เริ่มแล้ว ศาลรธน.ไต่สวนคดี 'พิเชษฐ์' รอง ปธ.สภาแปรงบ 69 ลงพื้นที่ตัวเอง ขัด รธน.ม.144เรียกพยาน 9 ปากแจง ก่อนชี้ชะตา 1 ส.ค.
24 ก.ค.2568 - เวลา 10.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคดีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. พรรคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวม 121 คนซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม กรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ผู้ถูกร้อง เป็นผู้ให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการและให้มีการเสนองบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 โครงการ ที่ผู้ถูกร้องมีส่วนโดยทางตรง และทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และในกรณีที่สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีคำขอเสนอโครงการทั้ง 3 โครงการดังกล่าวอีกครั้ง ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569เป็นการเสนอของบประมาณด้วยโครงการที่มีรูปแบบเดียวกันและต่อเนื่องกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2568 ที่ผู้ถูกร้องมีส่วนในการเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำใด ๆ ที่มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง
การไต่สวนวันนี้ศาลฯอนุญาตให้ เฉพาะคู่กรณี ผู้เกี่ยวข้อง และบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตเท่านั้น เข้าร่วมรับฟังการไต่สวน และงดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงในระหว่างการไต่สวน ซึ่งพยานที่เข้าไต่สวนมีทั้งสิ้น 9 ปาก ประกอบด้วยนายภัณฑิล ผู้ร้อง นายพิเชษฐ์ ผู้ถูกร้อง นายจิรพงศ์ วัฒนรัตน์ ที่ปรึกษาคณะทำงานทางการเมืองของผู้ถูกร้อง ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายกุลพล วัชรกาฬ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย นายวรพงษ์ แพรม่วง วิทยากรชำนาญการ สำนักงานสภาผู้แทนราษฎร นายธีรพงษ์ เอื้อพอพล ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 นายนาถะ ดวงวิชัย ผู้อำนวยการสำนักประธานสภาผู้แทนราษฎร นางวรรณฤทัย สงวนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตามคดีนี้เป็นการร้องขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสาม ศาลฯจึงต้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีมติรับความเห็นของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยก่อนหน้านี้ศาลได้ให้นายพิเชษฐ์ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในวันที่21ก.ค.และให้หน่วยงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันพุธที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการไต่สวนในวันนี้และได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือ และลงมติคดีนี้ในวันศุกร์ที่ 1 ส.ค 68 เวลา 09.30 น.และนัดคู่กรณีฟังคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! เรืองไกรร้องศาลปกครองเพิกถอนทำประชามติเหตุคำถามไม่ตรงคำวินิจฉัยศาล
เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.
ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

