
“ทนายนกเขา” ประกาศไทยเผชิญสงคราม 3 ด้าน การเมือง-การทูต-การทหาร ซัดสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังบีบหยุดยิงกัมพูชา เผย “เชฟรอน” บริษัทพลังงานสหรัฐฯ ใช้ข้อตกลงอินโดแปซิฟิก-สนธิสัญญาไมตรีการค้าฉบับ 2 เปิดทางตั้งฐานทัพในไทย ปกป้องผลประโยชน์สหรัฐฯ ชี้พลังงานเป็นเป้าหมายใหญ่ สหรัฐฯ สร้างสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเพื่อควบคุมทรัพยากร จวกพรรคร่วม-ฝ่ายค้านเงียบกริบ เรียกร้องประชาชนลุกฮือปิดล้อมทำเนียบ ยกเลิกข้อตกลงต่างชาติทันที
3 ส.ค. 2568 – เมื่อวันที่ 2 ส.ค.68 เวลา 20.50น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายนิติธร ล้ำเหลือ ปราศรัยตอนหนึ่งในการชุมนุมของกลุ่ม กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยว่า วันนี้ประเทศไทยถือว่าอยู่ในยามศึกสงคราม โดยศึกสงคราม 3 ด้านที่สำคัญที่ต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว 1.ด้านการเมืองหมายถึงรัฐบาลคณะรัฐมนตรี และนิติบัญญัติ สส. สว. 2.ด้านการทูตซึ่งมาจากการเมือง 3.ด้านการทหาร ภาพการสู้รบของทหารที่ยอมสละชีวิต แต่การเมืองและการทูตบอกให้เราหยุดยิง แม้ทหารจะป้องกันประเทศเขายังไม่บอกว่าให้ทำ หลังจากการเจรจาหยุดยิง เราอาจจะนึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากไทยและกัมพูชาเท่านั้น แต่จากการเจรจาหยุดยิงนั้น คนที่นำเรื่องนี้เข้ามาและบีบบังคับให้เราหยุดยิงคือสหรัฐอเมริกา ตัวการต่อมาคือมาเลเซียที่นายทักษิณ ชินวัตร นั่งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน
“ประเทศไทยเสียค่าโง่ในการทำบันทึกข้อตกลงอินโดแปซิฟิก ทำสนธิสัญญาไมตรีการค้าและพาณิชย์ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาสำคัญที่ทำให้เขาบีบเราได้ โดยสาระสำคัญลงระบุว่าอนุญาตให้สหรัฐอเมริกานำกำลังทหาร นำอาวุธเข้ามาตั้งฐานทัพและทำปฏิบัติการในเมืองไทยได้ เพื่อปกป้องสิทธิของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในไทย รวมถึงปกป้องคนสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในไทย และปกป้องทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในไทย จำเรื่องนี้ไว้ให้ดี ตัวละครที่เราเห็นในการเจรจาทั้งลูกทาสภูมิธรรม (นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะทำไม่ได้ถ้าไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมมือกับมันทำ ไม่ใช่แค่นั้นพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนก็เงียบกริบ”นายนิติธร
นายนิติธร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกะทันหันย้อนไป 5 ปีย้อนหลังพรรคอนาคตใหม่นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาทำ 2 เรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบและส่งผลมาถึงทุกวันนี้ 1 ใส่ร้ายกัดเซาะบ่อนทำลายสถาบัน 2.เซาะกร่อนทหาร ห้ามซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ หรือเครื่องบินรบ เห็นหรือไม่ว่าเขาวางแผนมาโดยตลอด เราจึงไม่มีอาวุธสมัยใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลชุดนี้กับยุทธศาสตร์ในการแบ่งแยกประเทศไทย เขามองกันออกว่าการรบในการศึกสงครามกัมพูชาไม่มีทางสู้ไทยได้ เขารู้ว่าต้องมีการเจรจา แต่ถ้ามีการเจรจาโดยใช้กับกัมพูชาตนเชื่อว่าทหารไทยไม่ยอม สหรัฐอเมริกาจึงต้องแทรกแซง แนะนำมาตรการทางภาษีบีบ แต่ถึงจะบีบอย่างไรถ้านายทักษิณ หรือน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายภูมิธรรม ไม่ยอมก็ทำไม่ได้ แต่คนพวกนี้ยอมสหรัฐอเมริกาหมดนี่คือปัญหาการเมืองของไทย ฉะนั้นจึงเห็นว่าทำไมเขาจึงไม่ตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะวันที่ 4 จะมีการเจรจา GBC ซึ่งต้องใช้รัฐมนตรีกลาโหมของ 2 ประเทศ ดังนั้นทหารของเราไม่รบอย่างเดียวแต่ต้องเก็บพยานหลักฐาน เพราะการทูตเราเสียไปแล้ว เท่ากับว่าเราเสีย 2 ส่วนเหลือแค่ส่วนทหาร จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องออกให้กำลังใจกัน
นายนิติธร กล่าวอีกว่า เราไม่ได้รบกับกัมพูชากับสหรัฐอเมริกาเราก็ต้องรบเหมือนกัน เพราะนายทักษิณ เคยพูดว่าเรื่องพลังงานให้แบ่ง 50 % เป็นการแบ่งขั้นตอนในการสมคบคิด เหตุเรื่องพลังงานทั้งหมด บริษัท เชฟรอน ซึ่งเป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา ใช้โอกาสนี้ในการสร้างสงครามขึ้นมา อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและสงคราม และสร้างสถานการณ์สงคราม ได้ออกมาพูดว่าสถานการณ์ไทยกัมพูชาเป็นแค่เรื่องความขัดแย้งด้านเขตแดนเท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่สหรัฐอเมริกาจะแทรกแซง แต่เขาเห็นการทำงานของซีไอเออย่างคึกคักพี่เข้ามาในประเทศไทยและกัมพูชา วิธีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น เป้าหมายที่จะเอาพลังงานแบบเร่งด่วน เมื่อประเทศไทยและกัมพูชาแบ่งกันไม่ได้ ฉะนั้นจึงทั้ง 2 ประเทศและเอาพลังงานทั้งหมดเป็นเรื่องที่ระยำ ต้องเข้าใจว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นอย่างไร
“ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นแค่ฉากแรก แต่ฉากหลังกำลังจะตามมาการรบครั้งต่อไปจะหนักขึ้นกว่าเดิม สถานการณ์สร้างความสับสน บอกมีจีน รัสเซียเข้ามา แต่กองกำลังที่ดูแลฮุน เซน กว่า 5,000 คนนั้น มันเป็นกองกำลังจากอะคาเดมี่ซึ่งเป็นบริษัทที่รับจ้างก่อนสงคราม และอารักขาบุคคล ซึ่งเป็นนักรบรับจ้าง และเป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา อาวุธที่พวกนั้นใช้ก็เป็นอาวุธของสหรัฐอเมริกา ส่วนอาวุธของจีน ต้องรู้ว่ากัมพูชากับจีนมีความสำคัญกันมานาน แต่ในช่วงที่เกิดวิกฤตได้หยุดซ้อมรบกับกัมพูชาทันที แล้วบอกว่าให้เจรจา จีนจะยืนเพื่อรักษาความเป็นกลาง แต่ข้อมูลข่าวสารปั่นจัดว่าเกิดมาจากจีน และสหรัฐอเมริกากำลังจะเปลี่ยนเอกอัครราชทูตคนใหม่ที่จะเข้ามาประจำประเทศไทยเพิ่งตื่นผู้อำนวยการก่อสร้างกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ ซึ่งที่นั่นเป็นฐานโจรกรรมข้อมูลเพราะฉะนั้นเรามีสิทธิเต็มที่ที่จะปฏิเสธไม่เอาเอกอัครราชทูตคนใหม่คนนี้เข้ามา เพราะถ้าเขาเข้ามาเขาก็จะก่อสงครามทันทีเราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม รวมถึงต้องยกเลิกข้อตกลงอินโดแปซิฟิก และยกเลิกสนธิสัญญาไมตรีการค้าและพาณิชย์ทันที” นายนิติธร กล่าว และว่าสิ่งที่เราเคยทำมาและประสบผลสำเร็จในการหยุดรัฐบาลนี้เราต้องปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์ข้อมูลชี้ประชุม UNGA81 โลกแตกขั้วหนักข้อ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
นายกฯ ชวน 'BofA - Microsoft - PIMCO' ลงทุนไทย
ไทยพร้อมรับการลงทุน ! นายกฯ พบ 3 สถาบันการเงิน/กองทุนชั้นนำอเมริกา- BofA - Microsoft- PIMCO มองหา พาร์ทเนอร์ ร่วมส่งเสริมเทคโนโลยีอนาคตและความยั่งยืน
'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'
'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร
'กรณ์' ข้องใจเคยเรียก 'วรภัค' ชี้แจงหรือไม่ซัด กลต.ทำงานอืดจนสหรัฐจัดการเอง!
'กรณ์' ชี้สหรัฐไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 เครือข่ายสแกมเมอร์ สะท้อนอำนาจไทยเป็น 'เป็ดง่อย' ซัด ก.ล.ต.ทำงานช้า จนมะกันออกโรงเอง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สงสัยเคยเรียก 'วรภัค' ชี้แจงหรือไม่
'ทั่นโรม' จี้คุ้ยเส้นทางการเงินเครือข่ายสแกมเมอร์หลังพ่อมะกันขึ้นบัญชีดำ!
'โรม' จี้รัฐบาลเร่งสอบสาวไส้เส้นทางการเงิน -คดีความเครือข่ายแสกมเมอร์ในไทย หลัง 'วรภัค' จ่อถูกแบล็กลิสต์มะกัน – หวั่นกระทบภาพลักษณ์-ความน่าเชื่อถือประเทศไทย

