‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

2 สิงหาคม 2569 – พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่มสว.สำรอง ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบเรื่องการเลือกสว.มาตลอดสองปีที่ผ่านมา กล่าวถึงคดีฮั้วสว.ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ประกาศว่าจะได้ข้อยุติในเดือนสิงหาคมนี้ว่า สำหรับคดีฮั้วสว.จากการที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และมีการนำพยานบุคคล พยานหลักฐานไปยื่นให้ทั้งกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งในส่วนของพยานหลักฐาน ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วสว.ตั้งแต่หัวแถวยันหางแถวมีประมาณ 20,000 คน มีตั้งแต่ระดับตัวเล็กตัวน้อยไปจนถึงระดับแม่ทัพนายกองไปจนถึงทหารเลว และพวกหางแถว เพราะในการสมัครสว.ปี 2567 มีผู้สมัครสว.ทั่วประเทศรวม 46,000 คน ซึ่งเคยมีการนำระบบAIมาจับและคำนวณจากบัตรเลือกตั้งจากกระบวนการทั้งหมด สามารถระบุได้ว่ามีคนร่วมขบวนการในชุดนี้อยู่ประมาณ 22,000 คน ซึ่งในกลุ่ม 22,000 คน หากไปไล่ดู จะมีทั้งพวกระดับส่วนหัว ที่เป็นหัวขบวน และพวกที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่มีประมาณ  229 คน

พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า ในจำนวน 229 คน สามารถจำแนกความผิดกลุ่มผู้ทำผิดในคดีฮั้วสว.ออกมาได้ทั้งหมด 7 ความผิดด้วยกัน เป็น 7 ข้อกล่าวหา

“ยกตัวอย่าง ข้อหาแรกคือ ข้อหาเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือนักการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามช่วยเหลือผู้สมัครในการเลือกสว.ซึ่งกลุ่มนี้ ข่าวว่ามีอยู่ประมาณหลัก ๆ ก็ 22 คน ก็คือพวกแก๊งลูกเทพทั้งหลาย รวมถึงพวกกรรมการบริหารพรรคก็อยู่ในกลุ่มนี้”พล.ต.ท.คำรบระบุ

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อหาที่สอง คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคือ กลุ่มผู้สมัครสว.ที่เข้าร่วมสมัครเป็นสว.เมื่อปี 2567 ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ารับการช่วยเหลือจากพวกนักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง ที่ก็คือ มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อเอาผิดทั้งคนที่ช่วยและคนที่ได้รับการช่วยเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสว.

ส่วนข้อกล่าวหาที่3 เป็นพวกสว.ที่ได้เป็นสว.ปัจจุบันรวมถึงผู้สมัครบางส่วนแต่ไม่ได้รับเลือกเป็นสว.โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีการแนะนำตัวตอนเลือกสว.ที่ไม่เป็นไปตามที่กกต.กำหนด แต่ข้อหาดังกล่าวนี้โทษจะไม่หนัก จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ซึ่งคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวคือพวกที่ไปรวมตัว ไปสุมหัวกันตามสถานที่ต่างๆเช่นโรงแรม มีการเขียนชื่อในโพยให้มีการลงคะแนนให้ โดยอ้างว่าแนะนำตัว แต่กกต.ไม่ได้ให้แนะนำตัวในลักษณะดังกล่าว จึงถือว่ากระทำการไม่เป็นไปตามระเบียบที่กกต.กำหนด กลุ่มสว.138-140 คนที่มีเลขของตัวเองปรากฏในโพยเลือกสว. แล้วอ้างว่าเป็นการแนะนำตัว จึงเป็นการแนะนำตัวไม่เป็นไปตามที่กกต.กำหนด ก็มีโทษจำคุกหนึ่งปี

แกนนำกลุ่มสว.สำรองกล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อหาที่ 4 ก็คือพวกกลุ่มที่มีหลักฐานเส้นทางเงินที่จับได้ว่ามีบางคนไปจ้างคนให้มาลงสมัครสว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ ที่่มีการจ้างกันเช่น 4,000-5,000 บาท มีการโอนเงินกันตั้งแต่ในระดับพื้นที่ หากหลักฐานไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นสว.ตอนนี้หรืออดีตผู้สมัครสว.ที่ไม่ได้รับเลือก จะโดนเอาผิดอีกส่วนหนึ่ง แต่กี่คนอันนี้ยังไม่ทราบ แต่น่าจะไม่ต่ำกว่า 20-30 คนขณะที่ข้อกล่าวหาต่อไปคือ เรื่องมีการจัดเลี้ยง โดยเฉพาะตอนช่วงก่อนวันเลือกสว.ระดับประเทศ ที่มีพยานให้ข้อมูลว่ามีคนพาไปเลี้ยงอาหาร พาไปล่องเรือ พาไปพักที่รีสอร์ท มีการพาไปพักที่โรงแรมต่างๆ เช่น โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ฯ (พระนครศรีอยุธยา) หรือโรงแรมแถวปทุมธานี  มีคนจ่ายค่าห้องพักที่โรงแรมให้ ก็มีการตรวจสอบว่าใครเป็นคนจ่ายเงิน คนที่ดำเนินการจะโดนข้อหาการจัดเลี้ยงหรือเลี้ยงอาหาร หลักฐานไปถึงใครเขาก็เล่นงานคนนั้น      นอกจากนี้ก็มีข้อหาพวกโหวเตอร์ที่ไปรับจ้างเขาสมัครสว. รวมถึงพวกที่ไปรับจ้างลงคะแนนเสียงให้ตอนเลือกสว.ระดับประเทศ ที่บางคนขายตัวไปเอาเงิน 200,000 บาท โดยมีการจ่ายให้ก่อน 20,000 บาท แล้วบอกเลือกเสร็จจะจ่ายที่เหลือให้ แต่ปรากฏว่าถูกเบี้ยว ถูกชักดาบ จนออกมาโวยวายแล้วไปเป็นพยานในคดีฮั้วสว.ก็มีเยอะ

“ทั้งหมดที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้วสว.ที่มีด้วยกัน 7 ข้อกล่าวหา ก็มีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ200 กว่าคนแต่ว่าพยานหลักฐานจะไปถึงใครบ้าง ก็ต้องดูว่าจะถึงทั้งหมดหรือไม่ เพราะว่าบางคนอาจจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาต่อด้วย ซึ่งในการดำเนินคดีอาญา จะต้องอาศัยความชัดเจนของพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กกต.ต้องวินิจฉัย ซึ่งเชื่อว่าพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์ยังไงก็แก้ไขไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นเงิน หลักฐานการใช้โทรศัพท์ อันนี้เป็นเรื่องของคดีอาญา ก็จะไปดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญาหรือส่งให้อัยการเป็นผู้พิจารณา”

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อไปว่า แต่สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นสว.ในปัจจุบันที่มีประมาณ 138 คน บางคนอาจจะโดนคดีอาญา แต่บางคนก็อาจจะไม่โดน แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดก็จะมาอยู่ในข่ายที่ว่าเป็นผู้ที่ได้เป็นสว.โดยทุจริต เพราะกระบวนการทั้งหมดจากสำนวนการเลือกสว.ที่มาจากหลายจังหวัดมันเหมือนกับการแบ่งงานกันทำ คนละขั้นคนละตอน ตั้งแต่การเลือกระดับจังหวัดโดยนำแต่ละจังหวัดมาบวกกัน จนสุดท้าย ได้รายชื่อเข้ารอบสุดท้ายในการเลือกสว.ระดับประเทศประมาณ 1157 คน แล้วก็เอามาจัดสูตรให้เลือกกันไปมาจากรอบแรก1157 คน จนเหลือ 433 คน จนสุดท้ายเหลือ 138 คน ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่มีการเลือกแบบสนับสนุนซึ่งกันและกันในลักษณะไขว้กันไปมา

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ผลพวงของการที่ได้สว.138 คนจึงเป็นผลพวงที่ถือเป็นผลผลิตของการทุจริตที่พวกเขาดำเนินการมาทั้งหมด กลุ่มคน 138 คนที่ได้เป็นสว.จึงถือว่าได้เป็น สว.โดยไม่สุจริตก็คือทุจริต จึงต้องถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกสว. หรือให้เข้าใจง่าย ๆก็คือ ต้องโดนใบแดง ที่กกต.จะต้องสำนวนคำร้องไปที่ศาลฎีกาฯ ซึ่งหลักการก็จะเหมือนกับการพบการทุจริตสอบรับราชการท้องถิ่น ที่มีการตรวจสอบพบว่า มีผู้สมัครหรือมีผู้ที่อ้างว่าสอบได้ 5,914 คน ซึ่งได้มีการตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยแม้กลุ่มบุคคล 5914 คนดังกล่าว จะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ แต่ก็มีการบอกแล้วว่า จะมีการเพิกถอนการบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพราะเมื่อตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ก็คือมีขบวนการทุจริตการสอบต้องเพิกถอน เรื่องนี้ก็เป็นหลักการเดียวกันกับกรณีของสว. 138 คน บางคนอาจจะบอกไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ตอนเลือกสว.เบอร์ของเขาไปปรากฏในโพยเลือกสว. แล้วผลออกมา คะแนนก็ไปเกาะกลุ่มอยู่กับพวกนั้นทั้งหมด          เพราะฉะนั้น ก็ต้องถูกส่งคำร้องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกก็คือให้ใบแดง  ผลพวงของการเลือกทั้งหมดต้องถูกเพิกถอน สว.ทั้ง 138 คนก็ต้องถูกเพิกถอน หากกกต.ไม่ยื่นคำร้องไปที่ศาลฎีกาฯ ก็ถือว่ากกต.ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ต้องหาทางเล่นงานกกต.ต่อไป

เมื่อถามว่าหากกกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาฯ หากศาลฎีการับคำร้องแล้ว จะมีการสั่งให้ สว.ที่มีชื่อถูกส่งไปที่ศาลฎีกาฯทั้งหมดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดหรือไม่ ทั้งสว.รวมถึงนักการเมืองที่มีชื่อเช่นพวกรัฐมนตรีด้วย พล.ต.ท.คำรบ ตอบว่า ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ฯ มาตรา 62 ระบุไว้เฉพาะพวกสว. ไม่ได้พูดถึงบุคคลอื่น กฎหมายเขียนไว้ว่า บุคคลที่เป็นสว. หากมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกที่ก็คือการให้ใบแดง หากบุคคลที่ถูกยื่นคำร้องแล้วศาลฎีการับคำร้อง ให้สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าศาลจะวินิจฉัยออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ใบแดงเสมอไปเพราะหากสว.ที่ถูกยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา สามารถไปหาพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาต่อศาลฎีกาได้ แล้วศาลเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่จริง ก็อาจไม่ให้ใบแดงก็ได้ แต่หากศาลพิจารณาแล้วข้อกล่าวหาเป็นจริงอย่างที่กกต.ยื่นคำร้องมา ก็เท่ากับ คุณหมดสิทธิ์เป็นสว.ตั้งแต่วันที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่

เชื่อว่าจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวน ที่มีพยานบุคคลตั้ง 700 กว่าปาก โดยพยานหลักฐานเท่าที่ผมมีโอกาสได้ทำการร่วมสืบสวนกับกกต. และดีเอสไอก่อนหน้านี้ ผมเชื่อว่าพยานหลักฐานในคดีนี้มีมากมาย มีมากกว่าที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน นำมาเปิดเผยที่รัฐสภา  อย่างที่จัดเสวนานัดแรกที่มีพยานบุคคลสี่คนมาพูดบนเวที บางคนฟังแล้วร้องโอ้โห แต่จริง ๆ ที่ไปพูดกันที่รัฐสภาผมว่าแค่ 1 ใน 100 ยังมีพยานมากกว่านั้นอีกเยอะ รวมถึงพยานหลักฐานที่เป็นเส้นเงิน มีพยานหลักฐานอย่างเช่นเท่าที่ทราบ ทางดีเอสไอมีการนำเบอร์โทรศัพท์ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปตรวจสอบ จำนวนถึง 12,000  เลขหมาย เพื่อตรวจสอบว่าใครโทรหาใคร ใครติดต่อเชื่อมโยงกับใคร ใครอยู่ที่ไหนในช่วงการเลือกสว. มีรายละเอียดเยอะ

ใครที่ปฏิเสธว่าไม่ได้ไป ไม่อยู่ตรงนั้น ผมว่าเสร็จหมดเพราะมันเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เช็กได้ว่าช่วงก่อนเลือกสว.ระดับประเทศเช่นตั้งแต่วันที่ 23-25 มิถุนายน 2567 บางคนพบว่าไม่ขยับไปไหน อยู่ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ฯ ตลอด ยกเว้นจะอ้างว่าไม่ได้ไปที่โรงแรม เอาโทรศัพท์มาแล้วทำหาย ก็จะถูกถามว่าแล้วช่วงนั้นอยู่ที่ไหน ก็ต้องแก้ตัวมา หรือหากจะเอาแบบง่ายๆ กกต.ก็เอาหีบบัตรลงคะแนนเลือกสว.มาเปิดเลยก็จบ ไม่ต้องเอาพยานหลักฐานที่อื่น แต่กกต.ก็อิดออดไม่เอาหีบบัตรมาเปิด

แกนนำกลุ่มสว.สำรองกล่าวว่า ทราบว่าคณะอนุกรรมการของกกต.ชุดที่ 26 ใช้วิธี ไปหาภาพจากกล้องวีดีโอที่มีการบันทึกไว้ตอนเลือกสว.ระดับประเทศ ที่ก่อนหน้านี้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติเคยเปิดเผยว่ามีภาพทั้งหมดหลายล้านภาพ มีการใช้AI ไปจับภาพแล้ววิเคราะห์ออกมาก็เหมือนกับการเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะมันสามารถที่จะบอกว่าบัตรนี้เลือกเบอร์ใด เพราะภาพถ่ายมันก็ถ่ายไว้หมด ก็แคปเจอร์ออกมาเป็นรูป ๆ ได้หลายล้านรูป เพราะฉะนั้นพยานหลักฐานมันแน่นมาก ผมก็เคยทำงานตำรวจมา ผมเห็นว่า พยานหลักฐานเรื่องนี้แน่นหนาที่สุด หากจะมีการลุยไฟเรื่องนี้กัน ผมว่าก็อาจจะเจอฟ้าผ่า

เมื่อถามว่า ก่อนที่จะถึงช่วงกกต.ลงมติชี้ขาดคดีฮั้วสว.เกรงหรือไม่อาจจะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง เพื่อทำหนักให้เป็นเบา ให้เอาผิดเฉพาะบางคน แต่พวกระดับแกนนำ ให้ปล่อยไป พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า คิดว่ามีอยู่แล้ว แล้วก็มีมาโดยตลอดอย่างที่เรารู้ เขาก็เริ่มแทรกแซงชัดเจนมาตั้งแต่ในกระบวนการเลือกกกต. โดยเฉพาะปัจจุบัน กกต.7 คน ก็มีกกต.อยู่ 4 คนที่ได้รับการโหวตเห็นชอบโดยสว.ปัจจุบัน ในกกต.4 คนนี้ เขาก็คงจะสามารถดีลได้เป็นกรณีพิเศษ พูดตรงๆนะ เราก็ไม่ได้ว่า ส่วนที่ถามว่าพวกระดับเฮดๆของกลุ่ม อาจจะต้องการที่จะปกป้องไว้หรือไม่ ผมคิดว่าแน่นอนก็คงต้องพยายามปกป้อง           แต่ในส่วนของกลุ่มผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 229 คน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นสว.138 คน อีกส่วนหนึ่งที่เป็นนักการเมือง และแก๊งลูกเทพ แล้วก็พวกกลุ่มนักการเมือง รวม  91 คน ซึ่งใน 91 คน หากเขากระทำผิดในกฎหมายเลือกสว.จริง แต่เขาจะต้องมีคดีมีข้อกล่าวหาคดีอาญาพ่วงด้วย เพราะฉะนั้นหากมีข้อกล่าวหาคดีอาญาพ่วงด้วย จะต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เห็นว่าแน่นหนาจริง ๆ ถึงจะเอาไปดำเนินการต่อได้ ซึ่งพยานหลักฐานที่มีอยู่ ผมเห็นว่าแน่นหนา

“แต่การจะมีคดีอาญาด้วย มันก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เพราะว่ามันจะต้องเป็นพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างปราศจากข้อสงสัย ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิด จึงจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ ตรงนี้อาจจะเป็นช่องว่างเล็ก ๆ อันหนึ่งที่เขามองเห็นว่าอาจจะเป็นรูที่พยายามจะไปหาทางออกให้กับบางกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตามเราคาดหวังว่า ในสว. 138 คน ที่บางคนถ้าจะต้องมีเรื่องของการถูกดำเนินคดีอาญาด้วยแล้ว ก็คงต้องเป็นไปตามหลักการเดียวกัน ก็คือต้องหาพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจนที่จะไปมัดเขา

 ซึ่งเรื่องของคำว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต แล้วก็จะต้องมีการส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนหรือให้ใบแดง ตามมาตรา 62 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ฯ  ผมว่ากกต.คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้ กกต.คงต้องส่งศาลฎีกาอย่างเดียว เพราะมาตราดังกล่าว ไม่ได้ให้กกต.ใช้ดุลพินิจหรือวินิจฉัย แต่เขียนไว้ว่า เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือใครทุจริตในการเลือกสว. ทาง กกต.มีหน้าที่ต้อง ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกสว.กฎหมายเขียนไว้แบบนี้

หากกกต.ไม่ส่งเท่ากับกกต.ละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ในพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 32 ก็ยังเขียนไว้ด้วยว่า หากกกต.หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกกต.หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบคำสั่งที่ กกต.ได้กำหนดไว้ ก็ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี”พล.ต.ท.คำรบกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรวีร์' ชี้ฝ่ายค้านใช้ข้อมูลเก่าปั่นคดีฮั้ว สว. หวังกดดัน กกต. เร่งชี้ขาด

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านพยายามหยิบขึ้นมาพูดในช่วงนี้ มองว่าจะไปถึงขั้นการยุบพรรคหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

'ศรีสุวรรณ' บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร 'สว.สีส้ม' จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่าย 'ฮั้ว' ด้วยหรือไม่

"ศรีสุวรรณ" บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร "สว.สีส้ม" จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่ายฮั้วด้วยหรือไม่ ย้อนถามทำไมพฤติกรรมที่ดูคล้ายกัน พอเป็นคนที่ตัวเองเชียร์ถึงเรียกว่า "ทำงานร่วมกัน" หรือ "จัดตั้ง" แต่พอเป็นฝ่ายตรงข้ามกลับรีบใช้คำว่า "ฮั้ว" ยันต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย

'อดีตผู้พิพากษา' วิเคราะห์ 7 ข้อ 'ส้ม-น้ำเงิน' ฮั้วสว. พฤติการณ์แบบใดที่เรียกว่า 'ฮั้ว' ผิดกฎหมาย

'อดีตผู้พิพากษา' วิเคราะห์ 7 ข้อ ฮั้วสว. พฤติการณ์ แบบใดที่เรียกว่า 'ฮั้ว' ผิดกฎหมาย และการพิสูจน์ความผิด ชี้ไม่ควรจบลงด้วยคำถามชวนแตกแยกว่า 'ส้มฮั้วหรือน้ำเงินฮั้ว?' แต่ควรจบลงด้วยหลักนิติธรรมที่ว่า 'ใครทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษ และใครบริสุทธิ์ต้องได้รับการปกป้อง' โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน

'ไอติม' จับพิรุธคำวินิจฉัย กกต. ปล่อยผ่านคุณสมบัติ 'สว.ปราณีต' ทั้งที่ข้อมูลแนะนำตัวคลาดเคลื่อน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เปิดคำวินิจฉัย กกต. เรื่องคุณสมบัติ สว. ปราณีต เกรัมย์ (กลุ่ม 16 จ. บุรีรัมย์) : ผู้สมัครเซ็นรับรองข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัว (สว. 3) แต่ กกต. ไม่ติดใจ

เอาแล้ว! 'ศุภชัย' กระตุกกกต.สืบสวนไต่สวน 'เทวฤทธิ์-นันทนา' โกงเลือกสว.หรือไม่ ขู่มีหลักฐานเพียบ

'ศุภชัย' กระตุกกกต.หากเห็นว่ากลุ่มผู้สมัครสว.สีส้มรวมกลุ่มเพื่อฮั้ว ต้องสืบสวนไต่ส่วน ผู้สมัคร 300 คนที่ชุมนุมกัน ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ตั๋วเครื่องบิน พักที่ไหน ใครจ่าย 'เทวฤทธิ์ -นันทนา'โกงหรือไม่ ขู่หรือยากให้มีการร้อง ยินดีจัดให้หลักฐานเพียบ