'บวรศักดิ์' เปิด 2 แนวทาง ไทม์ไลน์ลงมติแก้ รธน. วาระ 3 อยู่ที่พรบ.ประชามติ มีผลบังคับใช้

“บวรศักดิ์” วางแนวทางยุบสภาวันเลือกตั้งครั้งหน้า 29 มี.ค.69 แนะรัฐสภา-รัฐบาล ประสานเวลาให้ดี พร้อมเสนอไทม์ไลน์ลงมติแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ขึ้นอยู่กับพรบ.ออกเสียงประชามติใน 2 กรณี 1.ฉบับปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้ และ 2.ฉบับใหม่ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว

15 ตุลาคม 2568 - เวลา 13.30 น. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พร้อมนำข้อมูลการอภิปรายจากสมาชิกรัฐสภาส่งให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญในอนาคต ทั้งนี้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด15/1 ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอำนาจรัฐสภา แต่การทำประชามติ ตามพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ กำหนดให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อหารือกับกกต.กำหนดวันลงประชามติ และคำถามประชามติ จึงขอนำเสนอไทม์ไลน์ใน 2 กรณีคือ

1.กรณีที่พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ฉบับปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้ ตามข้อตกลงเอ็มโอเอที่ให้ยุบสภาใน 4เดือน จะครบกำหนดยุบสภาวันที่ 31 ม.ค.2569 ทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในกรณียุบสภา ต้องเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน วันที่เหมาะสมจะเลือกตั้งที่สุดคือ วันที่ 29 มี.ค.2569 ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเอ็มโอเอ ขีดเส้นให้ผ่านแก้รธน.ไม่เกิน 20 ธ.ค.

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเมื่อมีการทำประชามติมาเกี่ยวข้อง ตามพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฉบับปัจจุบัน กำหนดให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันออกเสียงประชามติ ในระหว่าง 90-120 วัน นับแต่วันที่แจ้งต่อประธานรัฐสภา เมื่อรัฐบาลต้องการประหยัดงบประมาณให้ออกเสียงประชามติไปพร้อมกับวันเลือกตั้งในวันที่ 29 มี.ค.2569 นั้น ดังนั้นกรอบเวลา 90 วัน คือวันที่ 30 ธ.ค.2568 จะเป็นวันที่นายกฯและกกต.ประกาศให้ทำประชามติ

หมายความว่า การลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ควรไม่เกินวันที่ 15-20 ธ.ค.2568 เผื่อระยะเวลาทิ้งไว้ 10 วัน ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายกฯและกกต.และหารือกำหนดวันทำประชามติที่จะเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งคือ วันที่ 29 มี.ค.2569 จึงต้องขอความกรุณารัฐสภาลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 วันที่ 15-20 ธ.ค.

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ส่วนไทม์ไลน์กรณีที่ 2 ที่พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ฉบับใหม่ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้ว และมีประกาศบังคับใช้ จะทำให้รัฐสภามีเวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมากขึ้นคือ หากยุบสภาวันที่ 31 ม.ค.2569 และเลือกตั้งวันที่ 29 มี.ค.2569 แต่กรอบเวลาการประกาศวันทำประชามติจะลดจาก 90 วัน เหลือ 60 วัน ดังนั้น วันสุดท้ายที่จะประกาศวันทำประชามติคือ วันที่ 29 ม.ค.2569 หากเป็นเช่นนี้ รัฐสภาต้องลงมติการแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในช่วงวันที่ 15-19 ม.ค.2569 และ เว้นเวลาไว้ 10 วันเพื่อให้ประธานรัฐสภาจัดทำร่างตลอดจนคำอธิบายสาระสำคัญของร่าง เพื่อให้รัฐบาลสามารถหารือกับ กกต.ได้

ไทม์ไลน์ดังกล่าวเป็นไปตามเอ็มโอเอ และพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา รัฐบาลไม่อาจก้าวล่วงได้ แต่ต้องมีการประสานงานกันในหลายเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ จึงได้เสนอไทม์ไลน์ที่รัฐบาลมองว่าควรจะเป็นเช่นนั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน

"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่

'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'

‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง

กลุ่ม สว. จี้รัฐบาลเร่งแก้ รธน. แม้อยู่ในช่วงวิกฤตสงคราม-น้ำมัน แต่ทำควบคู่กันได้

"สว.นรเศรษฐ์-พรชัย" จี้รัฐบาลชี้แจงกรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจนในการนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประเทศเผชิญวิกฤตสงครามและราคาพลังงาน แต่ประชาชนจำนวนมากยังรอคอย รธน.ใหม่ รัฐบาลสามารถทำควบคู่ไปกับการแก้วิกฤตดังกล่าวได้

'อนุทิน' อ้อมแอ้ม เหตุ 'บวรศักดิ์' หลุดโผ ครม. เลือก 'ปกรณ์' ดูกฎหมายแทน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ไม่มีชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้มีการพูดคุยกับนายบวรศักดิ์แล้วหรือไม่ โดยนายกฯย้อนถามว่า รู้ได้อย่างไร

'วุฒิสภา' เสียงแตก เสนอสูตรเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน ร่าง รธน.ใหม่ มีทั้งหนุน-ค้าน

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษา เรื่อง รายงานศึกษาทบทวนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และการศึกษารูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)