ปี 2' ภายใต้ภาพยนตร์ชื่อ 'แกะดำ'
คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปลุกจิตสำนึกผลกระทบการทุจริตคอร์รัปชัน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ฉายภาพยนตร์เรื่อง “แกะดำ” โครงการผลลัพธ์ทุจริตลิขิตชะตากรรม ปี 2 หวังกระตุ้น และสร้างการรับรู้ผลกระทบการทุจริตในรูปแบบหนังสั้น
'ส้ม' ขยายแผล 'ระบอบน้ำเงิน' จำคุกอดีตป.ป.ช.สัญญาณเตือน 'ใช้อำนาจ'
เครือข่ายสีส้ม กำลังกลับมาเดินในแนวทางของตัวเองอีกครั้ง นั่นคือการแตะเรื่องที่เป็น "โครงสร้างใหญ่" ในประเทศ ท่าทีของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ

