
‘บวรศักดิ์’ ลั่น ถอดบทเรียนน้ำท่วมใต้ต้องนำไปทำจริง ใครนิ่งต้องรับผิดชอบ ไล่ออกโดยไม่ต้องสอบ ตอก ผู้นำฝ่ายค้าน มาบริหารเมื่อไหร่ก็ต้องพึ่งทหาร
8 ธ.ค.2568-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการถอดบทเรียนน้ำท่วมว่า ที่ผ่านมาได้มีการถอดบทเรียนทั้งนั้น ถอดกันทุกปี แต่ถอดแล้วก็ตั้งเอาไว้ตรงนั้น ต่างประเทศก็มีการถอด แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำในวันนี้คือ ถอดบทเรียนแล้วต้องนำมาปฏิบัติ จัดทำคู่มือของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และประชาชนว่าเมื่อถึงช่วงน้ำท่วม เดือน ส.ค.-ก.ย. หรือช่วงน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ประมาณเดือน พ.ย.จะต้องหาทางป้องกัน และทำการฝึกซ้อม โดยผลจากการถอดบทเรียนจะบันทึกไว้ในรูปแบบของเอกสาร อินโฟกราฟฟิก และวีดีทัศน์ โดยจะส่งให้กับหน่วยงานให้มากที่สุด รวมถึงประชาชนด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าประชาชนจุดไหนจะอพยพไปยังจุดไหนได้อย่างปลอดภัย
“ถ้าถอดบทเรียนแล้วสุดท้ายยังไม่ทำก็ต้องพูดให้ชัดว่า เกิดความเสียหายร้ายแรงขึ้น ข้าราชการผู้นั้นจะผิดวินัยร้ายแรง ไม่ต้องสอบกันมากมาย เพราะเห็นผลอยู่แล้ว ดังนั้น ก็รับผลไปแล้วกัน ต้องถูกไล่ออกตามขั้นตอน แต่เราก็ไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น ดังนั้นถอดบทเรียนคราวนี้จะไม่ถอดแล้วตั้งอยู่บนโต๊ะ ถอดแล้วต้องลงมือทำ แต่อาจจะได้เฉพาะน้ำท่วม สึนามิก็ต้องเป็นอีกอย่าง แผ่นดินไหวก็อีกทาง ไฟไหม้ก็ไปอีกทาง ภัยเกิดจากสงคราม ตามแนวชายแดนก็ไปอีกทางหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลอยู่แล้วบ้าง เพียงแต่ว่าเราอาจจะไม่ค่อยรู้ หรือบางกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจมาก จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุก่อนถึงจะมีการประกาศ ซึ่งการเทคแอคชั่นเช่นนี้ก็ไม่ได้ ในวันนี้จะนำผลการหารือผู้ว่าฯ สตง.ไปรายงานต่อครม.วันที่ 9 ธ.ค.ว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว”
นายบวรศักดิ์ กล่าวถึงกรณีผู้นำฝ่ายค้านตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงมีการใช้ทหารเข้ามาดูแลพื้นที่ประสบภัยว่า ขอตอบว่าหากท่านเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเป็นรัฐบาล แล้วท่านจะรู้ว่าถ้าเราไม่อาศัยกองทัพ ข้าราชการพลเรือนไม่สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างเช่น การเดินทางลงพื้นที่หาดใหญ่ ต้องขอความร่วมมือจากกองทัพอากาศ เนื่องจากเครื่องบินพาณิชย์ แน่น เต็ม ประกอบกองทัพมีเครื่องมือหนัก มีบุคลากรทุกสาขา
“จากการลงพื้นที่ จ.สงขลา ของผมในช่วงที่ไม่มีไฟ ทหารใหม่ทั้งหลาย พร้อมเครื่องมือ รถแบ็กโฮ ที่ยังปฏิบัติงานอยู่จนถึง 22.00 น.ยังเก็บขยะอยู่ กองทัพเท่านั้นที่ยังสามารถทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเป็นกะ เพราะฉะนั้น อย่าไปตั้งข้อสังเกตในเชิงนั้นเลย สร้างสรรค์ แล้วท่านจะเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 บอกกองทัพไม่ได้มีไว้ป้องกันชายแดนหรือประเทศอย่างเดียว แต่เพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย ถึงอย่างไรเมื่อท่านได้เป็นรัฐบาลก็ต้องอาศัยกองทัพ”
ถามว่า กรณีอายุรัฐบาลเหลือไม่มาก จะไม่มีผลต่อแผนการใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ไม่มี เพราะว่าไม่ได้เป็นการใช้เงิน เป็นร่างข้อตกลงความเข้าใจ รัฐบาลหลังการยุบสภาแล้วยังสามารถทำได้ มติ ครม.ยังศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
ทัพเรือรับสภาพ เลื่อนกรอบเวลา ช็อป‘เรือฟริเกต’
กองทัพปรับโฉมทีมโฆษก หวังสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็วและโปร่งใส “ทร.” รับต้องเลื่อนจัดหาเรือฟริเกต แต่ไม่กระทบความมั่นคง “ทัพฟ้า” ย้ำแผนเสริมเขี้ยวเล็บเป็นไปตามไทม์ไลน์
เปิดตัว 'ทีมโฆษกกลาโหม' ชุดใหม่ เน้นสื่อสาร 'เร็ว จริง ชัด'
'กลาโหม' เปิดตัวทีมโฆษกชุดใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสื่อสารยุทธศาสตร์ มุ่ง 'เร็ว จริง ชัด' สร้างความเชื่อมั่นประชาชน
นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

