กกต. ชี้ซื้อเสียง 7.5 พัน แค่ประเมิน ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วสกัดโซนแดง

‘แสวง’ ชี้ผลสำรวจซื้อเสียง 7,500 บาท อาจเพียงแค่ประเมิน ย้ำหน้าที่ กกต. ต้องทำให้เงินไม่มีความหมายต่อผลเลือกตั้ง ระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็วสกัดพื้นที่สีแดงทุกภาค เตือนทุกฝ่ายผิดได้หมดแม้แต่เจ้าหน้าที่เอง

19 ม.ค. 2569 – นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ออกมาเปิดเผยข้อมูลผลสำรวจว่า มีการซื้อเสียงกันดุเดือด ถึงขั้นหัวละ 7,500 บาทนั้น ว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต. จะต้องขยับตัวเพื่อตอบสนองต่อข้อมูลดังกล่าว โดย กกต. มุ่งเน้นไปที่การป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านกระบวนการและเครือข่ายที่เป็นรูปธรรม

ในส่วนของการข่าว กกต. รับรู้ข้อมูลอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนได้ว่ากี่บาท อาจเป็นการประเมินหรือความเห็นตามหลักวิชาการของทางเอกชนเอง แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องจัดการต้องทำให้เรื่องพวกนี้ไม่มีนัยยะสำคัญต่อการลงคะแนน หรือไม่เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้คนชนะการเลือกตั้งได้ ส่วนจะมีการเชิญภาคเอกชนที่ไปทำผลสำรวจเข้ามาให้ข้อมูลหนือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่จำเป็น เพราะ กกต. มีหน้าที่ป้องกันและรับทราบข้อมูลเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดขึ้น

“เรื่องเล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของเมืองหรือเกมอำนาจ แต่สิ่งที่เราทำคือการปฏิบัติ ช่วงนี้การป้องกันป้องปรามโดยการใช้ข่าวร่วมกับฝ่ายบ้านเมือง และใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปในพื้นที่ที่ได้แบ่งกันไว้ ไม่รู้จะเป็นสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ซึ่งเราทำแบบนี้ทุกครั้ง ทั้งนี้ข่าวกับเรื่องจริงมันอาจจะคนละเรื่อง” นายแสวง ระบุ

เมื่อถามว่า ในพื้นที่สีแดงส่วนใหญ่อยู่ในภาคไหน นายแสวง กล่าวว่า พื้นที่สีแดงมีอยู่ในทุกภาค ไม่ได้เจาะจงที่ภาคใดภาคหนึ่งเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดความรุนแรงหรือความเข้มข้นของการแข่งขันในแต่ละเขตเลือกตั้ง คำว่ารุนแรงไม่ได้หมายถึงการใช้กำลังเสมอไปแต่หมายถึงความเข้มข้นในการชิงชัย ซึ่งในพื้นที่เหล่านี้ ทุกคนสามารถกระทำผิดได้หมด ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้สมัครเอง ประชาชน หรือแม้แต่ตัวเจ้าหน้าที่ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งเองก็ตาม เราก็ไม่อยากให้มันเกิดเพราะจะทำให้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ

เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ได้ส่งข้อความถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ให้ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียงนั้น ว่า ส่วนตัวอยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ อยู่บนพื้นฐานบรรยากาศที่ดี และเป็นคะแนนที่สุจริต เพราะสะท้อนถึงคุณภาพของการเลือกตั้ง ซึ่งเราต้องการ 2 อย่าง คือ ปริมาณคนไปใช้สิทธิเยอะ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่าจะผู้ไปใช้สิทธิจะมากกว่าครั้งที่แล้ว ที่อยู่ที่ 75%

ส่วนคุณภาพคะแนน อยากให้เกิดจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ดูนโยบาย แล้วเห็นว่าพรรคไหนหรือผู้สมัครคนไหน จะเป็นผู้แทนเขาได้ก็ควรจะเลือกตรงนั้น แต่ไม่ใช่เลือกด้วยเหตุผลอื่น จึงไม่อยากให้เกิดเงื่อนไขแบบนี้ ทั้งนี้ อยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปใช้พัฒนาประเทศตามศักยภาพที่เรามี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไอติม' กาหัว 'กกต.' แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย'

'ไอติม' ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ 'ญานี' นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย' โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้ เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งเลือกตั้งใหม่ 'นายก อบจ.ขอนแก่น' คดีใบเหลือง 'วัฒนา ช่างเหลา'

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาหมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่าง กกต.ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน เรื่อง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ขอให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ใหม่) 

อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา

การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

ชำแหละคดีฮั้วภาคพิเศษ เปิดหลักฐานส่งตรง กกต.

'ฝ่ายค้าน' เตรียมจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต. 4 ส.ค.นี้ รับ ต้องทำงานแข่งเวลา แย้ม หากยกคำร้องทั้งหมด-ตัดตอนบางรายส่งศาล ต้องดูเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่