"ชลน่าน" ประเมินถกแก้รธน.วาระสอง 2 วันเพียงพอ แม้มีรายละเอียดมาก- ถกกันหนัก แต่ยุติด้วยเสียงข้างมาก เผยสงวนความเห็นไปสู้ในรัฐสภา ทวงคืน สสร.- โละสูตร 20 หยิบ 1
26 พฤศจิกายน 2568 - ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ในวาระสอง ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีจำนวนมาตรารวม 50 มาตรา แม้ว่าร่างมาตราจำนวนไม่เยอะ แต่ในส่วนของมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขมาตรา 256 นั้น 39 มาตรา ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มีจำนวนมาก และถูกแก้ไขแทบทุกมาตรา ดังนั้นสมาชิกสามารถอภิปรายได้ทุกมาตรา แต่ตนเชื่อว่าระยะเวลา 2 วันนั้นจะพอ ส่วนการอภิปรายในวาระสองนั้น ตนมองว่าในระบบรัฐสภาที่ใช้เสียงข้างมาก ต้องหาข้อยุติได้ แม้ว่าจะสู้ หรือ ถกเถียงกันอย่างหนัก แต่ด้วยกลไกเสียงข้างมากต้องมีมติและต้องจบ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการคาดการณ์ว่า สว. อาจลงคะแนนไม่ให้ผ่าน เพราะมีข้อติดใจ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นไปได้ เพราะรัฐธรรมนูญรองรับการออกเสียงของสว. ไว้ด้วยว่า ต้องใช้เสียงสว.ร่วมเห็นชอบด้วย หากการอภิปรายในวาระสองที่มีประเด็นเป็นผลกระทบ อาจส่งผลให้ในวาระสามไม่ผ่านด้วย แต่จากการประเมินทิศทางของสว. ผ่าน กมธ.ที่เป็นสัดส่วนของ สว. นั้น แนวโน้มยังเป็นไปตามเสียงข้างมาก และขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก
เมื่อถามว่าเนื้อหาที่แก้ไขมีประเด็นใดที่กังวลใจบ้าง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่กังวลหนักสุดคือ ที่มาของกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ที่อาจถูกครอบงำได้จากการเลือกของรัฐสภา ยุคหน้า ที่ทำให้รัฐธรรมนูญตกเป็นของคนกลุ่มนั้น ซึ่งทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนค่อนข้างยาก ยกเว้นว่ารัฐสภารับข้อสงวนของกมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนไว้ ซึ่งตนสงวนความเห็นให้ใช้วิธีการเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ไม่ยึดติดกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คือ ใช้การลงมติโหวตเลือกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ โดยต้องผ่านเกณฑ์เสียงข้างมาก ที่ได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วน คือ มี สว. เห็นชอบ 1 ใน 5 หรือ 40 คน และได้เสียงฝ่ายค้าน 20% เพื่อลดการถูกครอบงำ และตนมองว่าสูตร 20 หยิบ 1 นั้น จะทำให้เกิดการครอบงำ
“วิธีที่เสนอนั้น ผมไม่ชอบและต่อต้าน เพราะใช้เสียงข้างน้อยครอบงำเสียงข้างมาก แต่วิธีนี้ผมเห็นว่าเหมาะกับบางเรื่อง เช่น การคัดเลือกบุคคล เพื่อป้องกันเสียงข้างมากกินรวบ ทั้งนี้ประเด็นนี้ผมเสนอให้ทบทวนแล้ว แต่กมธ.เสียงข้างมากไม่ยอม จึงต้องสงวนไว้เพื่อไปสู่ในวาระสองต่อไป ซึ่งในทิศทางการสงวนความเห็นนั้น จะมีทั้งเชิงประเด็น เช่น สนับสนุน สภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) แทนกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และรายมาตรา เช่น กลไกได้มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ สูตร 20 หยิบ 1 เป็นต้น” นพ.ชลน่าน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ประชามติรอบแรก แค่หยั่งเสียง ไม่ฉีกรธน. ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “ประชามติ”รอบปฐมฤกษ์ เป็นการหยั่งเสียงประชาชนในฉันทามติร่วมกันในกติกาสูงสุด ไม่ใช่เป็นการ “ฉีกทำลายล้างรัฐธรรมนูญ”และ“ไม่ตีเช็คเปล่า”
เพื่อไทยหนาว! 'กกต.' สอบคลิป 'จาตุรนต์' พาทีมหมอนทองชูป้ายแก้ไขรธน. เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่
‘กกต.’ แจงยังไม่ได้รับรายงานปม ‘จาตุรนต์’ นำทีมหมอนทองรณรงค์ เห็นชอบแก้รธน. ต้องขอตรวจสอบเข้าข่ายกม.หรือไม่ ด้าน“ศรีสุวรรณ“ ยันผิดกฎหมายชัด โดยเฉพาะพรบ.คุ้มครองเด็ก ห้ามแสวงหาประโยชน์จากเด็กโดยมิชอบ
'สุริยะใส' ฟันธง! แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1-2 ถ้าอธิบายไม่เคลียร์ ประชามติผ่านยาก
รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก
'หมอวรงค์' หาเสียง 'พิษณุโลก-สุโขทัย' ซัดแก้รธน.หมวด 1-2 เปิดประตูพาประเทศขัดแย้งหนัก
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พร้อมทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ตลาดบ้านคลอง ตลาดร่วมใจ ตลาดสดเทศบาล 1 จ.พิษณุโลก
'จาตุรนต์' ขอลบคลิปถ่ายร่วมทีมหมอนทอง เสียงแข็งออกเสียงประชามติ ทำได้โดยเสรี มี กม.คุ้มครอง
จากกรณีที่มีคลิปวิดีโออาจารย์ผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลทีมหมอนทองเปล่งเสียงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ และทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์

