นายกฯอนุทิน เดือดจัด บี้ รฟท.ต้องเยียวยามากกว่า 4 หมื่นอย่างน้อยต้อง 7 หลักต่อราย รับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร ลั่นถ้าสั่งได้ชดใช้รายละ 10 ล้าน รับเป็นบริษัทรับเหมาเดียวตึกสตง.ถล่ม ด้าน "พิพัฒน์" เผยตามสัญญาขณะขบวนรถไฟวิ่งอยู่ การก่อสร้างหยุดทันที
14 มกราคม 2569 - เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนหล่นใส่รถไฟ บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สร้างคร่อมอยู่กับรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ของเรา ซึ่งอุบัติเหตุเกิดขึ้นขณะที่รถไฟเราวิ่งอยู่พอดี ซึ่งอาจจะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบ ในฐานะผู้ให้บริการให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางโดยใช้บริการสาธารณะและการรับผิดชอบต้องไม่ใช่การเยียวยา 40,000 + 40,000 บาท เรื่องต้องให้ท่านรัฐมนตรีไปดูว่าปกติว่ามีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วยการบกพร่องของรัฐ ต้องมีการเยียวยาโดยรัฐ ซึ่งอย่างน้อยก็ต้อง 7 หลักต่อผู้เสียชีวิต 1 ราย
“ไม่ต้องมองว่าเป็นญาติ เราฟังเรายังไม่พอใจใครจะรับได้จ่าย 40,000 บาท ลูกค้าของเรามาเสียชีวิต กับการให้บริการของเราจริงๆตีราคาไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องดำเนินการเยียวยา แล้วต้องชดใช้ค่าเสียหายอนาคตของพวกเขา ต้องระดมทุกวิถีทางที่จะให้ ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบนโยบายให้ ผู้บริหารการรถไฟ ไปดำเนินการ และคืนนี้ให้ท่านไปคิดจะเสนอบอร์ดการเยียวยา ท่านจะนำเสนออย่างไร ถ้าผมสั่งได้ผมก็สั่งชดใช้รายละ 10 ล้านบาทสิ แต่ผมฟังแล้ว 40,000 บาทมันไม่พอ ซึ่งการสั่งให้เยียวยาเท่าไหร่ อำนาจนายกฯ อำนาจรัฐมนตรีฯ ไม่มี เพราะเรามีบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แต่มีอำนาจในการบอกนโยบาย คุณจะต้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ และในฐานะที่เป็นรัฐบาล เนื่องจากตรงนี้เป็นการให้บริการทางสาธารณะ ระบบขนส่งมวลชน ก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสาร" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดเหตุขึ้นของบริษัทดังกล่าว ซึ่งบริษัทฯ เกี่ยวข้องกับตึก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ที่พังถล่มไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย รวมถึงทางด่วนพระราม 2 และกำลังจะประมูลงานอีกหลายโครงการที่จะเกิดขึ้น และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ตนมองว่าต้องแก้ที่กฎหมาย ควบคุมงานก่อสร้าง ขึ้นบัญชีดำ สั่งให้หยุดงาน สั่งห้ามประมูล ซึ่งต้องใช้กลไกรัฐสภา ในการแก้ไขกฎหมาย
เมื่อถามว่าเรื่องจะต้องทำการพิสูจน์ทราบก่อนหรือไม่ว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากอะไร นายกฯ กล่าว่า เรื่องนี้ตนมองว่า สาเหตุก่อสร้างไม่ดี เพราะกว่าจะมาก่อสร้างถึงขนาดนี้ได้ต้องมีการคำนวณก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องพิสูจน์ เพราะผิดอยู่แล้ว เพราะหากอ้างว่า "พิสูจน์ไม่ได้มนุษย์เราก็ต้องเดินเท้าตลอดสิ ไปอย่างนี้ไม่ได้เลย"
เมื่อถามต่อว่าได้สอบถามว่าตามปกติแล้ว การก่อสร้างจะต้องหยุดปฏิบัติงานระหว่างที่มีขบวนรถแล่นอยู่หรือไม่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวว่า ตามหลักและสัญญาแล้วขณะที่มีขบวนรถวิ่งอยู่ การก่อสร้างต้องหยุดงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทพิสูจน์ ‘รัฐบาลไร้รอยต่อ’ รับมือผลกระทบสงคราม!
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลกระทบต่อไทยแน่นอน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
เมินควบกห.-มท. ‘กกต.’ลุยเอาผิด กปน.สุพรรณบุรี
"อนุทิน" ยันไม่ตอบควบ รมว.กลาโหม หรือ รมว.มหาดไทย
รัฐ-เอกชนรับมือวิกฤต เร่งหาแหล่งน้ำมัน-ก๊าซ
นายกฯ ประชุมทีมเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชน ลั่นทุกวิกฤตมีโอกาส
'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
นายกฯ ยืนยันรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
นายกฯ ยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ยังรับมือได้ สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิง ไว้แล้ว
นายกฯ ประชุมหามาตรการรับมือผลกระทบเศรษฐกิจไทย เหตุสู้รบตะวันออกกลาง
นายกฯ ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ ฟังข้อเสนอรับมือผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง หวังจำกัดความเสียหายต่อไทยน้อยที่สุด พร้อมหามาตรการรับมือด้านเศรษฐกิจทางตรง-ทางอ้อม ย้ำให้ความสำคัญความปลอดภัยคนไทย-ธุรกิจไทยในพื้นที่

