กกต.ขยับรับสมัครอบต.ใต้เป็น 8-12 ธ.ค. เหตุอุทกภัยกระทบหลายจังหวัด

กกต.ปรับรอบรับสมัครเฉพาะ 5 จังหวัดน้ำท่วม ส่วนจำนวน อบต.ทั่วประเทศลดเหลือ 4,985 แห่งจากการยกฐานะเป็นเทศบาล ต้องแบ่งเขตใหม่ก่อนจัดเลือกตั้งช่วงเมษายน 2569 หลายพื้นที่เปิดรับสมัครวันแรกคึกคัก

1 ธันวาคม 2568 - ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ กกต.ได้ปรับกำหนดการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในบางพื้นที่จากเดิมวันที่ 1–5 ธันวาคม เป็นวันที่ 8–12 ธันวาคม

จังหวัดที่อยู่ในข่ายเลื่อนประกอบด้วย สตูล ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และยะลา โดยในพื้นที่ยะลาจะดำเนินการ 2 รอบ คือ 1–5 ธันวาคม จำนวน 44 แห่ง และ 8–12 ธันวาคม จำนวน 3 แห่ง ส่วนวันเลือกตั้งกำหนดไว้วันที่ 11 มกราคม 2569 พร้อมกันทั่วประเทศ

รองเลขาธิการกกต.ระบุว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีอบต.จำนวน 4,985 แห่ง ลดลงจากเดิม 5,290 แห่ง เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยยกฐานะอบต.ขึ้นเป็นเทศบาล ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวาระได้ และต้องเข้าสู่กระบวนการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน รวมถึงต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบและเปิดรับฟังความคิดเห็น ก่อนเสนอให้กกต.พิจารณาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้น จะเริ่มนับหนึ่งการเลือกตั้งของพื้นที่ที่ยกฐานะเป็นเทศบาล โดยต้องบวกระยะเวลาการจัดเลือกตั้งอีกประมาณ 45 วัน คาดว่าจะจัดได้ช่วงต้นเดือนเมษายน 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการเปิดรับสมัครอบต.ในหลายจังหวัดเป็นไปอย่างคึกคัก เช่น ที่อบต.นาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ชาวบ้านและกองเชียร์มารอตั้งแต่ก่อน 08.00 น. ผู้สมัครนายกอบต.ทั้งสองรายเดินทางมาถึงก่อนเวลาและจับสลากหมายเลขสมัคร ปรากฏว่า น.ส.สวรส เหิมหาญ ได้หมายเลข 1 และ พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ได้หมายเลข 2 ท่ามกลางเสียงปรบมือจากกองเชียร์จำนวนมาก

ขณะที่อบต.โคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ก็มีว่าที่ผู้สมัคร 2 รายเดินทางมาถึงก่อนเวลาเช่นกัน ผลการจับสลากหมายเลขสมัครคือ นายทวีชัย กฤษฎียานันท์ ได้หมายเลข 1 และ นายธนาศักดิ์ ร้อยพา อดีตนายกอบต.โคกสี ได้หมายเลข 2 โดยมีนายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.ขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามการรับสมัครอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ

"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์

'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'

"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย

'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน

รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า

โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง