'โรม' ปลุก 'เพื่อไทย' อย่ายอมให้พรรคร่วมรัฐบาลขี่คอ ไม่เห็นชอบนิรโทษฯคดี 112 ฉบับปชน.

"โรม" ชี้ความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่สีส้ม แต่คือสีแดงที่ล้มเหลวในทุกด้าน ย้อนถาม "เพื่อไทย" ยังมีกระจิตกระใจอยากผ่านร่างกฎหมายหรือไม่ หรือแค่เอาตัวรอดเท่านั้น แนะอย่าให้พรรคร่วมรัฐบาลขี่คอ ไม่เห็นชอบกฎหมายนิรโทษ ฉบับปชน.-ภาคประชาชน ย้ำสุดท้ายก็ต้องรับผลการกระทำ ดักคอ อย่าทำตัวเป็นเหยื่อก็แล้วกัน

11 กรกฎาคม 2568 - นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีผ่าทางตันประเทศไทยของเครือเนชั่น ระบุ การเมืองไทยยังไม่ถึงทางตัน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ตนเห็นด้วยกับที่นายทักษิณบอกว่า ยังไม่ถึงทางตัน แต่ทุกฝ่ายต้องไม่พยายามที่จะสร้างสถานการณ์ให้นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าทางตัน

นายรังสิมันต์ เชื่อว่า การเมืองไม่มีทางตัน มีทางออกเสมอ เพียงแค่มีบางฝ่ายที่พยายามสร้างทางตันเช่นนั้น แต่ปัญหาคือเมื่อนายทักษิณทราบว่า อาจจะมีบางฝ่ายที่พยายามจะสร้างสถานการณ์เช่นนั้น คำถามคือนายทักษิณจะทำอย่างไร จะปล่อยให้บ้านเมืองถูกบริหารในสภาวะที่รัฐบาลขาดความชอบธรรมเช่นนี้จริงๆ หรือ ที่ตนพูดเช่นนี้ตนทราบดีว่า นายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในรัฐบาล แต่เราก็ต่างทราบว่านายทักษิณมีอิทธิพลมากแค่ไหน

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลเพื่อไทยพยายามที่จะเดินหน้าต่อ แทนที่จะใช้อำนาจที่มีวันนี้ในการยุบสภา คืนความชอบธรรมทุกอย่างให้แก่ประชาชน เซ็ทซีโร่กันใหม่โดยการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นทางออกของทุกเรื่องที่เราเจอในวันนี้ ตนคิดว่าบ้านเมืองจะเดินได้ดีกว่านี้ และไม่มีปัญหาหรือความน่ากังวลใดๆ ที่จะเกิดขึ้น

ฉะนั้น ตนยังคิดว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด ส่วนที่มีการบอกว่า จะมีการลาออกแล้วจะเลือกใครเป็นนายกฯ นั้น พูดตรงๆ ว่าหากไปถึงจุดนั้น จะไม่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์อะไรเลย เพราะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากท้ายที่สุดจะมีการตั้งคำถามในเรื่องความชอบธรรมทางใดทางหนึ่ง ยืนยันว่าตนคิดว่าการยุบสภา คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในวันนี้

เมื่อถามถึงการที่นายทักษิณ ระบุ หากแดงกับส้มรวมกันจะเกิดเป็นสีแสด ซึ่งแรงเกินไป มองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของนายทักษิณที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่การพูดเช่นนี้คือความพยายามที่จะทำให้พรรคประชาชนดูน่ากลัว และตนคิดว่าความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่สีส้ม แต่ความน่ากลัวที่สุดคือการบริหารประเทศ โดยคิดเพียงว่าผลประโยชน์ต้องอยู่กับครอบครัวของตนเอง การพาคนในครอบครัวกลับมาโดยไม่คิดว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอะไรเลย อีกทั้งยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย การบริหารประเทศโดยมีนายกฯ หลายคน

“นี่คือความน่ากลัวที่พาประเทศไทยสู่ความล้มเหลว ยังไม่นับว่าสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าพรรคส้มแน่นอน คือการที่ไม่สามารถตอบสนองต่อนโยบาย ที่เคยให้ไว้กับประชาชนได้ และจริงๆ ว่าสีไหนน่ากลัวเลย สีแดงตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะล้มเหลวในทุกด้าน” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะสามารถจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ มองว่า การจะคุยกันว่า จะจับมือกับใครนั้น อาจจะไม่ใช่บทสนทนาที่เราจะคุยกันได้ในวันนี้ เพราะถึงที่สุดจุดยืนของพรรคประชาชน คือการเอานโยบายเป็นตัวตั้ง และเราก็ไม่รู้ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าดีที่สุดสำหรับพวกเรา คือเราต้องไปให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อที่จะมุ่งการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แต่หากไม่ถึงจุดนั้นจริงๆ เราก็คงต้องดูว่า ในเชิงนโยบายจะมีข้อตกลง หรืออะไรที่จะร่วมกันได้ ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ ซึ่งในส่วนนี้ ต้องไปดูกันอีกครั้ง หลังจากที่มีผลการเลือกตั้งออกมา

เมื่อถามว่า ขณะนี้เสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำ จะบีบให้รัฐบาลต้องมีความประนีประนอมมากขึ้น โดยหันมาร่วมมือกับพรรคประชาชน ในการโหวตกฎหมายต่างๆ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องหน้างานที่ต้องโหวตกฎหมาย เราต้องพยายามทำอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่หลักการเราไม่เคยเปลี่ยน คือการพยายามทำให้รัฐบาลเข้าใจว่า การยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด ส่วนหากไม่ยุบก็บังคับเรา ซึ่งเราไม่สามารถไปทำแทนเขาได้ ในเมื่อเราพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่เขาไม่ดำเนินการก็ลำบากที่จะทำให้เขายอมในสิ่งที่เราต้องการได้ แน่นอนว่าหากเขาไม่ดำเนินการ ความชอบธรรมของเขาก็ลดลงเรื่อยๆ และสุดท้ายเราก็ยอมรับว่า กลไกเรื่องนิติสงครามก็รออยู่ ถึงที่สุดก็ต้องยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยไปต่อเช่นนี้ไม่ได้แล้ว

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนพร้อมจะให้ความร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคร่วมรัฐบาลในการโหวตกฎหมายสำคัญๆ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงต้องไปดูว่าเป็นกฎหมายเรื่องอะไร ซึ่งตอนนี้คนที่จะใช้คำว่า เราให้ความร่วมมือคงไม่ใช่พรรคประชาชน แต่ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เพราะกฎหมายหลายอย่างที่เราอยากเห็นประเทศเดินหน้า เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม พรรคเพื่อไทยจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เนื่องจากเขาไม่ได้เสนออะไร และอาจจะต้องไปถามทางพรรคเพื่อไทยว่า ยังมีกระจิตกระใจในการดำเนินการที่จะผ่านกฎหมายใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ หรือวันนี้เป็นแค่โหมดการเอาตัวรอด โหมด Survival

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลต่างยืนยันชัดเจนว่า จะไม่เห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม ที่มีการรวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องพรรคร่วมรัฐบาล ก็เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคเพื่อไทยต้องตอบให้ชัดว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่โหวตร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมของพรรคประชาชน และภาคประชาชนนั้น อย่าไปอ้างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะท้ายที่สุด เมื่อคุณตัดสินใจอย่างไร คุณก็ต้องรับผลการกระทำ

“อย่าไปอ้างพรรคร่วมรัฐบาล ว่าเขาไม่เห็นด้วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่นี่เป็นการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินหน้าเช่นนั้น อย่าทำตัวเป็นเหยื่อก็แล้วกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า มองว่าพรรคเพื่อไทยสามารถมีมติต่างจากพรรคร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “ใช่ ไม่ได้หมายความว่า ให้พรรคร่วมมาขี่คอ หากจะบอกว่าพรรคร่วมมีมติเช่นนี้ เสียงส่วนใหญ่เช่นนี้ แสดงว่าพรรคเพื่อไทยยอมให้พรรคร่วมขี่คอ และต้องบอกว่าพรรคเพื่อไทยยอมเช่นนั้น เป็นการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเอง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แล้วกัน! 'หมอสุภัทร' อบรม 'จูรี นุ่มแก้ว' ยื่นหนังสือทวงเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมใหญ่ ทำแค่นี้ยังไม่พอ!

นพ.สุภัทร ชี้ "ว่าที่ สส.สงขลา" ยื่นหนังสือเรียกร้องรัฐบาลเร่งจ่ายเงินค่าซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ทำแค่นี้ยังไม่พอ เพราะปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่ทวงงบ แต่คือระเบียบราชการที่เป็นข้อจำกัดใหญ่ การเบิกงบหลวง ข้าราชการมีความเสี่ยง ต้องทำเอกสารมากมาย บ้าน 8 หมื่นหลังกว่าจะตรวจสอบคาดว่าหลายปีก็ไม่เสร็จ

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'สุชาติ' ยินยอมให้นับคะแนนใหม่ ไม่ผูกมัด กกต.

ดร.ณัฏฐ์ สอนมวย กกต. ปมนับคะแนนใหม่ "บันทึกคัดค้าน" พยานสำคัญมีน้ำหนักมากกว่าพยานบุคคล ส่วน "สุชาติ" ทำหนังสือยินยอมให้นับใหม่ ไม่เป็นเหตุให้ กกต.นับคะแนนใหม่

'อนุทิน' การันตีหน้าตา 'ครม.ใหม่' ดีกว่าเดิม

"อนุทิน" การันตีหน้าตาครม.ใหม่ดีกว่าเดิม เพราะคะแนนที่เมตตาให้ภท.กดหัวกดบ่าอยู่ ยังอุบสูตรจัดตั้งรัฐบาลบอกรอให้ กกต.รับรองผล 100% ก่อน ไม่ตอบควบกลาโหม บอกยังเร็วไป ส่วนประชุมพรรคสีน้ำเงินพรุ่งนี้ เชิญว่าที่สส. หารือหลังชนะเลือกตั้ง

นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม

นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย