เต้น ลั่นต้องยื่นซักฟอก 'นายกฯหนู' แซะ 'ปชน.' ถ้ายังมองไม่เป็นปท.เสียหายก็โหวตหนุน

‘ณัฐวุฒิ’ หนุน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แนะ ‘พรรคประชาชน’ ถ้ายังไม่มองไม่เห็นประเทศเสียหาย มีสิทธิ์ลงโหวตหนุน ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ ต่อ ยกคำโบราณ เตือน อย่าฝากปลาย่างไว้กับแมว แต่บางพรรคดันฝากประเทศไว้กับหนู

23 พ.ย.2568-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี(น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) กล่าวถึง สถานการณ์บ้านเมืองว่า ชณะนี้บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่จะต้องร่วมกันติดสินใจ คือการที่ประเทศมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่กำลังดูดนักการเมืองครั้งใหญ่ แล้วดูดทีหนึ่งยกทั้งพรรค ซึ่งเป็นความต้องการดั้งเดิมของพลังฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องการพรรคการเมืองฝ่ายตนเป็นรัฐบาล เริ่มตั้งแต่กระบวนการล้ม ดร.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย ที่พี่น้องประชาชนชื่นชมจากการผลักดันนโยบายที่ทำได้จริงจับต้องได้

เมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในปี 2548 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว การโค่นล้มรัฐบาล ดร.ทักษิณ จึงเกิดขึ้นตั้งแต่การทำรัฐประหารในปี 2549 ซึ่งสื่อมวลชนรายงานข่าวไว้สมัยนั้นว่าคณะรัฐประหารมีแผนบันได 4 ขั้น และขั้นที่ 4 ก็คือการเปลี่ยนกติกาเอาพรรคตรงข้ามกับไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ดังนั้นหลังรัฐประหารจึงมีการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ขึ้นมา แล้วก็มีการยุบพรรคพลังประชาชน การปลดนายกฯ และดีลกลุ่มเพื่อนเนวิน ไปยกมือสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ต่อมาก็เกิดการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอีก แล้วก็นำมาสู่การแก้กติกาประเทศอีกครั้งจนได้มาเป็นรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีการเปิดทางให้ สว. เลือกนายกรัฐมนตรี จนได้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้งหนึ่ง แม้การเลือกตั้งปี 2566 ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบ กระทั่งวันนี้จึงได้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติในทางการเมือง คือมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย มีฝ่ายค้านและมีฝ่ายค้ำ

“มีคำโบราณกล่าวไว้ว่า อย่าฝากปลาย่างไว้กับแมว แต่บางพรรคฝากประเทศไว้กับหนู กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่นี้กำลังจะนำไปสู่ปลายทางที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาธิปไตย และถ้าหลังการเลือกตั้งหากกลุ่มสีน้ำเงินได้เป็นรัฐบาล ก็จะเหมือนกับสถานการณ์ที่เราเคยต่อสู้กันมาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว คือ ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิด แต่อีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด เราจึงต้องมากำหนดความคิดกันให้ดี รวมพลังกันอีกครั้ง เลือกพรรคการเมืองที่อยู่เคียงข้างกับประชาชนจริงๆ มีผลงานชัดเจน ไม่อย่างนั้นเราอาจได้รัฐบาล ที่มี สว. อยู่ในมือ และมีองค์กรอิสระเป็นคนกันเอง จึงขอให้พี่น้องทุกคนร่วมจับมือกับพรรคเพื่อไทย กลับมาสู่สนามต่อสู้ทางการเมืองครั้งสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่ เพราะมีสิทธิตามกฎหมายในการใช้กลไกสภาตรวจสอบรัฐบาล อีกทั้งความเสียหายที่เกิดจากรัฐบาลไม่มีเวลาที่มาจะรอได้ นายกรัฐมนตรีคนนี้ไปพูดว่าคนไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว หากพรรคประชาชนไม่เห็นว่าเรื่องนี้ได้สร้างความเสียหายต่อประเทศ ก็มีสิทธิที่จะยกมือสนับสนุนให้ นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอโทษประชาชน ‘อนุทิน’ ขออภัยในความปั่นป่วนให้รอรัฐบาลใหม่วิ่งฉิว!

นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน

ลั่น‘คนละครึ่ง’มาแน่! นายกฯชี้พลัสกว่าเดิม

"อนุทิน" ยัน “คนละครึ่ง” มาแน่นอน พลัสมากกว่าเดิม “ศุภจี” ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง ให้ส่งวัตถุดิบเกษตรจากต้นทางไปร้านอาหาร กรุงเทพฯ-ปริมณฑล นำร่อง 24 แห่ง

อ.อัจฉราวดี แนะ 'อนุทิน' ลากคอไอ้โม่งเป็นการไถ่โทษบริหารน้ำมันปั่นป่วน ประชาชนไม่อยากฟังคำขอโทษอีกแล้ว

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง และประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอโทษประชาชนที่บริหารน้ำมันปั่นป่วนว่า สมควรต้องถูกทัวร์ลงทั่วประเทศ เพราะนายกประมาทวิกฤตของชาติแต่ให้คนอื่นนั่งหัวโต๊ะ

'อนุทิน' ยันเร่งดันคนละครึ่งพลัสให้เร็วที่สุด เติมเงินให้มากกว่าเดิมแน่นอน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะดำเนินการต่อ ว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้

'อนุทิน' รับสบายใจขึ้น ควบคุมสถานการณ์น้ำมันได้ประชาชนมีใช้เพียงพอ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว

รัฐบาลดัน 'กระบะพี่ มีคลังค้ำ' ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ

รัฐบาล เผย บสย. เดินหน้าช่วย SMEs กลุ่มขนส่ง เกษตรกร อาชีพอิสระ เข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ วงเงินค้ำประกันสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย ในงาน “มอเตอร์โชว์ 2026” ตั้งแต่ 25 มี.ค.-5 เม.ย. 69