ดร.ณัฏฐ์ โต้ ‘วาโย’ ปมคำว่าลับ ชี้ กกต.ไม่จบ ที่จบคือ 44 อดีต สส.

“ดร.ณัฏฐ์ชี้ ปม “วาโย” ตีความคำว่าลับ เป็นเบสิคพื้นฐาน ไม่ใช่เรื่องใหม่  ฟันธง “กกต. ไม่จบ” แต่ที่จบและถูกตัดสิทธิตลอดชีพ กรณี ปปช.ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล

1 มีนาคม 2569 - สืบเนื่องจาก นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลั่น “มันจบแล้วครับ กกต.” ยกอ้างอิงความมุ่งหมายและคำอธิบายรายมาตราของ รธน.2560 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาข่ม กกต.นั้น  

ล่าสุด ”ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ความมุ่งหมายและคำอธิบายรายมาตราของ รธน.2560 ประชาชนทั่วไป สามารถตรวจสอบเจตนารมณ์ในการบัญญัติแต่ละรายมาตราได้ก่อนหน้านี้ได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่”

เพราะหากอ่านรัฐธรรมนูญแล้วไม่เข้าใจในเจตรมณ์แท้จริง ต้องย้อนกลับไปอ่านความมุ่งหมายและคำอธิบายในการร่าง และต้องไปอ่านคำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญที่ได้เคยวินิจฉัยวางหลักไว้ก่อนหน้านี้ เพราะคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ มีผลเสร็จเด็ดขาดและผู้พันทุกองค์กร

กรณีนายวาโย อัศวรุ่งเรือง พรรคประชาชน ไปยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยคดีศาลยังไม่ประทับรับฟ้อง โดยคดีอยู่ในชั้นตรวจคำฟ้องเท่านั้น ยังไม่แน่ว่า ศาลจะรับคำฟ้องในชั้นตรวจฟ้องหรือไม่ และยังมีกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องอีก ตาม พรบ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 ประกอบมาตรา 16(1)

ที่นายวาโย คู่ขัดแย้งและคู่ความไม่ว่าในนามส่วนตัวหรือพรรคประชาชน ไปให้ความเห็นว่า กกต.จบแล้ว โดยโชว์เหนือ ยกคำอธิบาย รัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนว่า ความมุ่งหมายและคำอธิบายรัฐธรรมนูญเป็นเพียงเบสิคพื้นฐานที่ประชาชนทั่วไปรู้อยู่แล้ว ทั้งคำว่า ออกเสียงโดยตรงและลับ เกิดขึ้นครั้งแรก พรบ.เลือกตั้ง สส.พ.ศ.2475 และถูกนำมาบัญญัติในรัฐธรรมมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุธศักราช 2490 มาตรา 37 วรรคสาม ที่ว่า “การเลือกตั้ง สส.ให้ใช้วิธีเลือกตั้งออกเสียงโดยตรงและลับ” และสืบเนื่องมากถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องใหม่

และพี่น้องประชาชนทั่วไปแม้ไม่ใช่นักกฎหมาย ย่อมทราบดีอยู่แล้ว ไม่จำต้องมาปั่นกระแสว่าเป็นเรื่องใหม่ แล้วมาเย้อหยัน กกต.ว่าจบแล้ว คนที่เป็นนักกฎหมายเขาไม่ทำกัน แต่เข้าใจได้ว่า “เป็นมือใหม่ หัดขับ” โดยเฉพาะเป็นทนายโจทก์ฟ้องคดีและคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ยังไม่แน่นอนว่า ศาลจะรับคำฟ้องหรือไม่  โดยสถิติศาลอาญาคดีทุจริตฯ ราษฎรเป็นโจทก์ ฟ้อง กกต.องค์กรอิสระที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่จะยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง เป็นส่วนใหญ่

คำว่า “บุคคลอื่น”ตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนี่ง หมายถึง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นบุคคลอื่น มิใช่หมายความรวมถึง เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็น กกต.ด้วย เพราะ กกต.มีหน้าที่ในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้ง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนี่ง (1) และ (2) การที่นายวาโย ไปตีความว่า บุคคลอื่น หมายความรวมถึง กกต” ด้วย. ไม่น่าจะใช่ เพราะ กกต.ใช้อำนาจ ตามรัฐธรรมนูญ พรป.กกต. พรป.สส.และระเบียบ กกต.ว่าด้วย สส.พ.ศ.2566 ในการจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเทียงธรรม การถ่ายบาร์โค้ดเพื่อถอดรหัสลับ เพื่อปั่นกระแสว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ กกต.ดำเนินคดีใช่หรือไม่ อย่าไปเหมารวมว่า เป็นตัวแทนประชาชน เพราะไม่ได้เกิดจากฉันทามติของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ต่างจากคำว่า “รัฐบาลประชาชน”  

ต้องเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า คำว่า “ลับ” มี 2 ช่วง ช่วงแรก พิจารณา ขณะที่ผู้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนหรือกากบาทในบัตรเลือกตั้ง บุคคลอื่นไม่สามารถมองเห็นได้ เทียบเคียงกับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2549 หรือ 3/2561 ช่วงที่สอง พิจารณาจาก ภายหลังขานคะแนนเสร็จ กกต.จะจัดเก็บ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วและบัญชีรายชื่อ ทั้ง 3 อย่าง แยกเก็บจากกัน ไว้เป็นความลับในสถานที่ปลอดภัย โดยใช้กระบวนการกฎหมายควบคุม ไม่สามารถตรวจสอบได้ เว้นแต่มีคำสั่งศาล หรือมติ กกต.สั่งให้ตรวจสอบนับคะแนนใหม่

การใช้เทคนิคทางเทคโนโลยีทาง AI โดยใช้กล้องวีดีโอถ่ายรูปหน้าของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและถ่ายซูมบาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ โดยใช้เทคนิคให้ผู้ใช้สิทธิคนแรก จำรหัส 3 ตัวท้าย เพื่อนำมาถอดรหัส วิธีการนี้ ผิดกฎหมาย และไม่สามารตรวจสอบได้ เพราะ “ไม่มีต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ทำให้ยากแก่การตรวจสอบย้อนหลังว่า ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจะเลิอกผู้สมัครรายใด และพรรคการเมืองใด

ขณะตนไปทำวิจัยดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ฝังตัวและลงพื้นที่ดูกระบวนการเลือกตั้งในต่างประเทศ อาทิ อังกฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม และเยอรมัน บัตรเลือกตั้งก็มีบาร์โค้ด ไม่มีการเลือกตั้งประเทศใดไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม ไม่เห็นว่า การเลือกตั้ง เป็นโมฆะ

การเลือกตั้ง จึงเป็นความลับ ตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง พี่น้องประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ กลุ่มปลุกปั่นกระแสรายวัน ทำให้สังคมปั่นป่วน สับสน

ส่วนที่ ปปช.มีมติให้ชี้มูล 44 สส.พรรคก้าวไกลโดยมีว่าที่ สส.พรรคประชาชน จำนวน 10 คน และต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาภายใน 1 เดือนนับ ปปช.ชี้มูล ชี้มูล 9 กุมภาพันธ์ และจะครบ วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ ปปช.จะต้องนำคดีไปฟ้องต่อศาลฎีกา

เมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว “แม้ สส.เขตเลือกตั้งของ พรรคประชาชน จะยังไม่รายงานตัวต่อสภา” แต่มีสถานะทางกฎหมาย ถือว่า “เป็น สส.แล้ว” เพียงแต่ยังไม่รายงานตัวและปฏิญาณตนต่อรัฐสภา เท่านั้น  

นายวาโย อัศวรุ่งเรื่อง เป็นหนึ่งที่ถูก ปปช.ชี้มูลความผิดและจะต้องยื่นฟ้องต่อศาล ต้องดูว่า ก่อนฟ้อง กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งใน สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ เพราะหากรับรองก่อนเมื่อศาลฎีการับฟ้องแล้ว ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากยังไม่รับรอง ปปช.จะต้องยื่นคำร้องภายหลังฟ้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

กรณีนายวาโย อ้างว่า จะยื่นคัดค้านต่อศาลเพื่อมิให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ถามว่า จะคัดค้านเพราะเหตุอะไร ที่ผ่านมา เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้อง หากมีสถานะเป็น สส.จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทุกราย โอกาสจะได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่หรือไม่หรือจะร่วง ต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความก่อน

เหตุที่เป็นเช่นนี้ คดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม พรป.ปปช.มาตรา 87 ให้นำมาตรา 81 มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้องแล้วสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่มีข้อยกเว้นศาลจะมีคำสั่งไว้เป็นอย่างอื่น ตรงนี้ เป็นดุลพินิจของศาลฎีกา ตนไม่อาจก้าวล่วงได้ แต่สถิติที่ผ่านมา ศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทุกราย

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ปปช.ฟ้องคดีกับจำเลยที่เป็น สส.พรรคประชาชน หรืออดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลลับหลังได้ โดยไม่จำต้องมีตัวมาศาลก็ได้ เมื่อศาลฎีกาประทับฟ้องแล้ว ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า  “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.

ส้มบี้รัฐอย่านิ่งเฉย ไฟไหม้บ่อขยะลามหลุมฝังกลบของเสียอันตราย

“สส.พูนศักดิ์”  จี้รัฐ ไฟไหม้บ่อขยะชุมชน ลามมาถึงหลุมฝังกลบขยะอุตสาหกรรมอันตราย ต้องเร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ-มีสภาวิศวกร และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้แล้ว จี้ 4 คำถามใหญ่

‘รอมฎอน’ กางข้อกฎหมายเผยย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้ แต่มีปรับ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า มาถึงตอนนี้ นายกรัฐมนตรีน่าจะตัดสินใจยังไม่ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากตำแหน่ง

กองทัพบก ตอกกลับ 'สส.ปชน.' ให้ข้อมูลเท็จ หลังวิจารณ์ ผบ.ทบ. ไม่ให้ความสำคัญแก้ไฟใต้

จากกรณี นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า ไม่ปรากฏชื่อ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.