"ตรีนุช" ยัน พปชร.ยังอยู่ ไม่ได้แตก ตัวเองนั่งแคนดิเดตนายกฯ แจง "บิ๊กป้อม" ไม่ได้ปล่อยมือ คอยให้คำปรึกษา เผยเตรียมนำทัพไปยื่นปาร์ตี้ลิสต์เอง 28 ธ.ค.นี้
26 ธันวาคม 2568 - น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตนเองยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร. และยังทำงานยึดมั่น ให้ประชาชน ในนามพรรค พปชร.ต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถอดใจหรือไม่ ภายหลังนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ลาออกจากรองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯของพรรคไป น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า พวกเราเป็นนักการเมืองและผ่านการเมืองมาหลายสมัย จุดหมายของการเข้ามาการเมืองคือ การรับใช้ประชาชน แต่ระหว่างทางอาจจะมีทางลุ่ม ๆ ดอน ๆ และคลื่นพายุบ้าง แต่จุดยืนของเราคือ ต้องทำงานต่อไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งไม่ว่าจะในพื้นที่ จ.สระแก้วหรือในฝ่ายบริหาร ตอนนี้ตนเองยังทำหน้าที่ รมว.แรงงาน เป้าหมายยังอยากทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป
เมื่อถามว่า พรรค พปชร.ยังไปต่อได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า พรรคการเมืองก็มีหลายพรรค ทุกคนในพรรค พปชร.มีความคิดเห็นตรงกันและมีเป้าหมายในการทำงานคือ ประชาชนในมิติเดียวกัน จึงคิดว่าเราพร้อมที่จะอยู่ด้วยกัน
ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ยังยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคไม่ปล่อยมือ จะคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกเรา โดยพล.อ.ประวิตรอยากจะให้โอกาสกับทุกคนที่ยังอยู่กับพรรคได้มีโอกาสคิดและช่วยเหลือทำงานให้กับประเทศชาติ แม้จะอยู่เบื้องหลังแต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามีหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ที่จะสานต่อให้กับพรรค และยังเป็นกำลังทางความคิดและเป็นผู้ใหญ่ที่จะให้คำปรึกษากับพวกเราอยู่
เมื่อถามถึงกระแสข่าวตนเองถอดใจและพรรคจะล่ม น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า มีข่าวปล่อยออกมาเยอะแยะไปหมด ซึ่งมันเร็วมาก ตนไม่ได้อยากจะออกมาให้ข่าวอะไรมาก ขอทำหน้าที่จัดการและทำระบบในพรรคให้เรียบร้อยก่อน และจะออกมาสื่อสารกับทุกคนอีกอย่างแน่นอน
ถามอีกว่า มีกระแสข่าวถึงขั้นพรรคแตก น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ยังอยู่กับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคก็ยังอยู่ ที่มีอุดมการณ์ร่วมกับเรา คิดตรงกับเราก็อยู่ด้วยกันต่อไป ไม่ได้กังวล เพราะตนเองยังนั่งอยู่ ส่วนกรรมการบริหารพรรคยังเพียงพอ ยังไม่ต้องเลือกใหม่แม้นายวัน อยู่บำรุง และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล จะลาออกจากกรรมการบริหารพรรคก็ตาม
เมื่อถามถึงความชัดเจนของตัวเลขผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ยังมีความสวิงอยู่จากที่รับรองไป 200 กว่าคน แต่ใครจะอยู่กับเราและได้ไปต่อเรื่องจำนวนคงไม่ใช่ประเด็น แต่วันนี้เป้าหมายของพรรคชัดเจนเราต้องมูฟออนและมีเป้าหมายคือ ทำงานช่วยประชาชนต่อไป
น.ส.ตรีนุช เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนไปสมัคร สส.แบบแบ่งเขต ที่ จ.สระแก้วเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 28 ธ.ค.จะเดินทางไปยื่นรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการ ต่อ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จุลพันธ์' แบะท่าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกไม่มีข้อจำกัด เป็นไปได้ทุกอย่าง
"จุลพันธ์" เผยยังไม่ถูก "ภูมิใจไทย" ทาบตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย รับเสียใจเล็กน้อยแต่ตั้งหลักได้ เตรียมถอดบทเรียน ลั่นสูญพันธุ์อย่างไร เกือบ 80 ก็พรรคใหญ่
'ธรรมนัส' ลุ้น สส. เพิ่ม หลังขอ กกต. นับคะแนนใหม่อีกหลายเขต
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งล่าสุดพรรคกล้าธรรมได้ สส. ทั้งหมด 58 ที่นั่ง ว่า ตนยังมีความคาดหวังว่า จะมีคะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้นหลังคะแนนเสียงปัจจุบันยังไม่นิ่งและมีหลายเขต
กกต. เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 เรื่อง พบซื้อเสียงมากสุด ยันกัดไม่ปล่อย
กกต. เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 เรื่อง พบซื้อเสียงมากสุด ยันกัดไม่ปล่อย พร้อมนำทุกเคสที่เป็นปัญหาการเลือกตั้งไปแก้ไข เร่งกรรมการประจำเขตรายงานผลเลือกตั้ง-ประชามติแบบสมบูรณ์ก่อนเผยแพร่ใบปิดหน้าหน่วยให้ประชาชนตรวจสอบ
'ชูศักดิ์' เผยแกนนำเพื่อไทยยังไม่ตัดสินใจเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ชี้เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่ออนาคตพรรค
"ชูศักดิ์" เผยแกนนำยังไม่ตัดสินใจร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล ชี้ ต้องฟังเหตุผล มอง เป็นเรื่องใหญ่มีผลกับอนาคตเพื่อไทย รับผลเลือกตั้งต่ำกว่าที่ประเมินไว้
เลขาฯปชป. รับผิดคาดเล็กน้อย ได้ 22 ที่นั่ง พลาดเป้า 3-4 เขต ย้ำ 3 เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 10 เขต ได้แก่ นครศรีธรรมราช 4 เขต คือ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช
'ธรรมนัส' พอใจ 'กล้าธรรม' คว้า 58 ที่นั่ง ใกล้เคียงเป้าหมาย 60
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แล้วเสร็จกว่า 95% ว่า โดยภาพรวมพึงพอใจ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ที่นั่ง แต่ได้ 58 ที่นั่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยอมรับว่ามีบางเขตที่คาดว่าจะชนะแต่แพ้คะแนนนิดหน่อย แต่ภาพรวมดีใจที่มีบางเขตได้ที่นั่ง สส. เช่น แม่ฮ่องสอน-ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะ สุพรรณบุรี ที่มั่นใจว่าจะได้ 2 ที่นั่ง แต่ชนะเพียง 1 ที่นั่งก็ตาม สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่า เป็นตามยุทธศาสตร์ที่พรรคได้หาเสียง โดยเน้นการลงพื้นที่จริงเข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน

