ทั่นโรมเซ็ง! อนุทินปราบสแกมเมอร์ไม่ทันใจ

'โรม' ผิดหวังท่าที 'อนุทิน' ปราบสแกมเมอร์ล่าช้า สวนทางวาระแห่งชาติ จี้ปลด 'ธรรมนัส' ออกจาก ครม. ไม่ใช่ให้ลาออก พร้อมยื่นซักฟอกหาก 'เพื่อไทย' คุยด้วย ดักทางหากนายกฯชิงยุบสภาหนีอภิปราย

06 พ.ย.2568 - ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามปัญหาสแกมเมอร์ ว่า หลายประเทศมีความคืบหน้า แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความคืบหน้าน้อยที่สุด ถ้านายกรัฐมนตรีเอาจริง เชื่อว่าหน่วยงานหลายหน่วยงานพร้อมทำหน้าที่ ปัญหาคือขณะนี้ที่หน่วยงานเกียร์ว่างไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่มั่นใจว่าเพราะไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีข้อมูล หรือเป็นเพราะเชื่อมถึงใครหรือไม่ แต่ก็เริ่มเห็นการเริ่มนับหนึ่งในบางกรณี แต่ในกรณีของปริ้นกรุ๊ป แทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย จึงต้องยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องพวกนี้จริงๆ

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ปิดห้องคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ คาดหวังว่าจะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หวังว่าจะมีการพูดคุย วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ร.อ.ธรรมนัส ที่ไม่ให้ความร่วมมือในทุกรูปแบบ พยายามใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งสื่อมวลชน และมีข้อสงสัยว่าทุนสีเทาเชื่อมโยงกับร.อ.ธรรมนัส

“พฤติการณ์หลายอย่างที่เป็นองค์ประกอบผมได้ข้อสรุปแล้วว่าการให้ร.อ.ธรรมนัส ไปต่อในฐานะรองนายกรัฐมนตรี จะไม่มีทางสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลในการที่จะได้ความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้เลย ต้องยอมรับว่าวันเวลาผ่านไป สังคมไทยเราคอยคำตอบและพยายามอยู่หลายครั้ง ก็ชัดเจนว่าความน่าสงสัยของการเชื่อมโยงระหว่างร.อ.ธรรมนัสกับแก แก๊งสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้น ซ้ำรอยกับคำพูดคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เข้าไปอีก จึงคิดว่าสังคมไทยไม่น่าจะยอมให้ร.อ.ธรรมนัสได้ไปต่อในฐานะรองนายกรัฐมนตรี แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณอนุทิน ถ้าคุณอนุทินไม่ทำอะไร สังคมไทยก็จะตั้งคำถามกลับมายังคุณอนุทินเช่นเดียวกัน และอยู่ที่คุณอนุทินว่าตกลงจะเอาอย่างไร จะปราบสแกมเมอร์อย่างไร และก่อนที่จะปราบสแกมเมอร์ ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นปราบรัฐมนตรีสีเทาทั้งหลายที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี(ครม.)นี้ก่อนเลย“ นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าผิดหวัง กับท่าทีของนายอนุทินและยอมรับว่าคาดหวังมากกว่านี้ การที่นายอนุทินไม่ดำเนินการอะไร เป็นท่าทีที่น่าผิดหวังมากแล้ว สวนทางกับสิ่งที่พูด ที่บอกว่านี่คือวาระแห่งชาติ เป็นวาระแห่งชาติได้อย่างไรในเมื่อการแก้ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเลย และยังไม่นับว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง กับทางกมธ.ฯ ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงขอตั้งคำถามถึงนายอนุทิน ว่าอะไรคือรูปธรรมของการแก้ปัญหา อะไรที่บอกว่าเป็นรูปธรรมของการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ เพราะไม่มีความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้เลย วันนี้อาจจะมีการทำเอ็มโอยูกับสหรัฐฯ แต่จะมีเอ็มโอยูหรือไม่มีก็ไม่มีความหมาย เพราะเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น แต่สิ่งที่อยากเห็นคือรูปธรรมของการทำงาน ในเรื่องความคืบหน้าของความเกี่ยวโยงกันในแต่ละบุคคล ใครเกี่ยวข้องอย่างไรต้องเอาข้อเท็จจริงมาตรวจสอบ สุดท้ายพยานหลักฐานที่สำคัญคือเส้นเงิน

เมื่อถามว่า คาดหวังว่านายกรัฐมนตรีจะแนะนำให้ร.อ.ธรรมมนัส ลาออก เหมือนกรณีนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรมช.คลังหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การตรวจสอบมี2 ระดับ คือ 1.การตรวจสอบทางการเงิน ตนเป็นกมธ.การตรวจสอบทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องผิด 100% หรือถูก 100% แต่การตรวจสอบทางการเมืองแค่มีเพียงข้อบ่งชี้ ว่าถ้าให้คนเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปจะสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน นี่คือเหตุเพียงพอแล้วในการตรวจสอบ และ 2.การตรวจสอบทางกฎหมาย เป็นขั้นตอนทางกฎหมายซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่หรืออำนาจต้องเป็นคนดำเนินการ ดังนั้นสิ่งที่กมธ.ฯ ทำได้คือรวบรวมพยานหลักฐานของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อส่งให้หน่วยงาน แต่ทั้งสอวการตรวจสอบ แม้แยกกันทำงานแต่สามารถเดินคู่ขนานกันไปได้

“จริงๆแล้วเราไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ ร.อ.ธรรมนัส ลาออก เราคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีปลดออกจาก ครม.เลย นี่คือความคาดหวังของเราไม่ใช่เรื่องของการแสดงสปิริตแล้ว แต่เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมาในทุกรูปแบบและส่อนัยยะอย่างชัดเจนว่าคนๆ นี้ไม่สามารถให้อยู่ต่อไปในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้ ไม่เช่นนั้นจะสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน”นายรังสิมันต์ กล่าว

ต่อข้อถามว่าข้อมูลที่มีจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ ถ้าต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่าพวกเราพร้อมอยู่แล้ว ข้อมูลหลายอย่างเอาไปใช้เป็นข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ และเราพร้อมพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการพูดคุย ส่วนหนึ่งก็มาจากกลไก วิปฝ่ายค้านดำเนินการไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้เข้าร่วมกับวิป ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่จบ ดังนั้นหากจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีเสียงของฝ่ายค้าน 280 กว่าเสียง ถ้ายื่นไปแล้วไม่สำเร็จก็น่าเสียดาย ดังนั้นกลไกของการพูดคุยระหว่างพรรคฝ่ายค้าน มีความสำคัญมากว่าสุดท้ายจะจบอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าพร้อมยุบสภาทันทีหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และไม่ยอมให้โดนด่าฟรีว่า นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำได้ตามกฏหมาย แต่อีกมุมหนึ่งสิ่งที่ประชาชนเชื่อ หรือมองจะเป็นอย่างไร อย่างที่นายชาดา บอกว่าตั้งโจรมาปราบโจร ส่วนตัวจึงตั้งคำถามว่า แล้วโจรจะอุ้มโจร อุ้มโจร อุ้มโจร นั้นมันก็หลายต่อ หากชิงยุบสภาหนีไปก่อน คำถามสำคัญประชาชนจะเข้าใจได้อย่างไร จะกลายเป็นว่าสุดท้ายคือการช่วยเหลือซึ่งกันและกันหรือไม่ การทำเช่นนี้ใครจะได้ประโยชน์ กลุ่มสีเทาจะได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ ตนขอแนะไปยังนายกรัฐมนตรีว่าต้องคิดให้ดี

“ผมยืนยันว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถเอาผิด โดยเฉพาะทางการเมืองกับบุคคลต่างๆได้เอาผิดในการขยายผลเครือข่ายต่างๆหรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมืองเท่านั้น แต่อดีตที่เป็นนายกฯ ที่เป็นรัฐมนตรี นักการเมืองต่างๆ ก็สามารถดำเนินการได้ ต้องยอมรับว่าฝ่ายการเมืองข้าราชการประจำเละเทะ ตำรวจที่มีการแฉออกมาไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน 200 คน กระทั่งคนที่มีหน้าที่ปราบเว็บพนันเข้าไปเกี่ยวข้อง กับการรับส่วยเว็บพนัน ดังนั้นต้องยอมรับว่ากลไกต่างๆ แทบจะไม่เหลืออะไรให้เราเชื่อมั่นแล้ว สิ่งที่พวกผมทำได้ในฐานะที่ยังมีเวลาทางการเมืองที่จะนับถอยหลังไปทุกๆวัน เราก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหา” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวต่อว่า การประชุมกมธ.ฯ วันนี้จะมีการตรวจสอบกรณีของตำรวจ ซึ่งเราไม่ได้คาดหวังว่าจะทำร้ายใคร ไม่ได้ต้องการทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสียความเชื่อมั่น แต่ความเชื่อมั่นจะมีหรือไม่มีนั้น ไม่ได้อยู่ที่พวกเรา อยู่ที่คนในองค์กรเสียเอง ดังนั้นหวังว่าข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอทั้งหมดในวันนี้ จะนำไปสู่การปฏิรูปองค์กรตำรวจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อองค์กรตำรวจต่อไปในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน. แฉงบ 70 มหาดไทยปกปิดข้อมูล รวบรัดผิดปกติ แถมรองปลัด มท. ชี้หน้า ตบโต๊ะ

อนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ พรรคส้ม เป็นงง หลายกระทรวงเสนอโครงการไม่ตรงภารกิจ ก.พลังงานชงซื้อเครื่องอบกล้วยตาก-สปก.ซื้อเครื่องทำลูกชิ้น-ทำไส้กรอกตัดตะไคร้ แฉ รองปลัด มท.ตบโต๊ะ-ชี้หน้า ไม่พอใจอนุฯ เรียกเอกสารเพิ่ม ตั้งข้อสงสัยอนุกมธ.ฝั่งรัฐบาลรวบรัดพิจารณา

'ธนพร' ชี้หากพรรคประชาชนจับมือ 'แดง-เขียว' เท่ากับทำลายตัวเอง ผิดคำพูด

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ก็จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนด้วยว่า

'ไอติม' ลั่นไม่ลืมสัญญาประชาคม 'มีเราไม่มีเทา' ชี้ตั้งรัฐบาลใหม่เป็นแค่ข่าวลือ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลแดง เขียว ส้ม ซึ่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ระบุว่าลืมไปหมดแล้วที่เคยพูดว่า “มีเราไม่มีเทา” จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส้มเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ตอนนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานหลายอย่างมาก ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการยืนยันในแต่ละภาคส่วน

พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด

'กกต.' เรียกศรีสุวรรณสอบปมพรรคส้มโพสต์กล่าวหาองคมนตรี-รัฐบาลกระทำการมิบังควร

ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ดร.ณัฏฐ์ ขยี้ปม 'สก.ปชน.' เสียบบัตรแทนกัน ย้อนแย้ง 'โปร่งใส ตรวจสอบได้'

ดร.ณัฏฐ์” ขยี้ ปม “สก.” พรรคประชาชนเสียบบัตรแทนกันทุจริตต่อหน้าที่ ย้อนแย้งนโยบายหาเสียง “โปร่งใส ตรวจสอบได้” หาก ปปช.เชือด เป็นอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ