
แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!
2 สิงหาคม 2569 – พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่มสว.สำรอง ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบเรื่องการเลือกสว.มาตลอดสองปีที่ผ่านมา กล่าวถึงคดีฮั้วสว.ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ประกาศว่าจะได้ข้อยุติในเดือนสิงหาคมนี้ว่า สำหรับคดีฮั้วสว.จากการที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และมีการนำพยานบุคคล พยานหลักฐานไปยื่นให้ทั้งกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งในส่วนของพยานหลักฐาน ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วสว.ตั้งแต่หัวแถวยันหางแถวมีประมาณ 20,000 คน มีตั้งแต่ระดับตัวเล็กตัวน้อยไปจนถึงระดับแม่ทัพนายกองไปจนถึงทหารเลว และพวกหางแถว เพราะในการสมัครสว.ปี 2567 มีผู้สมัครสว.ทั่วประเทศรวม 46,000 คน ซึ่งเคยมีการนำระบบAIมาจับและคำนวณจากบัตรเลือกตั้งจากกระบวนการทั้งหมด สามารถระบุได้ว่ามีคนร่วมขบวนการในชุดนี้อยู่ประมาณ 22,000 คน ซึ่งในกลุ่ม 22,000 คน หากไปไล่ดู จะมีทั้งพวกระดับส่วนหัว ที่เป็นหัวขบวน และพวกที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่มีประมาณ 229 คน
พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า ในจำนวน 229 คน สามารถจำแนกความผิดกลุ่มผู้ทำผิดในคดีฮั้วสว.ออกมาได้ทั้งหมด 7 ความผิดด้วยกัน เป็น 7 ข้อกล่าวหา
“ยกตัวอย่าง ข้อหาแรกคือ ข้อหาเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือนักการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามช่วยเหลือผู้สมัครในการเลือกสว.ซึ่งกลุ่มนี้ ข่าวว่ามีอยู่ประมาณหลัก ๆ ก็ 22 คน ก็คือพวกแก๊งลูกเทพทั้งหลาย รวมถึงพวกกรรมการบริหารพรรคก็อยู่ในกลุ่มนี้”พล.ต.ท.คำรบระบุ
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อหาที่สอง คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคือ กลุ่มผู้สมัครสว.ที่เข้าร่วมสมัครเป็นสว.เมื่อปี 2567 ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ารับการช่วยเหลือจากพวกนักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง ที่ก็คือ มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อเอาผิดทั้งคนที่ช่วยและคนที่ได้รับการช่วยเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสว.
ส่วนข้อกล่าวหาที่3 เป็นพวกสว.ที่ได้เป็นสว.ปัจจุบันรวมถึงผู้สมัครบางส่วนแต่ไม่ได้รับเลือกเป็นสว.โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีการแนะนำตัวตอนเลือกสว.ที่ไม่เป็นไปตามที่กกต.กำหนด แต่ข้อหาดังกล่าวนี้โทษจะไม่หนัก จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ซึ่งคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวคือพวกที่ไปรวมตัว ไปสุมหัวกันตามสถานที่ต่างๆเช่นโรงแรม มีการเขียนชื่อในโพยให้มีการลงคะแนนให้ โดยอ้างว่าแนะนำตัว แต่กกต.ไม่ได้ให้แนะนำตัวในลักษณะดังกล่าว จึงถือว่ากระทำการไม่เป็นไปตามระเบียบที่กกต.กำหนด กลุ่มสว.138-140 คนที่มีเลขของตัวเองปรากฏในโพยเลือกสว. แล้วอ้างว่าเป็นการแนะนำตัว จึงเป็นการแนะนำตัวไม่เป็นไปตามที่กกต.กำหนด ก็มีโทษจำคุกหนึ่งปี
แกนนำกลุ่มสว.สำรองกล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อหาที่ 4 ก็คือพวกกลุ่มที่มีหลักฐานเส้นทางเงินที่จับได้ว่ามีบางคนไปจ้างคนให้มาลงสมัครสว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ ที่่มีการจ้างกันเช่น 4,000-5,000 บาท มีการโอนเงินกันตั้งแต่ในระดับพื้นที่ หากหลักฐานไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นสว.ตอนนี้หรืออดีตผู้สมัครสว.ที่ไม่ได้รับเลือก จะโดนเอาผิดอีกส่วนหนึ่ง แต่กี่คนอันนี้ยังไม่ทราบ แต่น่าจะไม่ต่ำกว่า 20-30 คนขณะที่ข้อกล่าวหาต่อไปคือ เรื่องมีการจัดเลี้ยง โดยเฉพาะตอนช่วงก่อนวันเลือกสว.ระดับประเทศ ที่มีพยานให้ข้อมูลว่ามีคนพาไปเลี้ยงอาหาร พาไปล่องเรือ พาไปพักที่รีสอร์ท มีการพาไปพักที่โรงแรมต่างๆ เช่น โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ฯ (พระนครศรีอยุธยา) หรือโรงแรมแถวปทุมธานี มีคนจ่ายค่าห้องพักที่โรงแรมให้ ก็มีการตรวจสอบว่าใครเป็นคนจ่ายเงิน คนที่ดำเนินการจะโดนข้อหาการจัดเลี้ยงหรือเลี้ยงอาหาร หลักฐานไปถึงใครเขาก็เล่นงานคนนั้น นอกจากนี้ก็มีข้อหาพวกโหวเตอร์ที่ไปรับจ้างเขาสมัครสว. รวมถึงพวกที่ไปรับจ้างลงคะแนนเสียงให้ตอนเลือกสว.ระดับประเทศ ที่บางคนขายตัวไปเอาเงิน 200,000 บาท โดยมีการจ่ายให้ก่อน 20,000 บาท แล้วบอกเลือกเสร็จจะจ่ายที่เหลือให้ แต่ปรากฏว่าถูกเบี้ยว ถูกชักดาบ จนออกมาโวยวายแล้วไปเป็นพยานในคดีฮั้วสว.ก็มีเยอะ
“ทั้งหมดที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้วสว.ที่มีด้วยกัน 7 ข้อกล่าวหา ก็มีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ200 กว่าคนแต่ว่าพยานหลักฐานจะไปถึงใครบ้าง ก็ต้องดูว่าจะถึงทั้งหมดหรือไม่ เพราะว่าบางคนอาจจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาต่อด้วย ซึ่งในการดำเนินคดีอาญา จะต้องอาศัยความชัดเจนของพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กกต.ต้องวินิจฉัย ซึ่งเชื่อว่าพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์ยังไงก็แก้ไขไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นเงิน หลักฐานการใช้โทรศัพท์ อันนี้เป็นเรื่องของคดีอาญา ก็จะไปดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญาหรือส่งให้อัยการเป็นผู้พิจารณา”
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อไปว่า แต่สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นสว.ในปัจจุบันที่มีประมาณ 138 คน บางคนอาจจะโดนคดีอาญา แต่บางคนก็อาจจะไม่โดน แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดก็จะมาอยู่ในข่ายที่ว่าเป็นผู้ที่ได้เป็นสว.โดยทุจริต เพราะกระบวนการทั้งหมดจากสำนวนการเลือกสว.ที่มาจากหลายจังหวัดมันเหมือนกับการแบ่งงานกันทำ คนละขั้นคนละตอน ตั้งแต่การเลือกระดับจังหวัดโดยนำแต่ละจังหวัดมาบวกกัน จนสุดท้าย ได้รายชื่อเข้ารอบสุดท้ายในการเลือกสว.ระดับประเทศประมาณ 1157 คน แล้วก็เอามาจัดสูตรให้เลือกกันไปมาจากรอบแรก1157 คน จนเหลือ 433 คน จนสุดท้ายเหลือ 138 คน ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่มีการเลือกแบบสนับสนุนซึ่งกันและกันในลักษณะไขว้กันไปมา
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ผลพวงของการที่ได้สว.138 คนจึงเป็นผลพวงที่ถือเป็นผลผลิตของการทุจริตที่พวกเขาดำเนินการมาทั้งหมด กลุ่มคน 138 คนที่ได้เป็นสว.จึงถือว่าได้เป็น สว.โดยไม่สุจริตก็คือทุจริต จึงต้องถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกสว. หรือให้เข้าใจง่าย ๆก็คือ ต้องโดนใบแดง ที่กกต.จะต้องสำนวนคำร้องไปที่ศาลฎีกาฯ ซึ่งหลักการก็จะเหมือนกับการพบการทุจริตสอบรับราชการท้องถิ่น ที่มีการตรวจสอบพบว่า มีผู้สมัครหรือมีผู้ที่อ้างว่าสอบได้ 5,914 คน ซึ่งได้มีการตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยแม้กลุ่มบุคคล 5914 คนดังกล่าว จะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ แต่ก็มีการบอกแล้วว่า จะมีการเพิกถอนการบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพราะเมื่อตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ก็คือมีขบวนการทุจริตการสอบต้องเพิกถอน เรื่องนี้ก็เป็นหลักการเดียวกันกับกรณีของสว. 138 คน บางคนอาจจะบอกไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ตอนเลือกสว.เบอร์ของเขาไปปรากฏในโพยเลือกสว. แล้วผลออกมา คะแนนก็ไปเกาะกลุ่มอยู่กับพวกนั้นทั้งหมด เพราะฉะนั้น ก็ต้องถูกส่งคำร้องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกก็คือให้ใบแดง ผลพวงของการเลือกทั้งหมดต้องถูกเพิกถอน สว.ทั้ง 138 คนก็ต้องถูกเพิกถอน หากกกต.ไม่ยื่นคำร้องไปที่ศาลฎีกาฯ ก็ถือว่ากกต.ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ต้องหาทางเล่นงานกกต.ต่อไป
เมื่อถามว่าหากกกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาฯ หากศาลฎีการับคำร้องแล้ว จะมีการสั่งให้ สว.ที่มีชื่อถูกส่งไปที่ศาลฎีกาฯทั้งหมดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดหรือไม่ ทั้งสว.รวมถึงนักการเมืองที่มีชื่อเช่นพวกรัฐมนตรีด้วย พล.ต.ท.คำรบ ตอบว่า ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ฯ มาตรา 62 ระบุไว้เฉพาะพวกสว. ไม่ได้พูดถึงบุคคลอื่น กฎหมายเขียนไว้ว่า บุคคลที่เป็นสว. หากมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกที่ก็คือการให้ใบแดง หากบุคคลที่ถูกยื่นคำร้องแล้วศาลฎีการับคำร้อง ให้สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าศาลจะวินิจฉัยออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ใบแดงเสมอไปเพราะหากสว.ที่ถูกยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา สามารถไปหาพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาต่อศาลฎีกาได้ แล้วศาลเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่จริง ก็อาจไม่ให้ใบแดงก็ได้ แต่หากศาลพิจารณาแล้วข้อกล่าวหาเป็นจริงอย่างที่กกต.ยื่นคำร้องมา ก็เท่ากับ คุณหมดสิทธิ์เป็นสว.ตั้งแต่วันที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่
เชื่อว่าจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวน ที่มีพยานบุคคลตั้ง 700 กว่าปาก โดยพยานหลักฐานเท่าที่ผมมีโอกาสได้ทำการร่วมสืบสวนกับกกต. และดีเอสไอก่อนหน้านี้ ผมเชื่อว่าพยานหลักฐานในคดีนี้มีมากมาย มีมากกว่าที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน นำมาเปิดเผยที่รัฐสภา อย่างที่จัดเสวนานัดแรกที่มีพยานบุคคลสี่คนมาพูดบนเวที บางคนฟังแล้วร้องโอ้โห แต่จริง ๆ ที่ไปพูดกันที่รัฐสภาผมว่าแค่ 1 ใน 100 ยังมีพยานมากกว่านั้นอีกเยอะ รวมถึงพยานหลักฐานที่เป็นเส้นเงิน มีพยานหลักฐานอย่างเช่นเท่าที่ทราบ ทางดีเอสไอมีการนำเบอร์โทรศัพท์ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปตรวจสอบ จำนวนถึง 12,000 เลขหมาย เพื่อตรวจสอบว่าใครโทรหาใคร ใครติดต่อเชื่อมโยงกับใคร ใครอยู่ที่ไหนในช่วงการเลือกสว. มีรายละเอียดเยอะ
ใครที่ปฏิเสธว่าไม่ได้ไป ไม่อยู่ตรงนั้น ผมว่าเสร็จหมดเพราะมันเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เช็กได้ว่าช่วงก่อนเลือกสว.ระดับประเทศเช่นตั้งแต่วันที่ 23-25 มิถุนายน 2567 บางคนพบว่าไม่ขยับไปไหน อยู่ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ฯ ตลอด ยกเว้นจะอ้างว่าไม่ได้ไปที่โรงแรม เอาโทรศัพท์มาแล้วทำหาย ก็จะถูกถามว่าแล้วช่วงนั้นอยู่ที่ไหน ก็ต้องแก้ตัวมา หรือหากจะเอาแบบง่ายๆ กกต.ก็เอาหีบบัตรลงคะแนนเลือกสว.มาเปิดเลยก็จบ ไม่ต้องเอาพยานหลักฐานที่อื่น แต่กกต.ก็อิดออดไม่เอาหีบบัตรมาเปิด
แกนนำกลุ่มสว.สำรองกล่าวว่า ทราบว่าคณะอนุกรรมการของกกต.ชุดที่ 26 ใช้วิธี ไปหาภาพจากกล้องวีดีโอที่มีการบันทึกไว้ตอนเลือกสว.ระดับประเทศ ที่ก่อนหน้านี้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติเคยเปิดเผยว่ามีภาพทั้งหมดหลายล้านภาพ มีการใช้AI ไปจับภาพแล้ววิเคราะห์ออกมาก็เหมือนกับการเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะมันสามารถที่จะบอกว่าบัตรนี้เลือกเบอร์ใด เพราะภาพถ่ายมันก็ถ่ายไว้หมด ก็แคปเจอร์ออกมาเป็นรูป ๆ ได้หลายล้านรูป เพราะฉะนั้นพยานหลักฐานมันแน่นมาก ผมก็เคยทำงานตำรวจมา ผมเห็นว่า พยานหลักฐานเรื่องนี้แน่นหนาที่สุด หากจะมีการลุยไฟเรื่องนี้กัน ผมว่าก็อาจจะเจอฟ้าผ่า

เมื่อถามว่า ก่อนที่จะถึงช่วงกกต.ลงมติชี้ขาดคดีฮั้วสว.เกรงหรือไม่อาจจะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง เพื่อทำหนักให้เป็นเบา ให้เอาผิดเฉพาะบางคน แต่พวกระดับแกนนำ ให้ปล่อยไป พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า คิดว่ามีอยู่แล้ว แล้วก็มีมาโดยตลอดอย่างที่เรารู้ เขาก็เริ่มแทรกแซงชัดเจนมาตั้งแต่ในกระบวนการเลือกกกต. โดยเฉพาะปัจจุบัน กกต.7 คน ก็มีกกต.อยู่ 4 คนที่ได้รับการโหวตเห็นชอบโดยสว.ปัจจุบัน ในกกต.4 คนนี้ เขาก็คงจะสามารถดีลได้เป็นกรณีพิเศษ พูดตรงๆนะ เราก็ไม่ได้ว่า ส่วนที่ถามว่าพวกระดับเฮดๆของกลุ่ม อาจจะต้องการที่จะปกป้องไว้หรือไม่ ผมคิดว่าแน่นอนก็คงต้องพยายามปกป้อง แต่ในส่วนของกลุ่มผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 229 คน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นสว.138 คน อีกส่วนหนึ่งที่เป็นนักการเมือง และแก๊งลูกเทพ แล้วก็พวกกลุ่มนักการเมือง รวม 91 คน ซึ่งใน 91 คน หากเขากระทำผิดในกฎหมายเลือกสว.จริง แต่เขาจะต้องมีคดีมีข้อกล่าวหาคดีอาญาพ่วงด้วย เพราะฉะนั้นหากมีข้อกล่าวหาคดีอาญาพ่วงด้วย จะต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เห็นว่าแน่นหนาจริง ๆ ถึงจะเอาไปดำเนินการต่อได้ ซึ่งพยานหลักฐานที่มีอยู่ ผมเห็นว่าแน่นหนา
“แต่การจะมีคดีอาญาด้วย มันก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เพราะว่ามันจะต้องเป็นพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างปราศจากข้อสงสัย ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิด จึงจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ ตรงนี้อาจจะเป็นช่องว่างเล็ก ๆ อันหนึ่งที่เขามองเห็นว่าอาจจะเป็นรูที่พยายามจะไปหาทางออกให้กับบางกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตามเราคาดหวังว่า ในสว. 138 คน ที่บางคนถ้าจะต้องมีเรื่องของการถูกดำเนินคดีอาญาด้วยแล้ว ก็คงต้องเป็นไปตามหลักการเดียวกัน ก็คือต้องหาพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจนที่จะไปมัดเขา
ซึ่งเรื่องของคำว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต แล้วก็จะต้องมีการส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนหรือให้ใบแดง ตามมาตรา 62 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ฯ ผมว่ากกต.คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้ กกต.คงต้องส่งศาลฎีกาอย่างเดียว เพราะมาตราดังกล่าว ไม่ได้ให้กกต.ใช้ดุลพินิจหรือวินิจฉัย แต่เขียนไว้ว่า เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือใครทุจริตในการเลือกสว. ทาง กกต.มีหน้าที่ต้อง ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกสว.กฎหมายเขียนไว้แบบนี้
หากกกต.ไม่ส่งเท่ากับกกต.ละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ในพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 32 ก็ยังเขียนไว้ด้วยว่า หากกกต.หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกกต.หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบคำสั่งที่ กกต.ได้กำหนดไว้ ก็ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี”พล.ต.ท.คำรบกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ฟริเกต”เขย่าความเชื่อมั่นทัพน้ำ โจทย์หิน“ผบ.ทร.”คนใหม่
ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.นี้ จะครบ 7 วันทำการ ที่กองทัพเรือ (ทร.) กำหนดให้บริษัทเอกชนต่อเรือฟริเกตตามงบประมาณ 2569 ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกอุทธรณ์เข้ามา และในวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะเปิดแถลงถึงเหตุผลในการเลือกบริษัท “ฮันวา โอเชียน”
กกต.ฮึ่ม!ถึงคิว‘ส้ม’ 3สำนวนพันฮั้วสว./ฝ่ายค้านรุมถล่มภท.
ดาบสองคดีฮั้ว สว.! "กกต.” เดินหน้าอีก 3 สำนวน จ่อฟันกลุ่มส้ม-ก้าวหน้า-ไอลอว์
กกต. แจงมติ 4:3 ไม่รับเส้นเงินดีเอสไอ โยน 'อนุฯ ชุด 36' ประชุม 11 ครั้ง ไม่มีกรรมการร้องขอสำนวนคดีพิเศษ
กกต. ชี้แจงกรณีกระแสข่าวระบุว่า กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงิน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อใช้การพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือกสว.ว่า
'แสวง' แจงสภา พร้อมสอบเพิ่มหากพบข้อมูลใหม่ 'ภูมิใจไทย' ซัด กกต. สะเพร่า เอกสารหลุดทำพรรคเสียหาย
“แสวง” แจงปมเลือก สว. ยัน กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เก็บเอกสารไว้หมด ชี้ระเบียบแนะนำตัวถูกยกเลิก ผู้สมัครนั่งรถ-นอนโรงแรมเดียวกันไม่ผิดกฎหมาย ด้าน ‘กรวีร์’ จี้สอบเอกสารหลุด ซัดทำงานสะเพร่า ขณะที่ ‘พริษฐ์’ ถามต่อคลิปโรงแรมบีทู กกต.แจง หากข้อมูลใหม่ไม่อยู่ในสำนวน ตั้งสอบได้
'อภิสิทธิ์' ชำแหละ กกต. ปมฮั้ว สว.-กลับคำพยาน เตือนเสี่ยงล้มล้างการปกครอง
"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามประชาชนเชื่อเลือกตั้งสส.-สว. สุจริตหรือไม่ กังขาปมกลับคำให้การของพยาน-ตัดตอนเส้นเงิน เตือนมติเสียงข้างมากเสี่ยงล้มล้างการปกครอง
ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งเรื่องคำฟ้อง สว.สำรอง ค้านมติ กกต.
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งใดๆในเรื่องของคำฟ้อง แต่เป็นการรับเรื่องทางธุรการเพื่อให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น

