
นายกฯ มอบนโยบาย ปปง. ชี้สังคมสนใจภารกิจปราบสแกมเมอร์ ลั่นหากไม่เฉียบขาดโดนตราหน้าไม่มีผลงาน -นานาชาติคว่ำบาตร ‘ฉัตรชัย’ ขอสนับสนุนเอไอสู้อาชญากรรม โวจัดการแล้ว 8 แสนบัญชีม้า
3 พ.ย.2568-ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. โดยมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธาน ปปง. เข้าร่วม
นายฉัตรชัย กล่าวรายงานว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ปปง. ดําเนินการยึดทรัพย์ 2.9 หมื่นล้านบาท และดําเนินคดีอาญา 160 คดี ในส่วนที่เกี่ยวกับบัญชีที่มีความเสี่ยงสูงหรือบัญชีม้าได้ดําเนินการไปแล้ว 8 แสนกว่าบัญชี ทําให้มีวงเงินที่ได้จากการกระทําความผิดค้างอยู่ในบัญชี 3 พันกว่าล้านบาท ในส่วนนี้จะนําไปสู่กระบวนการคืนให้กับผู้เสียหายตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้สิ่งที่อยากจะขอสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการทํางานของ ปปง. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายไทย ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอนุภาพทําลายล้างสูง ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายไทย ขณะเดียวกันเราก็ต้องปฏิบัติตามกฎสากลที่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งต้องมีการประเมินการปฏิบัติ และส่งผลต่อการแซงชันกรณีที่เราไม่ปฏิบัติตาม
“อีกประเด็นสําคัญที่อยากได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขณะนี้การดําเนินการตรวจติดตามระบบยังไม่เท่าทันกับมิจฉาชีพ และเมื่อมีระบบเงินตราที่เปลี่ยนแปลงไป หรือวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น การรายงานทางธุรกรรมหลายประเภทควรต้องมีระบบเอไอและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ เพราะ ปปง.ต้องเป็นหน่วยงานกลาง ที่เป็นฐานข้อมูลรองรับธุรกรรมทุกประเภท”
ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ต้องขอบคุณที่ท่านได้เชิญตนได้มาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้ เพราะตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งได้มีโอกาสพบกับประธานปปง.และเลขาปปง. 2-3 ครั้ง ก็ได้ถามถึงภารกิจต่างๆ ได้มีการพูดคุยกันว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาพบกันและดูการดำเนินงานของปปง. ซึ่งความเข้าใจตอนแรกตนคิดว่าสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตนจึงไม่ได้สั่งการใดๆโดยตรง แต่หลังจากเข้ามาสังคายนาระบบภายในทำเนียบรัฐบาลก็ทราบมาว่าปปง.เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับนายกฯ ซึ่งความจริงงานของท่านก็มีความสำคัญมาก
“ช่วงนี้ภารกิจงานของ ปปง.เป็นที่สนใจของประชาชนและสังคมมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรดังไปกว่าสแกมเมอร์ เรื่องอาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งในธุรกรรมต่างๆของมิจฉาชีพและธุรกิจประเภทนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้กับภารกิจงานของปปง. เพราะทุกอย่างต้องฟอกเงิน เงินที่ไม่สะอาดเป็นเงินที่ไม่ใช่เทาแต่เป็นเงินดำ แต่ฟอกยังไงก็ยังเป็นดำ เพราะฉะนั้นผมในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานปปง.ก็ต้องยอมรับว่ามีความกดดัน และได้รับความกดดันจากประชาชนและสังคม ตลอดจนประชาคมนานาชาติสูงมากในเรื่องของการเกิดปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์เหล่านี้ ยิ่งถ้าเราดำเนินการไม่เฉียบขาดไม่เต็มที่ มันไม่ใช่เฉพาะว่าเราจะถูกตราหน้าว่าเราไม่มีผลงาน แต่สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นคือการแซงชัน (มาตรการลงโทษคว่ำบาตร) และถูกกีดกันจากนานาชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยึดทรัพย์สแกมเมอร์1.3หมื่นล้าน
มีเราไม่มีเทาของจริง! ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ” 345 ล้านบาท รวมก๊วน "ก๊ก อาน-เบน สมิธ-ยิม เลียก" รวมกว่า 13,074 ล้าน
เริ่มแล้ว 'ประชาธิปัตย์' ออกแถลงการณ์ จี้ ป.ป.ง. เร่งขยายผลยึดอายัดทรัพย์สแกมเมอร์-ทุนเทา
เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่แถลงการณ์ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีเนื้อหาดังนี้
นายกฯ ร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนย้ำจีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน
นายกฯ ร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนปีม้า ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนฯ ย้ำสายสัมพันธ์ไทย - จีน 'จง ไท่ อี้ เจีย ชิน' จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน
กลุ่มต่อต้าน 'ฮุนเซน' จ่อถูกศาลเขมรสั่งจำคุก 5 ปี โทษฐานกล่าวหาทุจริต รับทรัพย์จากสแกมเมอร์ แต่กลับไม่มีเงินซื้ออาวุธ
ขแมร์ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญ่ของกัมพูชารายงานว่า วานนี้ ศาลเทศบาลกรุงพนมเปญได้พิจารณาคดีนักกิจกรรมฝ่ายค้านรายหนึ่ง ในข้อหาโพสต์ข้อค
'อนุทิน' กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ 'เพื่อไทย' เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวกำลังจะมีแห่งที่ 6
‘อนุทิน’ กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ ‘เพื่อไทย’ หลังถูกถามปมเผาสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไปแล้ว เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวมี 5 แห่ง กำลังจะมีสะพานที่ 6

