18 ตุลาคม 2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กว่า การเมืองในช่วงนี้ จะเห็นความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆอย่างคึกคัก เพราะนับถอยหลังเข้าสู่การยุบสภา ซึ่งไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2569 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ทำให้มีพรรคการเมืองหลายพรรค มีทั้งโหวตเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ เตรียมพร้อมจะนำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้ง บางพรรคก็เปิดตัวผู้สมัครที่จะลงเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้
ในขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รุนแรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างยิ่ง คือการที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ในวันที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวส.ส.ล็อตใหม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติที่คนอย่างอดีตหัวหน้าพรรคต้องทิ้งพรรค โดยอ้างเหตุผลเพราะผู้มากบารมีในพรรคล้วงลูก ซึ่งการให้ความเห็นของนายสมพงษ์ อดีตหัวหน้าพรรค เป็นการยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยคือมรดกของครอบครัวชินวัตร เปรียบเสมือนบริษัทธุรกิจในครอบครัวชินวัตร ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองทั่วไป จำเป็นต้องมีผู้มีบารมี และเจ้าของพรรค เห็นบทบาทของคนในครอบครัวชินวัตร อยู่ในพรรคเพื่อไทยและควบคุมพรรคเพื่อไทยอย่างเบ็ดเสร็จ นับตั้งแต่กรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มาเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก้าวมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จนถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ทางการเมือง ข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ แต่ก็ยังมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
เมื่อนายสมพงษ์ลาออก ถือว่ากระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงของพรรคเป็นอย่างมาก เชื่อว่าหลังจากนี้ไป หากมีการยุบสภาเมื่อใด จะมีส.ส.ของพรรคเพื่อไทยทยอยลาออกมากยิ่งขึ้น เห็นจากการให้สัมภาษณ์ของนายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา ได้ออกมายืนยันว่า จำเป็นต้องย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย เพราะอยู่แล้วไม่อบอุ่น และมีปัญหาภายในของพรรคเพื่อไทย ถ้าเป็นเช่นนี้จะเห็นส.ส.พรรคเพื่อไทยอีกหลายคนทยอยลา
การที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 200 ที่นั่ง บวกลบ10 เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก จะต้องรอดูว่าเป็นไปได้ตามคำคุยโม้โอ้อวดหรือไม่ และจะต้องจับตาดูว่าผู้อำนวยการเลือกตั้งจะเพ่นก่อนส.ส.คนอื่นหรือไม่ สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยวันนี้ จะมีเลือดไหลออกอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งสวนทางกับพรรคการเมืองอื่น อย่างพรรคประชาธิปัตย์ คนเก่าไหลกลับพรรค อดีตหัวหน้าพรรคคัมแบ็ค มานำพรรค ฟื้นฟูพรรค ในขณะพรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคทิ้งพรรค ต้องลาออกจากพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่งสำหรับกองเชียร์และผู้สนับสนุนเพื่อไทย
จะต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่มีประวัติเป็นคู่ปรับ เป็นคู่แข่งขันทางการเมือง เป็นขั้วการเมืองที่แข่งขันกันในสนามเลือกตั้งว่า พรรคไหนจะมีทิศทางและอนาคตที่ดีมากกว่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.
“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว
ไทยโพสต์เปิดช่อง ‘เจาะการเมือง’ รู้ลึกทุกความเคลื่อนไหว
ไทยโพสต์เปิดช่อง “ไทยโพสต์เจาะการเมือง” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมจากทีมข่าวไทยโพสต์
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
'รวยไม่ไหวแล้วโว้ย' ในวันที่น้ำมันแพงกับเกมการเมืองที่คุ้นเคย
คำว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถูกพูดบนเวทีหาเสียงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงที่การเมืองกำลังแข่งกันสร้างความคาดหวัง คำลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นรูปแบบของการหาเสียงที่มัก “พูดเกินจ
จับตา! เป่าคดี 'ฮั้ว สว.' จุดเริ่มต้น 'กินรวบ' การเมืองไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย

