“เทพไท” หยิบ 3 สำนวนเลือก สว.ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ มาเทียบกับคดี 77 ผู้ถูกร้อง ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตรวจสอบทั้งเส้นเงิน ที่พัก การติดต่อและโพยลงคะแนน พร้อมระบุข้อสังเกตถึงรูปแบบและเงินทุนที่อาจใช้ในกระบวนการฮั้ว ซึ่งยังเป็นความเห็นของเจ้าตัว ไม่ใช่ข้อสรุปของ กกต.
19 กันยายน 2569 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ฮั้ว สว.น้ำเงิน-ส้ม ต้องมาตรฐานเดียวกัน” ระบุว่า
มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการเลือกตั้งชุดใหญ่ ได้มีมติสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมใน 3 สำนวน ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีส้ม คณะก้าวหน้า และกลุ่มสวอิสระ หรือที่เรียกกันว่า“ฮั้ว สว.สั้ม” เนื่องจากพยานหลักฐาน และเส้นทางทางการเงินยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณาลงมติ จึงมีกระแสข่าวนี้ออกมา หลังจากคณะกรรมการเลือกตั้งได้มีมติสั่งฟ้อง 77 ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จึงทำให้มีการเคลื่อนไหวกดดันไปยังกกต.ให้ดำเนินการสอบสวนคดีฮั้วสว.สีส้มด้วย
ในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด สนับสนุนให้คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ได้สอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.ทุกสี ทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ และถ้าหากว่ามีพยานหลักฐานสามารถจะเอาผิดหรือสั่งฟ้องได้ อยากให้รีบดำเนินการโดยเร็ว และไม่ควรจะใช้วิธีการเลือกปฏิบัติ หรือ2มาตรฐาน ถ้าหากว่ามีการวางกฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานตรวจสอบการฮั้วสว.สีน้ำเงิน โดยยึดหลักพยานหลักฐานทั้งเรื่องการจัดเลี้ยง การจ่ายเงิน การโทรศัพท์ การเช่าที่พัก และการกระทำอื่นใด เช่น มีโพยในการลงคะแนนด้วย ก็อยากให้ใช้มาตรฐานนี้ไปดำเนินการกับสว. สีส้ม ว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนเหมือนกับการสอบคดีฮั้วสว. สีน้ำเงินหรือไม่
เพราะองค์ประกอบของการฮั้วสว.ที่เกิดขึ้นได้จนเป็นผลสำเร็จ มาจากองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ
1.ส่วนที่เป็นศูนย์อำนวยการ การวางแผนฮั้วสว.มีการออกแบบ วิธีการฮั้ว มีโปรแกรมการฮั้ว การจัดการลงคะแนน มีการวางแผน มีการดำเนินการทางวิชาการด้านสถิติ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการลงคะแนน
2.ต้องมีเงินทุนจำนวนมากพอสมควร ที่จะดำเนินการได้ อย่างไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ที่จะต้องใช้จ่ายในการว่าจ้างโหวตเตอร์ให้เป็นหน่วยกล้าตาย หรือหน่วยพลีชีพในการลงคะแนน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหัวละ 5000 บาท 20,000 บาท 50,000 บาท 100,000 บาท และ 200,000 บาท เมื่อมีผู้ร่วมขบวนการนี้นับหมื่นคน ก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
3.ต้องมีเครือข่ายทั้งระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ เพราะต้องหาโหวตเตอร์ หรือผู้สมัครที่เป็นหน่วยกล้าตายมาสมัคร เพื่อจะลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของขบวนการฮั้วสว.ที่ต้องการให้บุคคลใดเป็นสว.ตัวจริง และต้องกำหนดให้โหวตเตอร์ไม่สามารถแตกแถวได้
ดังนั้นการที่สว.สีน้ำเงิน จะมีการฮั้วหรือไม่ ก็ต้องดูองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย ถ้าหากมีเพียงการจัดสถานที่เพื่อประชุมกันิทำความเข้าใจกัน แนะนำตัวกัน โดยไม่มีเส้นการเงินที่โอนให้กัน ไม่มีโพยในการลงคะแนน ไม่มีการว่าจ้าง ไม่มีการจ่ายที่พักอาศัย ค่าเดินทาง ก็ไม่เข้าองค์ประกอบของการฮั้ว เพราะฉนั้นสนับสนุน กกต.ให้ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ต้องการให้มีกระบวนการในลักษณะ เมื่อตัวเองฮั้วแล้วมีความผิด จึงซัดทอดให้คนอื่นถูกข้อกล่าวหาว่าฮั้วด้วย
จึงสนับสนุนให้กกต.ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เพราะเวลาล่วงเลยมา 2 ปีกว่าแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิพิฏฐ์' กระทุ้ง 'ฝ่ายค้าน-รัฐบาล' ชกกันให้สมศักดิ์ศรี
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชกกันให้สมศักดิ์ศรี
'โสภณ' จ่อนัดวิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบซักฟอก ปรามอย่าหลอกด่า ดักคอปมฮั้วสว.
'โสภณ' จ่อนัดวิป 3 ฝ่าย ถกกรอบศึกซักฟอกสัปดาห์นี้ เตือนอภิปรายไม่ไว้วางใจวัดกันที่หลักฐาน เตือนอย่าหลอกด่า-บูลลี่ ปชช. เบื่อสภาฯ ทะเลาะกัน ชี้คดีฮั้ว สว.-เรื่องในอดีต ต้องดูว่าโยงรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่
'เทพไท' ดับฝันยุบภูมิใจไทย ชี้เงินบริจาคพิสูจน์ยาก เชื่อรอดอีกคดี
‘เทพไท’ มองปมเงินบริจาค ‘สส.ไอเดีย’ แม้ถูกโยงธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ของสามี แต่เส้นทางเงินยังพิสูจ
เดือดไม่แพ้กัน! ปชป. โต้พรรคอะไร 'โง่' ไม่รู้หนี้ IMF เกิดขึ้นยุคไหน
'รองโฆษก ปชป.' โต้กลับ พรรคอะไร? 'โง่' ไม่รู้ IMF เกิดยุคไหน 'เลว' ภูมิใจฮั้ว สว. แนะศึกษาข้อมูลอัพเวลเซลล์สมองก่อนโพสต์
'เจเศรษฐ์' ชี้โดนซักฟอกแค่ยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ยกปริญญาโต้ไร้ภาวะผู้นำ
'เจเศรษฐ์' ไม่กังวลมีชื่อโดนซักฟอก ชี้เป็นยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ทำให้ประชาชนสงสัยในสิ่งดีที่รัฐบาลทำ ยกปริญญาข่มข้อหาไร้ภาวะผู้นำ
พึ่งศาลรธน.รื้อคดีฮั้วสว. บี้‘กกต.’สังคายนาตัวเอง
กระหึ่ม! เวทีราชบัณฑิตยสภา กกต.เสียงข้างน้อยยืนยันฮั้ว สว.ผิดชัดเจนจาก "โพยสั่งการ"

