'แรมโบ้' สวนเดือด 'ณัฐวุฒิ' ฉวยแซะรัฐบาล ใช่แล้ว 'บิ๊กตู่' ไม่มีกระเป๋าให้ควัก เพราะใจซื่อมือสะอาด

เสกสกล'แรมโบ้' สวน 'ณัฐวุฒิ' อดอยากปากแห้งมานาน แต่รอไปก่อน ยังไม่ถึงเวลา ชี้นายกฯไม่สนใจกลเกมการเมือง เดินหน้าทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน ย้ำนายกฯไม่โดดเดี่ยวแน่  ที่ไม่มีกระเป๋าให้ควัก เหมือนสมัยทักษิณนั้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่านายกฯใจซื่อมือสะอาด 

13 ก.พ.2565 -  นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าภายในรัฐบาลประยุทธ์วันนี้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริง และคู่ขัดแย้ง ก็ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์กับ ร.อ.ธรรมนัส แต่เป็นระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร เพียงแต่ฝ่ายของพล.อ.ประวิตรมีร.อ.ธรรมนัส เป็นตัวเดินโดยเป้าหมายของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ ก็มีความรุนแรงถึงขั้นพังกันไปข้างหนึ่งนั้น ว่านายณัฐวุฒิ อย่าฉกฉวยเวลานี้มาแซะรัฐบาลเลย เพราะคงไม่มีประโยชน์ ถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล ก็ยังต้องอยู่เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนต่อไปจนครบวาระ โดยเฉพาะการทำให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลกจากการเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนด้วย

"ความจริงผมเห็นใจนายณัฐวุฒินะ ที่คงจะอดอยากปากแห้งมานานหลายปีแล้ว แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังไม่ถึงเวลาของนายณัฐวุฒิ ขอให้รอไปก่อน และหากว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองตามที่หลายฝ่ายมีการวิเคราะห์กัน  นายณัฐวุฒิ และสมัครพรรคพวก ก็คงไม่สามารถที่จะมาลอยหน้าลอยตา หรืออยู่เป็นรัฐบาลเหมือนในอดีต เหมือนสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จับพลัดจับผลูได้นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ชื่อกระฉ่อนทั่วประเทศ สร้างความอับอายให้กับตัวเองที่ไม่สามารถตอบคำถามสื่อได้จากโครงการจำนำข้าวมาแล้ว"

นายเสกสกล กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดในขณะนี้ เกิดจากฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มีความพยายามของคนบางกลุ่ม บางพวกที่ต้องการจะโยนหอกมาถึงฝ่ายบริหารโดยมุ่งมาที่นายกรัฐมนตรี แต่ตนเองก็ได้ประกาศไปแล้วว่าไม่มีใครที่จะมาทำอะไรนายกฯประยุทธ์ ได้ อย่าคิดว่านายกฯจะอ้างว้างโดดเดี่ยว หรือไม่มีที่ไป  เสียงจากประชาชน จากสำนักโพลต่างๆ ที่ออกมาก็ชัดเจน รวมถึงพรรคการเมืองหลายพรรค ที่พร้อมจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ให้ทำงานต่อไป และให้เป็นนายกฯอีกสมัย

เพราะประชาชนทั้งประเทศได้เห็นสิ่งที่นายกฯได้ทำให้ประชาชนมาตลอด 6-7 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะความใจซื่อมือสะอาดเป็นที่ประจักษ์ เพราะฉะนั้นนายณัฐวุฒิ ไม่ต้องห่วงปัญหาที่เกิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล เพราะถึงอย่างไรก็มีทางออกเสมอ ใครอยากจะเล่นการเมืองกันอย่างไรก็เล่นกันไปตามสบาย นายกฯไม่ได้สนใจอยู่แล้ว พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป สู้ไม่ถอย

ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ออกมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ หากจะตั้งพรรคเองคงไปไม่รอด เพราะไม่มีกระเป๋าให้ควัก นั้นตนว่าตรงนี้ก็ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วว่า การเข้ามาบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ นั้น เข้ามาเพื่อทำงานเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจเดินหน้า ปัญหาของประชาชนทุกกลุ่มได้รับการแก้ไข ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการแจกเงินเหมือนกับรัฐบาลในอดีตโดยเฉพาะในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร ที่โปรยโครงการประชานิยมให้กับประชาชน ทำให้เกิดเศรษฐกิจที่ไม่ยั่งยืน ในที่สุดประชาชนก็ยังเดือดร้อนเหมือนเดิม

"นายณัฐวุฒิ คงเคยชินกับการจ่ายแจกในยุค ในสมัยที่นายณัฐวุฒิ เคยอยู่ ซึ่งผมก็เข้าใจดี แต่อย่าลืมว่าการควักกระเป๋าจ่ายของนักการเมือง จ่ายหนักแค่ไหนก็เอาคืนมากกว่าอีกหลายสิบเท่า และผมก็เห็นด้วยที่ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะเป็นการเลือกตั้งที่เขียนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอย่างสำคัญ ประชาชนต้องตัดสินใจกันดีๆ แล้วก็ต้องตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุผลให้รอบคอบ รอบด้าน และต้องทันเกมการเมืองของนักการเมืองที่จ้องเขมือบประเทศ จ้องหาผลประโยชน์เข้าตัวเองโดยไม่เห็นหัวประชาชนด้วย" นายเสกสกล กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”