ศาลรธน. ไม่รับคำร้อง 'วัฒนา' คดีบ้านเอื้ออาทรคุก 99 ปี

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของ “วัฒนา เมืองสุข” ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำพิพากษาในคดีบ้านเอื้ออาทร โดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วตามกฎหมาย จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

20 ธันวาคม 2568 - ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาเมื่อ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ในคดีที่นายวัฒนา เมืองสุข ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และศาลฎีกา (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่นำพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบเข้าสู่การพิจารณาคดีของผู้ร้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2266 และการพิพากษาลงโทษผู้ร้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับขณะที่ผู้ร้องกระทำความผิด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 5 วรรคหนึ่ง มาตรา 29 วรรคหนึ่ง มาตรา 188 และมาตรา 194 วรรคสอง

ก่อนพิจารณาคำร้องนี้ นายจิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีเนื่องจากเคยทำหน้าที่กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในการสอบสวนเรืองนี้ แม้ว่า คตส. จะสอบสวนยังไม่สิ้นสุดและโอนคดีนี้ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นสั่งฟ้องต่ออัยการสูงสุด (อสส.) ต่อไป ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ถอนตัวเนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพิจารณานี้

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบเป็นเรื่องที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (4) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

สำหรับคดีที่นายวัฒนา ยื่นคำร้องดังกล่าวเข้ามา คือคดีที่นายวัฒนาถูกกล่าวหาว่า มีส่วนร่วมในการทุจริต เมื่อครั้งเป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ในโครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร โดยนายวัฒนาถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 99 ปี พร้อมสั่งริบเงิน 99 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง-ไม่ใช่รัฐประหารเงียบ

นักกฎหมายมหาชนชี้ สว.สำรองกลุ่ม 11 ยื่น อสส.เป็นเพียงเทคนิคเปิดช่องอำนาจฟ้องตรงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มองข้อเท็จจริงคดีฮั้ว สว.ไม่เข้าองค์ประกอบล้มล้างการปกครอง ซัดกลุ่มแพ้แล้วพาล อยากเป็น สว.ตัวจริง เชื่อโอกาสสูงศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

วัส จับตาคำร้อง ผู้สมัครสว. สู่ศาลรธน. เทียบเคียง 'รัฐประหารเงียบ'

วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากคำร้อง 17 หน้าสู่ข้อสงสัย “รัฐประหารเงียบ”: เมื่อการยึดสภาสูงอาจข้ามเส้นสู่การล้มล้างการปกครอง? 

ดร.ณัฎฐ์ จ่อแจ้งความ ‘สมชัย-พริษฐ์กับพวก’ ปมบัตรบาร์โค้ด

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมกล่าวโทษคดีอาญา “สมชัย-พริษฐ์กับพวก” รวม 6 คน ปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่น ป.ป.ช.สอบ “ไอติม” กรณีมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

'ณัฐพงษ์' ลั่นตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ แก้ที่มาองค์กรอิสระ หลังศาล รธน. ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมาย

"ณัฐพงษ์" ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเป็นการลงคะแนนลับแบบมีเงื่อนไข ชี้ช่องโหว่บาร์โค้ดระบุตัวผู้มีสิทธิ์ ย้ำต้องตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

ศาลจบแล้ว…กกต.เพิ่งเริ่ม

วันนี้ซองที่ส่งเข้ามาขอพักไว้ก่อนครับ เรื่องบาร์โค้ดกับคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่เถียงกันมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569