
18 พ.ย. 2568- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่าผมเชื่อว่าหลายปัญหาที่เรื้อรังของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพราะเราไม่รู้ว่าเราควรแก้ไขมันอย่างไร แต่สิ่งที่เรายังขาดคือรัฐบาลที่มี ‘เจตจำนงทางการเมือง’ ที่จะเข้ามาลงมือทำ แก้ปัญหาให้เห็นผล
ช่วงหนึ่งในการเสวนา “ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โมเดลใหม่ในการพัฒนา” จัดโดยทีดีอาร์ไอ ซึ่งผมได้เข้าร่วมเมื่อวานนี้ ผมได้ยกตัวอย่างข้อเสนอกิโยตินกฎหมาย ซึ่งทาง TDRI มีผลการศึกษามานานแล้ว ว่าการมีกฎระเบียบเกินความจำเป็น ได้สร้างต้นทุนแก่ภาคเอกชน ทำให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ ในภาคธุรกิจ ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท
คำถามคือในเมื่อ TDRI หรือภาควิชาการศึกษามานานแล้ว ทำไมการกิโยตินกฎหมาย รวมถึงอีกหลายข้อเสนอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีแก่พี่น้องประชาชน ถึงไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเสียที?
นั่นเพราะสิ่งที่ขาดไปคือเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาล ประเทศไทยเรารู้หมดว่าต้องทำอะไร แต่โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจนโยบาย เมื่อเข้าไปมีอำนาจแล้ว ลงมือทำจริง ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโจทย์ของประเทศไทยวันนี้ คือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เราต้องการรัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมือง การเมืองที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรม และมีทีมบริหารที่พร้อม เข้าไปทำเรื่องเหล่านี้ให้สำเร็จ
เช่น เรื่อง AI หากมองโครงสร้างพื้นฐานเป็นขนมชั้น สิ่งที่มีความจำเป็นคือพลังงานสะอาด การประมวลผล ข้อมูล อัลกอริทึม และการนำไปประยุกต์ใช้ จะทำ AI ได้จริงต้องมีสิ่งพื้นฐานเหล่านี้ครบถ้วน พลังงานสะอาดเป็นหน้าที่ของรัฐ เรื่องชิปอาจจะตาม TSMC และโลกตะวันตกไม่ทัน แต่เรื่องข้อมูลเรายังมีอธิปไตยทางข้อมูลอยู่ในระดับหนึ่ง นั่นคือข้อมูลภาครัฐ
ส่วนอัลกอริทึม สิ่งที่น่าสนใจคือถ้าเรามี LLM ที่เข้าใจภาษาและระเบียบราชการได้ เราจะสามารถทำ Digital Transformation ในกระบวนงานภาครัฐได้ทุกกระบวนงานโดยผ่าน prompt เพียงแค่ไม่กี่ prompt และสุดท้ายคือการนำไปประยุกต์ใช้ ที่ภาครัฐสามารถใช้รายจ่ายภาครัฐมาช่วยสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ได้
เรื่องระบบงบประมาณก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกระบวนการในการจัดทำงบประมาณ ปัจจุบันกระบวนการจัดทำงบประมาณของประเทศไทยมาจากการคิดของระบบราชการมากเกินไป แม้ประเทศไทยจะมีแผนและยุทธศาสตร์จำนวนมาก แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่รัฐกระดาษ เขียนแผนมากมายแต่กลไกราชการไม่ตอบสนองต่อแผน เพราะกระบวนการตั้งและจัดสรรงบประมาณเป็นแบบต่างคนต่างทำ
ดังนั้น กระบวนการจัดทำงบประมาณของประเทศไทยต่อจากนี้ควรต้องหาจุดสมดุล ขีดเส้นให้ชัด ในส่วนของรายจ่ายประจำ หน้าที่ของรัฐบาล (ระดับนโยบาย) คือการวางนโยบายให้มีการประหยัดต้นทุนต่อหน่วยของงบประมาณรายจ่ายประจำให้มากที่สุด
แต่สำหรับงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ เช่น งบลงทุน ต้องมีการจัดสรรกันใหม่ ถ้าปล่อยให้ส่วนราชการคิดก็จะกลายเป็นงบประมาณสร้างตึก ตัดถนน ขุดคลองไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ต่อไป ดังนั้น การจัดสรรงบลงทุนที่ตอบโจทย์ประเทศโดยระดับนโยบายเป็นคนคิด เป็นอีกเรื่องที่มีความจำเป็น
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พรรคประชาชนจะเสนอต่อพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง แสดงให้เห็นเจตจำนงทางการเมืองและความพร้อมของเราที่จะเป็นรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประเทศไทยที่ทุกคนอยากเห็น “คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก” เป็นไปได้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปชน.' ตั้งเป้าส้มยกกทม.ทั้งพ่อเมือง-สก. เปิดตัวมาว้าวแน่!
ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ ว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้มารายงานตัวพร้อมกับคณะสส.พรรคประชาชนเ
เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'
เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบ
ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
'เท้ง' พร้อมลุยงานในสภา ผลักดันกม.-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง เล็งยกเครื่อง 'กก.บห.ปชน.' เดือนเม.ย.นี้
‘เท้ง’ ลั่นพร้อมทำงานในสภาผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง เผยยังไม่คุย ‘ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม’ร่วมฝ่ายค้าน ยันไร้ปัญหาเหตุเคยร่วมงานพรรคต่างอุดมการณ์มาแล้ว รอที่ประชุม สส.เคาะส่งคนชิง‘ประธาน-รองประธานสภา’หรือไม่ จ่อหารือยกเครื่องกรรมการบริหารพรรคประชุมใหญ่ เม.ย.นี้
'หัวหน้าเท้ง' นำทัพส้มรายงานตัวสภา ยอด สส. ชุดที่ 27 เกือบครบ
'ณัฐพงษ์' นำ 118 สส. พรรคประชาขน รายงานตัวสภา 'เท่าพิภพ' ติดธุระ ยอดตัวเลขเกือบครบ ขาด 'พีระพันธุ์-หมอวรงค์' นัด 10 มี.ค.
พรรคส้ม ประกาศสู้ไม่ถอย แนะนำ 120 สส. พร้อมสร้างบทใหม่ความเปลี่ยนแปลง
พรรคประชาชน แนะนำ 120 สส.ทั่วประเทศ ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในการเลือกตั้ง 2569 โดยระบุว่า พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าต่อ เราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง

