
เทพไท ชี้ ผลการสำรวจของนิด้าโพล อาจวัดความนิยมของพรรคการเมือง และจะบ่งบอกถึงส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่สำหรับส.ส.ในระบบเขต ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีทรัพยากรพร้อม มีกระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก และยิงเข้าเป้า ก็จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง
1 ธ.ค.2568-นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “ปชป.ภาคใต้ คืนชีพ จริงหรือ?” เนื้อหาระบุว่า ในฐานะที่เป็นอดีตนักการเมืองจากภาคใต้ และเป็นศิษย์เก่าของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อผลการสำรวจความคิดเห็นทางการเมือง ของนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สอบถามความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนในภาคใต้ พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ มีคะแนนนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระแสการเมืองในภาคใต้ บางคนรู้สึกตื่นเต้นกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป
แต่สำหรับผมเห็นว่า ผลการสำรวจของนิด้าโพล ไม่ได้เกินความคาดหมาย ซึ่งผมเคยวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ว่า มีความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง และอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการสำรวจของนิด้าโพล คือ
1.ผลการสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังคืนชีพมาเป็นพรรคของคนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากผลการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 กระแสพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำจนฐานเสียงของประชาธิปัตย์เดิม กลับไปเลือกพรรคการเมืองอื่น วันนี้ได้หันกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม กำลังจะเข้าสู่บรรยากาศเดิมๆ คือ“พรรคของเรา คนของเรา” อีกครั้งหนึ่ง
2.คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กับคะแนนนิยมตัวบุคคลคือหัวหน้าพรรคใกล้เคียงกัน พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยม 28.60% ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคะแนนนิยม 25.65% แต่พรรคการเมืองอื่น คะแนนนิยมของพรรคกับหัวหน้าพรรคแตกต่างกัน เช่น คะแนนนิยมของพรรคประชาชน 17.80% คะแนนนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 12.85% และคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย 11.65% คะแนนนิยมของนายอนุทินชาวีรกุล 15.40%
3.ความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่มขึ้น มีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่งของภาคใต้ อยู่ที่ 29.92% วันนี้ลดเหลือ 17.80% ในขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2566 อยู่ที่ 8.19% วันนี้มีคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 28.60% ซึ่งจะตัดคะแนนกันในกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ที่เลือกพรรคการเมืองในเชิงอุดมการณ์ ซึ่งทั้ง2พรรค จะแย่งตลาดคะแนนนิยมหรือฐานเสียงเดียวกัน
4.ปัจจัยชี้ขาดของการเมืองภาคใต้อยู่ที่ส.ส.เขต ซึ่งจะมีความเสียเปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะประชาธิปัตย์ชูจุดขายเรื่องการเมืองสุจริต และเช่นเดียวกันพรรคประชาชน ก็ชูจุดขายเรื่องอุดมการณ์ จึงให้ฐานเสียงของกลุ่มที่ไม่ขายเสียง และกลุ่มที่นิยมการเมืองเชิงอุดมการณ์ ก็จะมาตัดกันเอง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน
5.เมื่อระบบการเลือกตั้งมีบัตร2ใบ ก็เป็นโอกาสที่ทำให้ประชาชนที่ชอบพรรคการเมือง ก็จะเลือกพรรคการเมืองตามใจชอบ แต่ในระบบเขตก็เป็นโอกาสของนักเลือกตั้งที่นิยมซื้อเสียง สามารถเจาะคะแนนจากประชาชนที่ต้องการขายเสียงได้ จึงทำให้พรรคที่ใช้กระสุน มีโอกาสแย่งพื้นที่ส.ส.เขตได้มากกว่าพรรคที่เน้นเรื่องกระแส
ผลการสำรวจของนิด้าโพล อาจวัดความนิยมของพรรคการเมือง และจะบ่งบอกถึงส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่สำหรับส.ส.ในระบบเขต ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีทรัพยากรพร้อม มีกระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก และยิงเข้าเป้า ก็จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป.ตามขยี้‘ศุภจี’หนัก จี้เคลียร์สต๊อกปุ๋ยให้ชัด
กษ.ถกเตรียมสรุปแนวทางเสนอรัฐมนตรีคนใหม่ “ปชป.” เรียงหน้าถล่ม “ศุภจี”
'กรณ์' ซัดรัฐบาลผลักภาระประชาชนมีสิทธิ์เห็นดีเซลลิตรละ 50 บาท!
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
รุมเฉ่งรัฐบาลเหลวแก้วิกฤต
สภาฯชำแหละปัญหาวิกฤตพลังงาน “6พรรค”ร่วมเสนอญัตติด่วน
นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน
"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่
กลัวตกขบวน! 6 พรรคแห่ชงญัตติวิกฤติพลังงาน
'6 พรรค' ชงญัตติกู้วิกฤติพลังงาน 'โรม-มาร์ค' บี้นายกฯมาชี้แจง 'เอกนัฏ' จี้เปิดข้อมูลการส่งน้ำมัน เตือนสติ รมว.พลังงานคนใหม่กล้าแก้ปัญหา
ปชป. เติมพลังคนรุ่นใหม่ ตั้ง 2 รองโฆษกฯ เพิ่ม 'พศิน ปิตุเตชะ - วีร์ ศรีวราธนบูลย์'
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แต่งตั้งรองโฆษกพรรคเพิ่มเติมเพื่อเข้ามาเสริมทัพทีมสื่อสารให้เข้มแข็งและครอบคลุมทุกมิติมากยิ่งขึ้น ซึ่งการแต่งตั้งรองโฆษกเพิ่มเติมในครั้งนี้

