
‘วุฒิสภา’ นัดถก ‘รายงาน กมธ.กาสิโน’ 23 ก.ย. นี้ เปิดสาระสำคัญ ผลศึกษา ฉบับรัฐบาล-แพทองธาร เหตุขัด รธน. มีผลกระทบหลายมิติ หากเดินหน้า ต้องประเมินผลกระทบรอบด้าน-ทำประชามติด้วย
21 ก.ย.2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์) ที่มี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. เป็นประธาน กมธ. ในวันที่ 23 ก.ย.นี้
โดยสำหรับเนื้อหาของรายงานการศึกษาดังกล่าว มีสาระสำคัญ ซึ่งระบุถึงการศึกษารายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตรร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันโครงการเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซ่ึงมีกาสิโนเป็นองค์ประกอบหลักเป็นนโยบายที่ตั้งอยู่บนสมมติฐาน ที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความเหมาะสมในบริบทของประเทศไทย อีกทั้งแฝงไว้ด้วยความเสียหายหลายมิติ
อาทิ ทางเศรษฐกิจ ไม่มีความชัดเจนด้านความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะเป็นกิจการที่ไม่เกิดรายได้ที่แท้จริง คือ ก่อให้เกิดการผลิตสินค้า และบริกา แต่เป็นกิจการที่โอนเงินจากผู้เล่นที่เสียไปให้ผู้เล่นที่ได้ และยิ่งไม่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและภาระของรัฐที่แบกรับ
มิติทางสังคมและสุขภาพ จะเกิดผลกระทบจากการเสพติดพนัน เกิดความรุแนรงในครอบครัว เพิ่มขึ้นของอาชญากรรมและกระทบต่อระบบสุขภาพระยะยาว
มิติกฎหมายและความมั่นคง มีความเสี่ยงเป็นแหล่งฟอกเงิน องค์กรอาชญากรรม และเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายหลายฉบับ และอาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ที่กำหนดให้รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้การตราากฎหมายต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม
รายงาน กมธ. ระบุอีกว่า กรณีรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภา แม้ชื่อร่างไม่ได้ชี้ชัดว่า มุ่งเน้นให้มีกาสิโนเป็นหล้ก แต่ด้วยเหตุผลที่ระบุชัดว่า เพื่อสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน และกำหนดให้มีประเภทธุรกิจสถาบันเทิง ตามบัญชีแนบท้ายอย่างน้อย 4 ประเภท และต้องร่วมกับ กาสิโนอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้น ร่างกฎหมายจึงเปิดให้มีธุรกิจบ่อนการพนันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งย้อนแย้งต่อสำนึกในศีลธรรม และมาตรฐานศีลธรรมของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ
รายงาน กมธ. ระบุต่อว่า ในร่าง พ.ร.บ.ที่กำหนดในส่วนคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ที่มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน และรัฐมนตรีอื่นๆ 8 กระทรวง และให้อำนาจเสนอ ครม.สั่งการหน่วยงานปรับปรุง เพิ่มเติม ยกเลิกกฎหมาย เพื่อเอื้อให้กับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร และมีอำนาจอื่นๆ ที่มีลักษณะกว้างขวางและรวมศูนย์อำนาจ โดยไม่มีการถ่วงดุลตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก ถือเป็นลักษณะให้เกิดการใช้อำนาจบริหารซ้อนฝ่ายบริหาร ไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เพราะไม่ถือเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3
มิติด้านศีลธรรมและวัฒนธรรม ไม่สอดคล้องกับคุณค่าและหลักศีลธรรมของสังคมไทย
มิติด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความเป็นไปได้ในการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมระหว่างปรระเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยง ไม่พัฒนาแต่ทำลายทรัพยากรมนุษย์และเป็นการเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ระยะสั้น ไม่ยั่งยืน
“ประเทศไทยยังมีทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องพึ่งอุตสาหกรรมการพนัน โดยเฉพาะรูปแบบโครงการ wellness complex และสามารถพัฒนาเป็นรูปแบบสถานบริการที่ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรม ไม่ส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยง และสร้างรายได้จากเงินสีขาวที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดเสี่ยงด้านอาชญากรรม และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในระยะยาว” รายงานกมธ. ระบุ
กมธ.วิสามัญจึงเห็นว่า การส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศไทย ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่เร่งรัดผลักดันนโยบายที่ขาาดหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ อีกทั้งควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพิจารณานโยบายสาธารณะ กมธ.จึงไม่เห็นชอบด้วยกับเนื้อหา หลักการ และกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …
ทั้งนี้ ท้ายรายงานการศึกษา กมธ.มีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนโครงการตาม พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ใน 3 ฉากทัศน์ คือ 1.ฉากทัศน์เชิงอุดมคติ แนวทางนี้ไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนและเห็นควรให้ส่งเสริมการพัฒนารูปแบบอื่น เช่น welless complex 2.ฉากทัศน์ทางเลือก ในกรณีที่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าควรศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคมสุขภาพ และความมั่นคงให้รอบด้าน พร้อมเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการทำประชามติว่าเห็นควรอนุญาตให้มีธุรกิจกาสิโนหรือไม่
และ 3.ฉากทัศน์เชิงป้องกันความเสี่ยง กรณีที่โครงการดำเนินการได้ แต่ไม่สำเร็จตามสมมติฐานของรัฐบาล หรือไม่สามารถจัดการ ควบคุมผลกระทบทางลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทันที ต้องชดเชย เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพียงพอ
“ข้อเสนอแนะต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของวุฒิสภาเห็นว่าควรให้รัฐบาลทบทวนร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และตรวจสอบความเหมาะสมต่อการให้อำนาจกรรมการนโยบายอย่างสมดุล หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะ วุฒิสภาควรแสดงท่าทีไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศในอนาคต” รายงาน กมธ.ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทยไม่เป็นฝ่ายค้าน! 'จุลพันธ์' เผยพรรคอันดับ 1 ยังไม่ประสานมา
ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีมีการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคอันดับ 1 มาแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่มีการประสานมา เป็นเรื่องของพรรคอันดับหนึ่งที่จะดำเนินการในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เข้าใจว่าต้องรอ
'ภูมิธรรม' รับไม่ได้ การเลือกตั้งผิดปกติ ฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดข้อกังขา
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุว่าการเลือกตั้งที่ผิดปกติต้องมีคนรับผิดชอ
'จตุพร' ฟันธง! 'อนุทิน' ไม่เอาเพื่อไทยร่วมรัฐบาล
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสม
'อนุทิน' กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ 'เพื่อไทย' เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวกำลังจะมีแห่งที่ 6
‘อนุทิน’ กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ ‘เพื่อไทย’ หลังถูกถามปมเผาสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไปแล้ว เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวมี 5 แห่ง กำลังจะมีสะพานที่ 6
ปิดตำนาน '2 บ้านใหญ่' พท. สูญพันธุ์ 'ปชน.-กธ.' ยึดลำปาง
ปิดตำนาน 2 ตระกูลใหญ่ลำปาง กอดคอสูญพันธุ์ 'ส้ม-เขียว' แบ่งกันคนละครึ่ง ขณะที่ส้มคาใจเปิดประเด็นรณรงค์ขอนับคะแนนเขต2ใหม่หลังพบบัตรเสียกว่า7พันใบและส้มทิ้งห่างกล้าธรรมเพียงสองพันกว่าคะแนน
ตายเพราะปาก! 'วาทะเด็ด' ฉุด 'ปชน.-พท.' พ่ายเลือกตั้ง
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เลือกตั้ง 69" โดยระบุว่า

