
30 ก.ย. 2568- ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมทำประชามติในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยใช้บัตร 4 ใบ คือ บัตรเลือกสส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ และประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา รัฐบาลจะทำความเข้าใจประชาชนอย่างไร ว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการทำประชามติหลายครั้งแล้ว ทางรัฐบาลจะประสานงานและหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทย ที่จะเร่งทำความเข้าใจ และความคุ้นเคยให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องตามบัตรตรงคะแนน
เมื่อถามว่า ที่เกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสนเนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งหลายใบในคราวเดียว นายกฯ กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ของนายบวรศักดิ์ เพราะการลงคะแนนต้องใช้งบประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ที่สำคัญเราต้องไม่ดูถูกภูมิปัญญาของพี่น้องประชาชนที่จะสามารถทำความเข้าใจได้ จากการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆว่าจะต้องลงคะแนนอย่างไร
เมื่อถามว่า MOU ไทย-กัมพูชา ที่จะนำมาลงประชามติจะเป็นฉบับปี 43 หรือ 44 นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา MOU 2543-2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ก็ต้องรอผล หากผลออกมามีความชัดเจนว่าไม่ต้องศึกษา ก็อาจจะยกเลิกได้เลยโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจอยู่ที่ครม. เพียงแต่เราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการให้เกียรติมากกว่า เรื่องอะไรที่มีความแตกต่างทางความคิด และเป็นความสนใจเกี่ยวข้องกับอธิปไตยความมั่นคงของประเทศ ซึ่งทอดยาวมานานก็เลยอยากถามประชาชน
“หากผลการศึกษาออกมาแล้วชัดเจนว่าไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย และประเทศไทยไม่ได้เปรียบอะไรเลย ซึ่งอะไรที่ประเทศไทยไม่ได้เปรียบกัมพูชา เราเลือกประเทศไทยก่อน ดังนั้น ถ้าหากมีความชัดเจนก็อาจจะเลิกเลยก็ได้โดย ครม. อันนี้เป็นการให้เกียรติประชาชน ผมขอย้ำ ถ้าถามผม ผมทำเองผมเลิกไปแล้ว“นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า คำว่า MOU คือ Memorandum of Understanding ถ้า MOU ทั่วไปเขาจะเขียนว่าภายใน 2 ปีหากไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ก็ต้องถือว่าเป็นอันสิ้นสุด ดังนั้น ตนต้องดูบริบทใน MOU 43-44 ว่ามีการกำหนดให้มีการสิ้นสุดไปของ MOU นี้หรือไม่อย่างไร หาก ไม่มีการกำหนดเลย ตนก็จะบอกว่าทำไม 20 ปี ยังไม่มีความเข้าใจ ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ แล้วจะเก็บไว้ทำไมถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงขอย้ำว่าถ้าประเทศไทยได้ประโยชน์ก็จะเก็บ แต่ถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ก็จะเลิก
“ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน คือ MOA ตรงนี้ผูกพันเบี้ยวไม่ได้ 4 เดือนต้องยุบสภา แต่ MOU เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกันเมื่อไหร่ก็ต้องเลิก นี่คือบริบทของผม แต่ก็มีคนพยายามไปตีความว่าจะต้องเลิกทั้งสองฝ่าย ซึ่งผมมองว่าแบบนั้นต้องเป็นสัญญา อย่างไรก็ตามคงต้องฟังและถามผู้รู้ทางกฎหมาย”
เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงให้ข้อมูลว่าเห็นควรจะต้องยกเลิก MOU หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของครม. ถ้าจะตัดสินใจก็ต้องตัดสินใจโดยครม.
ถามย้ำว่า แสดงว่ากรณีจำนวนบัตรเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการทำประชามติเรื่องยกเลิก MOU ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องรอกรรมาธิการ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอโทษประชาชน ‘อนุทิน’ ขออภัยในความปั่นป่วนให้รอรัฐบาลใหม่วิ่งฉิว!
นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน
ลั่น‘คนละครึ่ง’มาแน่! นายกฯชี้พลัสกว่าเดิม
"อนุทิน" ยัน “คนละครึ่ง” มาแน่นอน พลัสมากกว่าเดิม “ศุภจี” ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง ให้ส่งวัตถุดิบเกษตรจากต้นทางไปร้านอาหาร กรุงเทพฯ-ปริมณฑล นำร่อง 24 แห่ง
อ.อัจฉราวดี แนะ 'อนุทิน' ลากคอไอ้โม่งเป็นการไถ่โทษบริหารน้ำมันปั่นป่วน ประชาชนไม่อยากฟังคำขอโทษอีกแล้ว
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง และประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอโทษประชาชนที่บริหารน้ำมันปั่นป่วนว่า สมควรต้องถูกทัวร์ลงทั่วประเทศ เพราะนายกประมาทวิกฤตของชาติแต่ให้คนอื่นนั่งหัวโต๊ะ
'อนุทิน' ยันเร่งดันคนละครึ่งพลัสให้เร็วที่สุด เติมเงินให้มากกว่าเดิมแน่นอน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะดำเนินการต่อ ว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้
'อนุทิน' รับสบายใจขึ้น ควบคุมสถานการณ์น้ำมันได้ประชาชนมีใช้เพียงพอ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว
'อนุทิน' เผยมีโอกาสน้ำมันขึ้นราคาอีก ชี้ประเทศไทยไม่ขาดน้ำมัน คือความสำเร็จในภาวะสงครามตะวันออกกลาง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ว่า ราคาเป็นไปตามกลไก เราพยายามทำให้อย่างน้อยความมั่นคงทางการมีน้ำมันในประเทศมีมาก ราคาถ้าอุ้มมากงบประมาณที่เอามาใช้ก็ร่อยหรอไปทุกวัน และที่สำคัญถ้าราคาต่ำกว่า

