'ณัฐพงษ์' ซัดนายกฯ เบี่ยงประเด็นโยนฝ่ายค้านอยากเป็นรัฐบาล หวังสกัดซักฟอกโกง สว.

'ณัฐพงษ์' ซัดนายกฯ อย่าเบี่ยงประเด็น หลังถูกจี้ถามคดีโกง สว. ชี้หลักฐานชัดเจนจากบุคคลที่ร่วมขบวนการแล้วเสียผลประโยชน์ แย้มมีหลักฐานเด็ด แต่เก็บไว้เปิดช่วงซักฟอก

18 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.50 น. ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงคดีการโกงสว.ว่า ฝ่ายค้านมีหลักฐานค่อนข้างชัดว่าอาจจะมีส่วนพัวพันกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย แต่กลายเป็นว่ากลับมีการแสดงความเห็นจากฝั่งรัฐบาลว่าโกงสว.ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง จะเอาเข้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือ ซึ่งการแสดงความคิดความเห็นลักษณะเช่นนี้เป็นการพยายามที่จะเตะสกัดการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน และขาดความกล้าหาญทางการเมืองอย่างชัดเจนที่ไม่ยอมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ

เมื่อถามถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าฝ่ายค้านเดินเกมเรื่องฮั้ว สว. เพราะอยากเป็นรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่านายกฯ พยายามเบี่ยงประเด็น จากหลักฐานที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) รวมถึงภาคประชาชนเปิดมาเรื่อยๆ นายกฯ อาจจะตอบไม่ได้ทั้งหมด วิธีการเดียวที่จะเบี่ยงประเด็น ไม่อยากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบในสภาได้อย่างเต็มที่ จึงเบี่ยงประเด็นโยนมาที่ฝ่ายค้านว่าอยากไปเป็นรัฐบาล

"ผมคิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน และพรรคการเมืองทุกพรรคที่อาสาลงเลือกตั้ง ก็อยากเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่มีใครตั้งใจลงเลือกตั้งเพื่ออยากจะแพ้การเลือกตั้ง ฉะนั้น ผมไม่ปฏิเสธจุดมุ่งหมายของพรรคประชาชน คืออยากเป็นรัฐบาลเพื่อเข้าไปเปลี่ยนการเมืองไทยให้ดีขึ้น แต่นายกฯ เองก็ไม่ควรจะใช้วาทกรรมแบบนี้มาเบี่ยงประเด็น เพื่อที่คุณจะไม่ได้ถูกตรวจสอบในสภา" นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มองว่าสุดท้ายหากคดีฮั้วสว. ไม่ได้ถูกชี้มูล ทั้งหมด 229 คนจะเป็นการฟอกขาว หรือเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากหลักฐานที่มีการเปิดเผยออกมาทั้งหมด กกต. ต้องส่งไปยังศาลฎีกาทั้งหมด ซึ่งตามกฎหมายก็ระบุไว้ว่าแค่มีหลักฐานเพียงความเชื่อได้ว่า ก็เพียงพอแล้วที่จะส่งศาล แต่ถ้าหากมีกรณีส่งบางส่วนหรือยกคำร้องทั้งหมด พรรคประชาชนก็เตรียมที่จะร้องคัดค้านไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 ช่องทาง ถ้ากกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราก็พร้อมที่จะใช้กลไกทางกฎหมายทุกช่องทาง ดำเนินคดีกับกกต.เช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า ตอนนี้เหมือนมีเกมการเมืองที่จะบีบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลาออก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีทางเลือกตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการยุบสภาหรือลาออก ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญของคนที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและตอบคำถามจากประชาชนได้ ตนคงไปตัดสินใจแทนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ว่าจะยุบสภาฯ หรือลาออกเมื่อไหร่ อยู่ที่ตัวท่านเองเพราะสุดท้ายประชาชนก็จะตัดสินผ่านการเลือกตั้งอยู่แล้ว

เมื่อถามต่อว่า มองว่าเป็นการสกัดหรือตีกันเองในขั้วเดียวกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชน พูดมาโดยตลอดว่ามองผิวเผินภายนอกระบอบสีน้ำเงิน อาจจะมองดูว่าแข็งแต่ภายในตราบใดที่ยึดโยงกันด้วย ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ได้ยึดโยงกันด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้ามา จัดตั้งรัฐบาลร่วมกันเพราะ แก้ปัญหาร่วมกัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าโครงสร้างของระบอบสีน้ำเงินที่ยึดโยงกันด้วย ผลประโยชน์แบบนี้ตัวมันเองก็จะบอบบางภายในซึ่งตอนนี้ก็เห็นรอยร้าว หลายๆเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น หลักฐานต่างๆ ที่เปิดเผยออกมา คิดว่าเราได้มาจากไหนถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ในกระบวนการตอนแรก แล้วเสียประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าว ซึ่งในกระบวนการก็ต้องมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย สุดท้ายเราบอกแบบนี้ก็เป็นระบอบที่กัดกินตัวเอง และพวกเราฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะแฉทุกอย่างออกมาผ่านเวทีสภาฯ

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอีกหลายอย่าง ที่ตนก็มี แต่ทีมงานยังไม่ให้โพสต์หรือเปิดเผยออกมา ขอให้เก็บไว้เปิดในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจดีกว่า ทั้งนี้ ในนามผู้นำฝ่ายค้านฯ ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลในนามระบอบสีน้ำเงิน ใช้อำนาจรัฐทุกอย่างเพื่อที่จะพยายามคงอำนาจของตัวเองไว้ ไม่ได้ใช้ไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง และใช้อำนาจที่ตัวเองมีทำลายขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม

เมื่อถามถึง กรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่ารัฐบาลทำงานมา 6 เดือนแล้วยังไม่เห็นปัญหาทุจริต ฝ่ายค้านกังวลหรือไม่ว่าจะเป็นเหมือนการปิดตาข้างเดียวหรือเป่าคดีต่างๆ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า "ลองถามคำถามเดียวกัน กับคนหลายๆ กลุ่มในสังคมดูก็จะได้คำตอบ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3 ทศวรรษไทยโพสต์ เหลียวหลังแลหน้า ประเทศไทย ในเกมอำนาจโลก

สถานการณ์โลกในบริบทต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ดูจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเคยคิด หลังเกิดเหตุสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน

'ภราดร' ซัด 'ศุภณัฐ' เป็น สส. ไม่ใช่อินฟลู หยุดปั่นข้อมูลมั่วเรื่องงบเยียวยาน้ำท่วม

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลคำนวณงบเยียวยาน้ำท่วมพลาดว่า อย่ามุ่งร้าย สร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด ทำให้สังคมปั่นป่วน จนเกิดจลาจลได้

เดือด! 'กรวีร์' ท้าตรวจเงินบริจาคทุกพรรค ย้อนถามฝ่ายค้าน เงินคุณบริสุทธิ์กว่าเราหรือ

ภูมิใจไทยไม่ทอดทิ้ง สส.ไอเดียร์ "กรวีร์" ยันเป็นหน้าที่ของเจ้าตัวต้องชี้แจงบริจาคเงินเดือนละ 1 หมื่นก่อนเป็น สส. เดือด ท้าตรวจเงินทุกพรรค ใช้มาตรฐานเดียวกัน ย้อนถามฝ่ายค้าน เงินคุณบริสุทธิ์กว่าเราหรือ

ปธ.วิปรัฐบาล ยันให้ซักฟอก 3 วันพอ ลั่นอยากเห็นหลักฐาน 'โง่ ห่วย เลว'

“กรวีร์” ยันซักฟอก 3 วันพอ คาดถกวิป 3 ฝ่ายสัปดาห์หน้า มอง “โง่ ห่วย เลว” แค่สีสัน ชี้ อภิปรายต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แข่งสร้างวาทกรรม ไม่งั้นจะได้แต่ความบันเทิง

'หมอเอก' สวน 'ส.ส.ส้ม' อยากได้ซีน ได้แสง โพสต์ข้อมูลผิด ยันงบช่วยน้ำท่วมมีอีก

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความตอบ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน ที่ออกมาร

ประธาน สส.เพื่อไทย ยังไม่ตัดสินใจโหวตซักฟอก ขอฟังข้อมูลฝ่ายค้าน-รัฐบาลชี้แจง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานสส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.และลงมติในวันที่ 30 ต.ค.ว่า ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราต้องรับฟังข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านก่อน เพราะเราไม่ได้มีหน้าที่ต้องตอบคำถามแทนรัฐมนตรี