ไม่กั๊ก! ภูมิธรรมบอกใน 3 เดือนปรับทัพมหาดไทยอีกรอบแน่!

'ภูมิธรรม' เผยจ่อปรับทัพอีก 3 เดือน บอกไม่ใช่เรื่องแปลก สมัย ‘อนุทิน’ ก็ทำ เหตุรอเกษียณฯไม่ได้ ขู่ อยู่มหาดไทยเหนื่อยหน่อยนะ

09 ก.ค.2568 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแบ่งงานในกระทรวงมหาดไทย ว่า วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้น โดยจะนัดเจอกับรมช.มหาดไทยทีละคน เพราะอยากทราบว่า แต่ละท่านสนใจและคิดอย่างไร เพื่อนำไปดูต่อว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร

เมื่อถามว่า ในฐานะรมว.มหาดไทย อยากจะกำกับดูแลหน่วยงานใดเองบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยากให้ รมช.มหาดไทย ตัดสินใจก่อน เพราะตนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก่อนที่จะตัดสินใจก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อนทั้ง 3 คน จึงเชื่อว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร หากเดินตามนโยบายหมดก็สามารถร่วมงานกันได้ แต่ก็เป็นไปได้ที่รัฐมนตรีแต่ละท่าน จะประเมินงานตามความถนัดของตัวเองว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ฉะนั้นหากฟังแล้วพบว่ามีความแตกต่าง ตนก็ขอไปพิจารณาก่อน ซึ่งคาดว่าคงจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการปรับทัพข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยอีกหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ภายใน 3 เดือนนี้ ถ้าทำงานแล้วเห็นว่าอันไหนที่ไม่เป็นไปตามนั้นก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน ส่วนอันไหนที่เป็นไปด้วยดีก็เดินหน้าต่อไป โดยไม่คำนึงถึงว่าใครเป็นคนของใคร เอาคนที่มีความสามารถในการทำงานเป็นหลัก ดังนั้นขอให้รอใน 3 เดือนนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องมีการปรับอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษอะไร พร้อมยกตัวอย่างกรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่มีการปรับโยกย้ายข้าราชการในบางตำแหน่ง ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรส่วนตัว แต่ปรับเพื่อให้งานสามารถเดินหน้าได้ตามนโยบายของตน เช่นเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เมื่อเข้ามาก็ทำแบบนี้ จึงมองว่าเป็นปกติที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาจะต้องดูว่าตรงไหนที่มันจะทำให้นโยบายเขาทำได้ก็ทำ โดยย้ำว่า ตนไม่ได้เอานโยบายใหม่มาให้ทำใน 3 เดือนนี้ แต่เป็นนโยบายที่อยู่ในการกำกับดูแลอยู่แล้ว เพราะตนก็เห็นตัวเลขดีในหลายๆที่ แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าหลายที่ไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องมาทบทวนกันใหม่ ถ้าทำได้ดีก็โอเค ไม่มีปัญหา เป็นช่วงปรับโยกย้ายอยู่แล้วตามรอบ ไม่ใช่อยู่อยู่ไปตัดสินใจปรับในเดือนพฤศจิกายนหรือมีนาคม

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตนก็สั่งในที่ประชุมว่าไม่ใช่เฉพาะกระทรวงมหาดไทย แต่ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ตอนนี้มีคนจะเกษียณอายุราชการ จึงมีอะไรหลายๆอย่างที่จะต้องพิจารณาดูและเร่งดำเนินการ เพราะอยากให้วันที่ 1 ต.ค. มีผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่ประจำที่ ไม่ใช่ว่าพอถึงวันดังกล่าวแล้ว คนเดิมก็ยังรักษาการ คนใหม่ก็ต้องมานั่งรอปรับ อันนี้เป็นเพียงแค่ทำตามความพร้อม ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้างและห้ามไม่ได้ แต่ยืนยันว่า ตนทำด้วยเหตุและผล สามารถตรวจสอบได้ ว่าไทม์ไลน์เป็นแบบนั้นจริงๆ

เมื่อถามว่า มีนโยบายอะไรที่ต้องเร่งผลักดันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนพูดไว้แล้วว่าเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่จะทำ คือ ยาเสพติดที่หมายรวมถึงผู้มีอิทธิพล แหล่งมั่วสุม มาเฟีย อาวุธปืน สถานบันเทิง อาชญากรข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมด้านความมั่นคงที่จะมีการแก้ไขปัญหากันอยู่แล้ว ฉะนั้นหลังจากนี้ต่อไปเวลาลงพื้นที่ตนจะไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เพื่อดูความพร้อมและความสามารถของหน่วยงานต่างๆ ก่อนทิ้งท้ายว่า 2 เดือนนี้หากใครตามตน ก็เหนื่อยหน่อยนะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน. ซัดงบ 70 ฝีแตก แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ไม่หวั่นองครักษ์พิทักษ์ลูกนาย

ปชน. จัดทัพชำแหละงบ 70 ซัดผิวเผินเหมือนจัดมาดี กลายเป็นแก้ปมอดีต แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ลั่นปัญหาใหญ่เงินนอกงบประมาณ 'ศิริกัญญา' เมินองครักษ์พิทักษ์นาย-ลูกนาย

นายกฯ ยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมให้ความร่วมมือทำงาน

นายกฯอนุทิน โพสต์แสดงความยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งผู้ว่านกทม. บอกพร้อมให้ความร่วมมือในการทำงานเพื่อ กทม

'ป.ป.ช.' จับมือ 'ปปง.' ตั้งคณะทำงานร่วม สอบเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น

ป.ป.ช. จ่อตั้งคณะทำงานร่วม ปปง. สอบเส้นเงินทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เร่งพิสูจน์สัมพันธ์โรงพิมพ์สมุทรปราการ-คลิปเสียงโยงนักการเมือง ระบุช้าหรือเร็วอยู่ที่หลักฐาน แต่ไม่นาน

'อนุทิน' ป้อง 'ปลัด มท.' ไม่ต้องแจงคลิปเพ้อเจ้อไร้สาระ ย้ำตรงไหนโกงสับให้เละ

นายกฯ ป้อง 'ปลัดมท.' หลังเพจ CSI LA ปล่อยคลิปว่อนภรรยาปลัดเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ซัดเพ้อเจ้อไปเรื่อย ไม่ต้องชี้แจงไร้สาระ ย้ำยึดข้อเท็จจริงผลสอบสวน ลั่นตรงไหนโกงสับให้เละ

'อนุทิน' แถลงร่าง พ.ร.บ.โอนงบ 69 หวัง สส.รับหลักการ

'อนุทิน' แถลงร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ 69 เพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม หวัง สส.รับหลักการเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดประเทศชาติ-ปชช.