"อภิสิทธิ์" ลั่นพร้อมลงสนามเลือกตั้ง แต่เสียดายชิงยุบสภาก่อนแก้ปัญหาชายแดน-น้ำท่วม สับสนฝ่ายต้องการแก้ไข รธน. กลับเลือกเส้นทางให้จบลงแบบนี้ ไม่หวั่นรัฐบาลรักษาการอยู่ยาวลากการเลือกตั้ง เหตุสู้รบชายแดนยืด ชี้อำนาจอยู่ที่ กกต.
วั12 ธันวาคม 2568 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง หลังรัฐบาลประกาศยุบสภา ว่า พรรคมีความพร้อม ไม่มีปัญหาอะไร เราเป็นพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้เสมออยู่แล้ว ตนก็ได้กำชับผู้บริหารทุกคนมาตั้งแต่ต้น ว่าเราทำงานแข่งขันกับเวลา แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดในหลายเรื่อง แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆแต่ก็มั่นใจ ขณะนี้เราเร่งทำกันมาก ซึ่งก็มีความพร้อม และเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศ ในแง่ผู้สมัครก็เร่งรัดปฏิบัติตามขั้นตอน และเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างครบถ้วน และมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาทำการเมืองแบบสุจริตจำนวนมาก ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องกลั่นกรองและคัดเลือกให้เหมาะสมที่สุด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ห่วงใย และได้ออกแถลงการณ์ไปตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาของประเทศในขณะนี้ ทั้งการสู้รบตามแนวชายแดน และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย หากเรามีการเมืองที่เป็นเอกภาพ มีพลังและมีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยดี พร้อมกับยอมรับว่ารู้สึกเสียดาย อาจจะเรียกว่าการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองสุดก็แล้วแต่ ทำให้เกิดการชะงักงัน
สิ่งที่ตนอยากจะเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ต้องมุ่งมั่นในการดำเนินภารกิจ ทั้ง 2 เรื่องให้เสร็จสิ้นด้วยดี แม้ว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะมีข้อจำกัดไปโดยปริยาย ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้กระทั่งรัฐบาลหรือตัวนายกรัฐมนตรี ต้องมาใช้เวลากับการรณรงค์หาเสียง การที่รัฐบาลไม่ได้มีอำนาจเต็ม และต้องรักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามา และการตัดสินใจในนโยบายใหม่ๆ ก็คงทำไม่ได้ และอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ เพราะเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง จะมีเรื่องของ กกต. ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ถ้าเริ่มต้นวันนี้นายกรัฐมนตรีกับรัฐบาล จะดูแลภารกิจเหล่านี้ว่าจะไม่กระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นั่นคือสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอในวันนี้มากกว่า ส่วนเรื่องการเลือกตั้งก็ว่าไปตามกระบวนการของพรรคการเมือง
ส่วนจะสามารถเปิดตัวผู้สมัครได้เมื่อไหร่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นั่นแปลว่าต้องเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาขา และตัวแทนจังหวัด ตามกฎหมายบังคับ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และหลังจากได้รับฟังความคิดเห็นมาแล้วคณะกรรมการสรรหาก็จะเร่งประชุมเสนอ เสนอคณะกรรมการบริหารอนุมัติ
ส่วนจะส่งตัวผู้สมัครครบทั้ง 400 เขตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ แม้ว่าจะมีผู้ยื่นความจำนงมาแล้ว แต่จะต้องมีการคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่าคิดว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะอาศัยช่วงนี้เป็นรัฐบาลรักษาการณ์ยาว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปลากยาวด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ได้ ยกเว้นเท่าที่กฏหมายให้อำนาจไว้ อย่างกรณีที่ก่อนหน้านี้ที่มีการเลื่อนเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดศรีสะเกษ ก็เป็นไปตามกฎหมาย คือ กกต.เห็นแล้วว่าการจะเลือกตั้งในพื้นที่เหล่านั้นมันจัดไม่ได้ หรือไม่สามารถจัดได้ และทำให้เกิดความมั่นใจว่าประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ก็เป็นอำนาจของ กกต.ที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง แต่จะเป็นการทั่วไปยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายจะอนุญาตอย่างไร
เมื่อถามว่ามีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่งประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่ามีบทบัญญัติที่พยายามมาปรับ เพื่อแก้สถานการณ์ตรงนั้นอยู่ว่าในกรณีบางพื้นที่ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร ก็คงเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะวินิจฉัย
ส่วนการชิงยุบสภากระทันหัน มองว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบเพื่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากไปถกเถียงว่าใครเป็นคนผิดข้อตกลงหรืออะไร เพียงแต่มันน่าเสียดายตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์ไปว่าถ้าพรรคการเมืองจะพยายามหาทางออกร่วมกันผลักดันสิ่งที่เป็นเป้าหมายร่วมกันสักนิดก็จะหลีกเลี่ยงที่จะทำให้บางปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต้องได้รับผกระทบไปด้วย
“ความได้เปรียบเสียเปรียบก็ทราบกันมาอยู่แล้วตามเงื่อนไข ให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ เพราะนายกฯพูดมาตลอดว่าถ้าขยับอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ เขาก็จะยุบสภา เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้พรรคประชาชนก็ไม่ได้บอกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเคยถูกสอบถามก็บอกว่ารัฐบาลยังไม่มีความผิดร้ายแรง แต่พอมีปัญหาเรื่องตกลงกันไม่ได้ เรื่องสาระของรัฐธรรมนูญเลยทำให้เป็นเหตุขึ้นมา ในใจผมก็นึกว่าถ้าเราเอาเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่มาเป็นตัวตั้งของประเทศแล้วคุยกันเสีย เผื่อหาทางออกได้มันก็น่าจะดีกว่านี้ แต่เมื่อถึงจุดนี้ก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นๆที่ค้างอยู่ในสภาฯไม่สามารถออกมาได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ตนมีความรู้สักสับสนนิดหน่อยว่าฝ่ายที่ต้องการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติม หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ดีๆก็เลือกเส้นทางทำให้มันจบลง แม้ว่าจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ทำประชามติ
แต่จริงๆ แล้วตรงนี้ไม่ได้ช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้น เพราะจริงๆแล้วก่อนหน้านี้คำถามที่ไปถามประชาชนจะไปถามพร้อมกับตัวร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้จัดทำใหม่ แม้มีการทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งแล้วผ่านก็ยังต้องไปทำประชามติอีกรอบอยู่ดีในวันที่ไปแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 จริงๆแล้วก็แปลกใจอยู่ว่าแทนที่จะพยายามหาทางออกก็ไปเลือกเส้นทางที่เหมือนกับมาตั้งต้นกันใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชวน' ยินดี 'เนเน่ รอยัล' ลูกหลานคนใต้คว้าแชมป์ AGT 2026
'ชวน' ยินดี 'เนเน่ รอยัล' สาวอัจฉริยะ ลูกหลานคนใต้ คว้าแชมป์ America’s got talent 2026 ยกย่องพ่อแม่วางรากฐานให้ลูกประสบความสำเร็จ
ผู้ทรงเกียรติพาเหรด 'หารือ-โชว์ไอเดีย' แก้น้ำท่วม
สส.พร้อมใจหารือปัญหาน้ำท่วม 'กรวีร์' จี้ กรมชลฯ-ปภ. เตือนภัยชาวอ่างทอง ด้าน 'คงกฤช' ซัดกรมชลฯ บริหารไร้แผน ทำชาวอยุธยาเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ขณะที่ 'จูรี' ทวงแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่
'กลาโหม' กำหนด 5 สี ประเมินความเสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ปัจจุบันระดับ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง
“สภากลาโหม“ สั่งคุมเข้ม-สกัดกั้นการประกอบโดรน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เผยฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ แบ่งระดับ 5 สี ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง ขอ ปชช.สบายใจ ตอนนี้ยังสงบอยู่
เปิดแผนตั้ง 'หมู่บ้านมั่นคง' 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่อง อ.น้ำยืน อุบลฯ
พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงแผนการสร้างหมู่บ้านมั่นคง ตามแนวชายแดน ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย
ดิ้นไม่หลุด! ภาพมุมสูงมัดกัมพูชาตั้งฐานทหาร-อาวุธรอบปราสาทพระวิหาร หลังปฏิเสธมาตลอด
กองทัพเปิดเผยภาพมุมสูงบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่และจุดจัดตั้งตำแหน่งทางทหารของฝ่ายทหารกัมพูชา โดยภายในพื้นที่ดังกล่าวพบการนำอาวุธ
'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน
“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ

