กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภาเตือนรัฐบาลอย่าบ้าจี้เลียนแบบอินโดฯ-เวียดนาม

กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา ฮึ่ม! เตือนรัฐบาลคิดรอบด้านก่อนเปิดศึกการค้าหวั่นซ้ำรอยอินโด-เวียดนาม เสี่ยง SME พัง-มั่นคงป่วน

17 ก.ค.2568 - นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่อินโดนีเซียยอมหั่นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เหลือ 0% ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ ลดภาษีให้เหลือ 19% จาก 32% ว่า ตนมีความเห็นว่าการเลียนแบบกลยุทธ์ของอินโดนีเซียและเวียดนามที่ยอมทุกอย่างนั้น จะส่งผลกระทบต่อ SME ของไทยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในภาคเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของประเทศ หากเปิดเสรีมากเกินไป จะทำให้ SME ไทยที่อยู่ในภาวะลำบากอยู่แล้วจากการที่เศรษฐกิจตกต่ำมาหลายปี ยิ่งประสบปัญหาหนักขึ้นไปอีก จนอาจถึงขั้นล้มหายตายจาก และกระทบถึงความมั่นคงทางทหารของประเทศได้

"ผมคิดว่าการเจรจาที่เปิดให้ซะหมดเลย แล้วไม่ได้มองถึง SME ของชาติ ของประชาชนที่กำลังลำบาก เพราะเศรษฐกิจของเราตกต่ำมาหลายปี เราต้องแก้ไขเรื่อง SME ให้สามารถอยู่รอดได้ เพราะหนี้สาธารณะเราเยอะ แม้มูลค่าการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ จะอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 18% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่เมื่อเทียบกับเวียดนามที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 30% ผมคิดว่าไทยไม่ควรเลียนแบบเวียดนาม เนื่องจากต้องต่อรองในหลายสิ่งที่ไทยเสียเปรียบ ซึ่งจะกระทบกลุ่ม SME หรือความมั่นคงของภูมิภาค นายวิวรรธน์กล่าว.

ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ เสนอว่า ไทยควรยอมรับการถูกเก็บภาษีที่ 36% ซึ่งไทยสามารถชดเชยให้ผู้ส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ ด้วยการลดภาษีช่วยเหลือ 10% และหาแหล่งเงินกู้ราคาถูกมาชดเชย โดยรัฐบาลต้องแบกรับภาระส่วนหนึ่ง เอกชนผู้ส่งออกต้องบูรณาการส่วนหนึ่ง และธนาคารต้องให้ความช่วยเหลืออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะดีกว่าการยอมทุกอย่างแล้วมากระทบวงกว้าง โดยเฉพาะกับ SME ของไทย

ทั้งนี้ นายวิวรรธน์ชี้ว่า มีสินค้าบางประเภทจากสหรัฐฯ ที่ไทยสามารถให้ภาษี 0% ได้อย่างไม่มีปัญหา คือ ปุ๋ยเคมี ซึ่งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรไทย ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดตามตะเข็บชายแดน เพื่อชดเชยการขาดแคลนในประเทศได้ เนื่องจากไทยมีความต้องการปุ๋ยเคมีประมาณ 7 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียง 4 ล้านล้านตันต่อปี การนำเข้า 3 ล้านล้านตันต่อปี จะช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่า และลดฝุ่น PM 2.5 ได้

นอกจากนี้ การเปิดเสรีในส่วนของ พลังงาน และ เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องยนต์หรือเครื่องบิน ก็เป็นสิ่งที่ไทยขาดแคลนและจำเป็นต้องนำเข้าอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดการเกินดุลการค้าได้

"ผมอยากให้ทีมประเทศไทยทำอะไรด้วยความรอบคอบ อย่าเร่งรีบ ผมว่าทั้งอินโดฯ หรือเวียดนาม มีส่วนเร่งรีบ และเลยกลายเป็นว่าสิ่งที่อยากจะได้ อย่างที่ทราบข่าวมาว่าเวียดนามต่อรองขอให้เหลือ 11% เท่านั้น แต่ได้มา 20% ตัวเองเสนอทุกอย่างเลย"

นายวิวรรธน์ทิ้งท้ายว่า ในระยะยาว ไทยสามารถหาตลาดใหม่ๆ ได้ เช่น ตลาด EU หรือตลาดแอฟริกา ซึ่งอาจทดแทนตลาดสหรัฐฯ ได้บางส่วน แต่หากรัฐบาลสามารถชดเชยเรื่องภาษีหรือเรื่องดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนถูกลง 16% แต่ยังสามารถขายสินค้าได้ในราคาเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องยอมทุกอย่าง เพราะจะกระทบ SME ไทยในที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวียดนามยกเว้นภาษีสิ่งแวดล้อมเพื่อลดราคาน้ำมันลงหนึ่งในสี่

กระทรวงการค้าของเวียดนามแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า เวียดนามได้ยกเว้นภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราว เพื่อลดราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นกว่าหนึ่งในสี่ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก

'เจ้โจ' ฟาดไม่ยั้ง! ที่สิงคโปร์ตี 2 ยังต่อคิวเติมน้ำมัน

โจ มณฑานี ตันติสุข นักเขียนและวิทยากรการเงิน โพสต์ภาพและข้อความว่า เจ้ลงคลิปอินโดฯเจ้าพ่อน้ำมัน รถต่อคิวยาวหลายกิโล ดันมาเถียง

อย่าตระหนก! ปธ.กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา มั่นใจไทยไม่เข้าสู่วิกฤตพลังงาน แม้ตะวันออกกลางระอุ

‘สว.วิวรรธน์’ ขอ ปชช.อย่าตระหนก มั่นใจไทยไม่เข้าสู่วิกฤตพลังงาน แม้ตะวันออกกลางระอุ เชื่อมือ ‘คลัง-พลังงาน’ สำรองน้ำมันพร้อมสรรพ ลุ้น ‘ทรัมป์’ เคลียร์จบใน 4 สัปดาห์

TFG ปักหมุดปี 69 รุกตลาดค้าปลีก-เวียดนาม

TFG วางแผนงานปี 2569 รุกตลาดค้าปลีก-เวียดนาม ขยายฐานการผลิตในประเทศในโซนอีสานเพิ่มขึ้น ผลักดันการกระจายสินค้าให้คลอบคลุมร้านสาขา ลดความเสี่ยงธุรกิจโดยล็อกต้นทุน–เพิ่มสินค้า Margin สูง พร้อมขยายร้านค้าปลีก ผุด Thai Foods Fresh Market 850 สาขา สร้าง S-Curve หนุนผลงานโตยั่งยืน วางเป้ารายได้ออลไทม์ไฮต่อเนื่อง