
'ไชยชนก' ชี้ ท้องถิ่นมีหน้าที่ดูแลปชข.อย่าเอาเรื่องปรับครม. มารกสมอง ให้เอาเวลามานั่งคิดดูว่าเราทำทุกอย่างที่เราทำได้แล้วหรือยัง ย้ำต้องสร้างความตื่นตัว แต่ไม่ตระหนก หลังพื้นที่มีภัยมั่นคง-ธรรมชาติ มองคนไทยสามัคคีพร้อมปกป้องชาติหากใช้ตรรกะเดียวกัน
13 มิ.ย.2568- ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีการประชุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และการแจ้งเตือนภัยสาธารณภัยในระดับพื้นที่ (จังหวัดอุบลราชธานีอำนาจเจริญ และศรีสะเกษ) ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม และมอบนโยบาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เข้าร่วมเป็นต้น
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม มีการเสวนาหัวข้อ “การเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และการแจ้งเตือนสาธารณภัยในระดับพื้นที่“ โดย นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ปัจจุบันคงไม่มีความจำเป็นที่ตนจะต้องเน้นย้ำ ว่าทำไมเรื่องภัยธรรมชาติไม่ปกติ และคงไม่มีความจำเป็นจะต้องอธิบาย ว่าทำไมภัยความมั่นคงก็ไม่ปกติ มีเพียงเรื่องเดียวที่ตนจำเป็นต้องเน้นย้ำ คือความไม่ปกติของสถานการณ์การเมือง จึงอยากขอให้ทุกท่านตั้งใจฟังให้ดี
นายไชยชนก กล่าวว่า ในฐานะนักการเมือง ตนเชื่อว่าทุกท่านติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) สิ่งเดียวที่ตนจะต้องย้ำกับทุกคนคือ สติ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้บริหารของพวกท่าน แต่หน้าที่ยังคงเหมือนเดิม คือการทำหน้าที่ต่อประชาชนคนไทยไม่ใช่ผู้บริหาร ฉะนั้น อย่าเอาเวลา อย่าเอาสมาธิ ไปกังวลเรื่องนั้น แต่ขอให้เอาเวลามานั่งคิด ถามดูว่าเราทำทุกอย่างที่เราทำได้แล้วหรือยัง เพื่อที่จะเตรียมรับมือช่วยเหลือประชาชนกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“พวกเราทุกคนตรงนี้ทำอยู่แล้วจะทำต่อ เพื่อที่จะมอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ไปประกอบใช้ช่วยเหลือประชาชนไปเรื่อยๆ ฉะนั้น เรื่องนี้ขออย่าเอามารกหัวพวกท่าน มันไม่ใช่อำนาจหน้าที่รับผิดชอบ แต่หน้าที่รับผิดชอบของพวกท่านคือกับประชาชน” นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนก ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ว่า ทุกท่านต้องมีสติ เราต้องเตือนสติประชาชนเช่นกันในเรื่องนี้ วันนี้เราต้องไม่ตระหนก เพราะรั้วของชาติกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และเข้าใจสถานการณ์ดี เราต้องทำหน้าที่แถวหลัง ต้องทำหน้าที่ให้ประชาชนตื่นตัว แต่ไม่ตระหนก ต้องเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยไม่ทำให้ประชาชนจิตตก และต้องรู้ด้วยว่าปัจจุบันตอนรั้วของชาติหรือเหล่าทหาร ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก จึงอย่ากลัวที่จะขอความสนับสนุนจากประชาชนเช่นกัน
ท้ายที่สุดตนอยากจะให้เห็นอย่างหนึ่งว่า พอคนไทยเลิกทะเลาะกัน แล้วเราสามัคคีกัน มีเป้าหมายเดียวกันในการรักชาติ อยากปกป้องชาติ จะเกิดพลังมหาศาล ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันเราได้เห็นพลังของแผ่นดินไทย ฉะนั้น หากเราใช้ตรรกะเดียวกัน และความรู้สึกเดียวกันในการเผชิญกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือเรื่องโรคระบาด ตนเชื่อมั่นว่า จะสามารถผ่านไปได้ทุกอย่าง หลังจากนั้นเราจะพัฒนาประเทศไปได้อย่างยั่งยืน ตนไม่อยากให้ทุกท่านจิตตก แต่อยากให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า หากเราสามัคคีกัน และตระหนักทำอย่างมีสติ เราสามารถทำได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สยบข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี
นายกฯ ปัดข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี แยกความมั่นคงกับการค้า ถามหาคนเปิดประเด็น ย้ำ Cobra Gold เดินหน้าปกติ
'รังสิมันต์' นำ กมธ.สางขบวนการ 'พ่อทิพย์' ลั่นเป็นภัยความมั่นคง!
'กมธ.กฎหมายฯ' ถกเข้มสางขบวนการ 'พ่อทิพย์' เด็กสวมสิทธิ์สัญชาติไทย 'โรม' หวั่นเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกระทบความมั่นคง สับ 2 รพ.เอกชนไม่ยอมชี้แจง ขู่คิดว่าไม่มาแล้วจะหลุดรอดหรือ!
'ไชยชนก' จ่อถกบิ๊กเทคยกระดับป้องกันเด็กดูคลิป!
'ไชยชนก' แจงเหตุ รร.นนทบุรี เด็กดูคลิป YouTube ปกติ ไม่ใช่ Dark Web เผย กสทช. ถกบิ๊กเทค ยกระดับระบบ Child Protection ตั้งค่าเป็นโหมดเริ่มต้นป้องกัน
คกก.ผู้แทนพิเศษแก้ชายแดนใต้ ถกภารกิจหลักให้ทำงานเป็นเอกภาพ นำร่อง 14 อำเภอชายแดนไทย-มาเลเซีย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
เกินคาด 'เวทีธุรกิจไทย-เมียนมา' ประสบความสำเร็จ เจรจาการค้ากันคึกคัก
เวทีธุรกิจไทย-เมียนมา “THAILAND-MYANMAR Business Forum 2026” ภายใต้หัวข้อ “บทใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจไทย-เมียนมา” ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจทั้งไทยและเมียนมาชื่นชอบมารับฟังข้อมูลปัจจุบัน และเจรจาธุรกิจการค้ากันคึกคัก

