นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุเครนถล่มพระราม 2 ขีดเส้น 7 วัน สรุปผลสอบข้อเท็จจริง

นายกฯ ลงพื้นที่พระราม 2 จุดเครนถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์ เผย เคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จใน 14 วัน ส่วนกรมทางหลวงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งการนายกรัฐมนตรีแล้ว คาดได้ข้อสรุปใน 7 วัน

16 มกราคม 2569 - เวลา 14:00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ลอนเชอร์ถล่มถนนพระราม 2 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยทันทีที่มาถึงได้เข้ามารับฟังรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ พลตำรวจตรีธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร

พลตำรวจตรีธีระเดช ได้รายงานไล่เรียงคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายอนุทินทราบ โดยยืนยันว่า เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ส่วนผู้บาดเจ็บข้อมูลตอนแรกมีมาว่า 5 คน แต่ยืนยันว่าบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน และทางคดีได้สอบปากคำนายช่างโครงการไปแล้ว 2 คน และคนเจ็บอีก 1 คน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังชี้แจงการเคลียพื้นที่ด้วยว่า คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมทางหลวง ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วันตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้นายอนุทิน อยู่ระหว่างเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

นายกฯ ยืนยันรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

นายกฯ ยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ยังรับมือได้ สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิง ไว้แล้ว

นายกฯ ประชุมหามาตรการรับมือผลกระทบเศรษฐกิจไทย เหตุสู้รบตะวันออกกลาง

นายกฯ ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ ฟังข้อเสนอรับมือผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง หวังจำกัดความเสียหายต่อไทยน้อยที่สุด พร้อมหามาตรการรับมือด้านเศรษฐกิจทางตรง-ทางอ้อม ย้ำให้ความสำคัญความปลอดภัยคนไทย-ธุรกิจไทยในพื้นที่