ดร.ณัฏฐ์ ชี้ประชามติรอบแรก แค่หยั่งเสียง ไม่ฉีกรธน. ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “ประชามติ”รอบปฐมฤกษ์ เป็นการหยั่งเสียงประชาชนในฉันทามติร่วมกันในกติกาสูงสุด ไม่ใช่เป็นการ “ฉีกทำลายล้างรัฐธรรมนูญ”และ“ไม่ตีเช็คเปล่า”

20 มกราคม 2569 - สืบเนื่องจากการดีเบตระหว่างพรรคการเมืองหลายพรรคของสำนักข่าวต่างๆ ในประเด็นจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้เกิดร้อนแรงข้อถกเถียงในวงกว้างว่า เปิดช่องให้ แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ เป็นการฉีกทำลายล้างรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายเป็นการตีเช็คเปล่าหรือไม่ นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฎฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า รัฐธรรมนูญถือเป็นกติกาสูงสุด เป็นกฎหมายสูงสุด เป้าหมายคณะราษฎรให้อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย ในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475

รัฐธรรมนูญกับการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนในการออกเสียงประชามติ ปรากฎขึ้นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเป็นประชาธิปไตยแบบตรง ก่อให้รูปแบบสัมพันธ์ระหว่างรัฐธรรมนูญกับประชาชนเจ้าของอำนาจ เพื่อสถาปนาระบบนิติรัฐเพื่อนำไปใช้ในการปกครองประเทศ

การออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดความเห็นต่างว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ทำให้ต่างยกข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

แต่ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่มีบทบัญญัติใดระบุให้แก่ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ที่จัดทำประชามตินำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยเพิ่มหมวด 15/1 ในการออกแบบพิมพ์เขียวและผู้ร่าง โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยที่ 18/2568 ระบุชัด รัฐสภาจะจัดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ แปลภาษาชาวบ้าน จัดให้มี สสร.มาจากการเลือกของประชาชนไม่ได้

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ระบุชัดว่า ให้จัดทำประชามติ 3 ครั้ง เป็นระบบตรวจสอบถ่วงดุลของภาคประชาชน ทั้งยังมีระบบตรวจสอบของพระมหากษัตริย์ก่อนที่จะลงนามในพระปรมาภิไธย อีกขั้นตอนหนึ่งด้วย  

ปัญหาข้อถกเถียงว่า กกต.จัดออกเสียงประชามติ ครั้งที่หนึ่ง สอบถามประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยไม่มีเนื้อหา ข้อสาระสำคัญว่าจะแก้รัฐธรรมนูญในส่วนใด หากพูดภาษาชาวบ้าน คือ ยังไม่มีเนื้อหาว่าจะแก้ไขในประเด็นใด ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ ตรงนี้ เป็นการเข้าใจผิด เหตุเพราะการจัดทำประชามติให้ประชาชนออกเสียงประชามติในรอบปฐมฤกษ์ เป็นการสอบถามว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ยังไม่จำเป็นต้องแสดงเนื้อหา มิใช่เป็นการฉีกทำลายล้างรัฐธรรมนูญและไม่เป็นการ “ตีเช็คเปล่า”

เหตุผล ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ระบุชัดว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีบทบัญญัติให้ระบุให้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ หากจะแก้ไข จะต้องจัดทำประชามติเพื่อให้ประชาชนมีฉันทามติร่วมกัน ประกอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ให้จัดทำประชามติถึง 3 ครั้ง

หากพูดภาษาชาวบ้าน  คือ การจัดทำประชามติรอบแรก เป็นการหยั่งเสียงประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องมีร่างพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญ

อธิบายความว่า การหยั่งเสียงรอบแรก ไม่เป็นการฉีกทำลายรัฐธรรมนูญ เป็นฉันทามติอันเป็นสารตั้งต้นก่อนนำไปสู่การร่างพิมพ์เขียวอีกครั้ง โดยมีระบบยับยั้ง ผ่านการจัดทำประชามติถึงอีก 2 รอบ จึงไม่เป็นการตีเช็คเปล่าให้กรอกตามอำเภอใจ

ส่วนกรณีมีบางพรรคการเมืองระบุว่า เหตุใดไม่ตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่ตั้งคำถามว่า เห็นชอบหรือไม่ ตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไป นั้น  หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ เป็นบทบังคับในมาตรา 256(8) หากแก้ไขจะต้องจัดทำประชามติก่อน แต่ข้อถกเถียงในหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ว่า การจัดทำประชามติรอบแรก ทำให้เกิดสารตั้งต้นแก้ในหมวดนี้นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หมวด 1 บททั่วไป หมาดที่ 2 พระมหากษัตริย์ แม้จะไม่ระบุให้เขียนยกเว้นแก้หมวดพระมหากษัตริย์ แต่หากอ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พระราชอำนาจที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ปรากฏในรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา เช่น พระราชอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ในการตราพระราชกำหนด พระราชอำนาจในการจัดทำสนธิสัญญา หรือพระราชอำนาจในการยุบสภา มิได้บัญญัติอยู่ในหมวด 2 พระมหากษัตริย์  

หลักในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมี 2 เรื่อง ในรัฐธรรมนูญมาตรา 255 การเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ กระทำไม่ได้เด็ดขาด ถือเป็นบทห้ามเด็ดขาด

ข้อยกเว้นที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่มีเงื่อนไขต้องจัดทำฉันทามติร่วมกัน ได้แก่ (1)หมวด 1 บททั่วไป (2)หมวด 2 พระกษัตริย์ (3)หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ(4)คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆตามรัฐธรรมนูญ (5)หน้าที่หรืออำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระ (6) เรื่องที่ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่หรืออำนาจได้ ต้องจัดทำให้ประชาชนออกเสียงประชามติก่อนถึงจะแก้ไขได้

ตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในการจัดทำประชามติ ครั้งที่ 2 ในเรื่องวิธีการ เนื้อหา สาระสำคัญว่าจะแก้ไขในประเด็นใด อย่างไร  มิใช่เป็นตีเช็คเปล่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อไทยหนาว! 'กกต.' สอบคลิป 'จาตุรนต์' พาทีมหมอนทองชูป้ายแก้ไขรธน. เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่

‘กกต.’ แจงยังไม่ได้รับรายงานปม ‘จาตุรนต์’ นำทีมหมอนทองรณรงค์ เห็นชอบแก้รธน. ต้องขอตรวจสอบเข้าข่ายกม.หรือไม่ ด้าน“ศรีสุวรรณ“ ยันผิดกฎหมายชัด โดยเฉพาะพรบ.คุ้มครองเด็ก ห้ามแสวงหาประโยชน์จากเด็กโดยมิชอบ

'สาทิตย์' จี้ 'ปชน.' อย่าใช้ ม.255 กั๊กปมแก้หมวด 1-2 ลั่นก่อน 8 ก.พ. ชาวบ้านต้องได้คำตอบชัด

สาทิตย์ ชี้หัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่ได้ยกมือ เมื่อถูกถามว่า พรรคไหนไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และยังมีการอ้างว่า รัฐธรรมนูญ มีมาตรา 255 ล๊อคไว้แล้ว ถือเป็นการพูดกำกวม