'ธนกร' จวก 'เพื่อไทย' ทบทวนใหม่ 'ยิ่งกว่าพลัส 70:30' ชี้ ต้องใช้งบสูงมาก แต่ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจไทย เหน็บแผลเก่าดิจิทัลวอลเล็ตคนเขายังคาใจอยู่ โวนโยบาย 'ภูมิใจไทย' พูดแล้วทำ ทำได้จริง เห็นผลจริง
21 ม.ค.2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายยิ่งกว่าพลัส 70:30 ของพรรคเพื่อไทยว่า การที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าจะช่วยลดภาระประชาชน และยังช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจนั้น แต่ยังคงมีคำถามสำคัญว่า นโยบายนี้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูงมาก นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวอาจจะยังไม่ใช่มาตรการเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยได้แบบตรงจุด แต่เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น เพราะตามหลักเศรษฐศาสตร์ การกระตุ้นที่ดีต้องใช้เงินรัฐเพื่อดึงเงินเอกชนออกมาใช้ แต่นโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้น เมื่อรัฐออกให้ถึง 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30% แรงจูงใจในการควักเงินเพิ่มของประชาชนจึงต่ำมาก ดังนั้น ผลที่เกิดขึ้นคือ คนจำนวนมากไม่ได้ใช้จ่ายเพิ่มจริง เพียงแค่เปลี่ยนเวลา หรือใช้สิทธิ์กับของที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว เงินหมุนจริงในระบบ แต่ต่ำกว่างบที่รัฐใส่ลงไป นี่คือ multiplier ต่ำ แต่ต้นทุนสูง
เมื่อถามว่าจะทำให้รัฐบาลยิ่งต้องใช้งบประมาณสูงมากขึ้นเกินไปหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เมื่อภาระงบประมาณสูง ก็จะไปเบียดบังงบที่จำเป็นกว่า สัดส่วนรัฐ 70 : ประชาชน 30 ทำให้ต้นทุนงบประมาณต่อหัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงที่รายได้รัฐยังไม่ฟื้นเต็มที่นั้น การทุ่มงบจำนวนมากกับมาตรการชั่วคราว จึงเท่ากับการเบียดบังงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ลดงบที่จะใช้เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน จำกัดความสามารถรัฐในการช่วยกลุ่มเปราะบางแบบตรงจุด ดังนั้น พรรคเพื่อไทยต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เงินภาษีจำนวนมากนี้ให้ผลคุ้มค่ากับเศรษฐกิจจริงหรือไม่ เพราะตนมองว่าไม่ตรงเป้าและไม่ยั่งยืน ที่สำคัญ โครงการนี้ยังอาจจะไปบิดเบือนพฤติกรรม โดยสร้างความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีได้ด้วยการแจก แทนที่จะสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ส่วนมองว่าคนละครึ่งพลัส แตกต่างจากยิ่งกว่าพลัส 70:30 อย่างไรนั้น นายธนกร กล่าวว่า การที่รัฐออกครึ่งหนึ่ง และประชาชนออกครึ่งหนึ่งนั้นจะใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ได้ผลมากกว่า เพราะจะเห็นได้ชัดว่า คนละครึ่งพลัสนั้นเงินของเอกชนไหลเข้าสู่ระบบได้มากกว่า ภาระงบประมาณสามารถควบคุมได้ และมีประสิทธิภาพมากกว่า ที่สำคัญคือ พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ และทำได้จริง เห็นผลจริง เพราะต่อยอดนโยบายดีๆ มาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ดังนั้น นโยบายยิ่งกว่าพลัส 70:30 ควรต้องทบทวนอย่างจริงจัง ก่อนที่สุดท้ายจะกลายเป็นเพียงนโยบายที่ใช้งบประมาณสูง แต่ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจไทย เพราะถ้าจะช่วยผู้มีรายได้น้อย ก็ควรช่วยให้ตรงเป้า แต่ถ้าต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องออกแบบให้ประชาชนอยากใช้เงินของตัวเองร่วมในโครงการ
“การเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายดิจิตอล wallet บอกว่าจะแจกผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทำขึ้นมาเอง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ แจกได้ไม่ครบ และเจ๊งไม่เป็นท่า เพราะคิดโครงการให้ซับซ้อน แถมยังคิดไม่ครบว่าจะเอาเงินจากไหน จำนวนเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่หัวใจสำคัญคือแหล่งงบประมาณ วินัยการคลัง และการออกแบบเพื่อไม่ให้รั่วไหล จนทำให้ประชาชนฝันค้าง ดังนั้น วันนี้พรรคเพื่อไทยต้องประกาศให้คนเชื่อให้ได้ก่อนว่าที่ประกาศไปนั้นจะทำได้ เพราะแผลเก่าดิจิทัลวอลเล็ตคนเขายังคาใจอยู่ อย่างไรก็ตาม การขายฝันให้ประชาชนเสี่ยงรอรัฐแจกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครแจกมากกว่ากัน แต่คือการดูว่าใครที่ใช้งบประมาณได้ฉลาดและได้ผลจริงกว่ากัน” นายธนกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน' วัดกำลังชิงถกญัตติใครก่อน!
ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ประลองกำลัง เลื่อนญัตติปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำพิจารณาก่อน ญัตติเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จนต้องพักประชุม 5 นาที สุดท้ายฝ่ายค้านยอม
'จุลพันธ์' ยันเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสนามการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯเหมือนครั้งที่แล้วก็ไม่ได้ส่ง โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคระดับชาติ ตอนนี้มุ่งนโยบายขับเคลื่อนในภาพใหญ่ ซึ่
หัวหน้าเพื่อไทย คาด 'ทักษิณ' ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหลังพ้นคุก 11 พ.ค.นี้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษและเตรียมได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 11 พ.ค.69 เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ที่จะนำนายทักษิณกลับมาเป็นวิทยากร หรือให้คำปรึกษาด้านการเมือง ว่า ไม่ได้มีประเด็นนี้ในการหารือ
ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน 4 รายชื่อ ภูมิใจไทย ขึ้นนั่ง สส.บัญชีรายชื่อ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไ
'ศุภมาส' ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทาง 'พงศกร อรรณนพพร' ขึ้นมาเป็นแทน
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผ่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) เพื่อขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
'ศุภมาส' เผยอยากรีบลาออก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้คนมีเวลาทำงานในสภาแทน
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จำเป็นจะต้องลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ ว่า เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในลักษณะของคนที่เป็นสส.บัญชีรายชื่อ

