'ชินวรณ์' ชี้เปรี้ยงเลือกตั้งครั้งหน้าไม่กลับไปใช้ 'บัตรใบเดียว' ขอทุกพรรคเลิกแก้กม.เพื่อตัวเอง

"วิปรัฐบาล" ชี้หมดทางแก้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พร้อมรับร่างกม.ลูกทุกฉบับส่งเข้าชั้นกมธ.วิสามัญ ขอทุกพรรคเลิกแก้กฎหมายเพื่อตัวเอง

24 ก.พ.2565 - ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่ามีบางฝ่ายพยายามเคลื่อนไหวให้มีการแปรญัตติเพื่อให้นำไปสู่การกลับไปใช้ระบบการเลือกตั้งแบบบัตรลงคะแนนใบเดียว ว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมีความชัดเจนว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้นจะต้องเป็นระบบบัตรลงคะแนน 2 ใบ จึงไม่สามารถกลับไปสู่การให้ใช้ระบบบัตรใบเดียวได้ ส่วนกรณีที่อาจมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการรัฐสภานั้น ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอนั้น เป็นการทำเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แต่เมื่อมีหลายพรรคเสนอร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เข้ามา แล้วมีประเด็นปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่เราคิดว่าก็น่าจะนำประเด็นต่างๆ ตรงนั้นที่เป็นจุดเด่นของแต่ละพรรคไปพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวต่อไป

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น มีประเด็นที่แตกต่างกันในเชิงหลักการหลายประเด็น ดังนั้นวิปรัฐบาลจึงเห็นว่าควรนำมาอภิปรายร่วมกัน แต่ให้แยกลงมติสำหรับแต่ละร่างเพื่อต้องการให้แต่ละฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน และจะมาพิจารณาว่าจะลงมติสำหรับแต่ละร่างอย่างไร ทั้งนี้ร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคร่วมรัฐบาลเป็นการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเช่นกัน รวมถึงมีการแก้ไขเพื่อลดข้อจำกัดในการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนร่างของพรรคเพื่อไทยมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงคือการเสนอแก้ไขมาตรา 28 และมาตรา 29 เพื่อให้บุคคลภายนอกสามารถเขามาแสดงความคิดเห็นหรือเป็นที่ปรึกษาให้กับพรรคการเมืองได้ ซึ่งตรงข้ามกับกฎหมายฉบับเดิมที่ห้ามบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนครอบงำไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับร่างของพรรคก้าวไกลที่พูดถึงเรื่องอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรคการเมืองและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเงินที่บริจาคให้พรรคการเมือง แม้เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลเห็นว่าเป็นความสำคัญ เนื่องจากเคยถูกยุบพรรคมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ตนอยากทำความเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านไปแล้วนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้งให้มีบัตรลงคะแนน 2 ใบเท่านั้น ซึ่งเป็นการทำให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ช่วยลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ให้ต้องมีเป้าหมายร่วมกันในการแก้ไขกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมได้อย่างแท้จริง รวมถึงต้องลดการกระทำในสิ่งที่ประชาชนเห็นว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าอาจมีผู้ลงมติคว่ำร่างกฎหมายลูกบางฉบับนั้น ตนคิดว่าเป็นความคิดเห็นของแต่ละคน แต่เราเห็นว่าทุกร่างที่ถูกนำเสนอเข้ามามีความสำคัญทั้งนั้น แต่ที่ประชุมจะต้องฟังเหตุและผลและมีการอภิปรายให้มีความขัดเจนก่อน แล้วจึงไปพิจารณาแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินการภายใต้กรอบเวลา 180 วัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตสส.-บุตรชายอาคม เอ่งฉ้วน ทิ้งปชป.ซบรวมไทยสร้างชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นเลขาธิการพรรคฯ ได้มีการประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรครวมไทย

'ดำรงค์' เผยเหตุ 'มิ่งขวัญ' ลาออกหัวหน้าพรรคเล็ก ย้ายซบพลังประชารัฐ

นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เปิดเผยว่าหลังจากที่ก่อนหน้านี้พรรครักษ์ฝืนป่าฯ ได้มีการประชุมและมีการเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น พรรคโอกาสไทย โดยมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค

คอนเฟิร์ม 'มิ่งขวัญ' ซบพลังประชารัฐ เตรียมเปิดตัวช่วงสัปดาห์หน้า

แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการทาบทาม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และผู้ก่อตั้งพรรคโอกาสไทย มาร่วมงานกับพรรคพปชร.ว่า ยอมรับว่านายมิ่งขวัญ จะมาอยู่กับพรรค

นิพนธ์ฯ รับปากช่วยธุรกิจร้านอาหารไทยในมาเลเชีย

นิพนธ์ฯ รับปากช่วยร้านอาหารต้มยำกุ้ง หลังประธานเครือข่ายฯทั่วประเทศมาเลเซีย ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และปัญหาเอกสารที่เกี่ยวเนื่องกับเอกสารราชการ