"ชัยชนะ" รองหัวหน้า ปชป. ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับคดียาเสพติดของนายจักรกฤษณ์ เดชเดโช หรือ "ซัน ทุ่งจีน" ผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจจับกุมพร้อมยาไอซ์น้ำหนัก 2 กิโลกรัม และอาวุธปืน หลังมีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียพยายามเชื่อมโยงตนเองกับผู้ต้องหา และอ้างว่าตำรวจเตรียมเข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
21 มกราคม 2569 - ที่บ้านพักในอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายชัยชนะ เดชเดโช เปิดเผยต่อสื่อมวลชนโดยชี้แจงกรณีที่เพจดังเผยแพร่ข่าวว่า ตำรวจจะเข้าตรวจค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพัวพันกับคดียาเสพติด ว่า เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนและพรรคการเมือง
นายชัยชนะ ระบุว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้ต้องหามีนามสกุลเดียวกัน ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุโยงความเกี่ยวข้องได้ พร้อมยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับผู้ต้องหารายนี้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดในทุกรูปแบบ
“นามสกุลเดชเดโช มีผู้ใช้อยู่จำนวนมาก ไม่สามารถนำมาเหมารวมได้ ผมขอยืนยันด้วยเกียรติว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนี้ และหากมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงว่าผมเกี่ยวข้อง ขอให้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือยื่นต่อพนักงานสอบสวนได้ทันที ผมยินดีให้ตรวจสอบทุกประการ” นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ ยังชี้แจงถึงที่มาของนามสกุล “เดชเดโช” ว่า เดิมบิดาใช้นามสกุลแซ่ด่าน และมารดาใช้นามสกุลแซ่ลิ้ม ก่อนจะขอใช้นามสกุลเดชเดโชจาก พ.ต.อ.ยอง เดชเดโช เมื่อกว่า 50–60 ปีก่อน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ใช้นามสกุลเดียวกันจะมีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปล่อยข่าวโยงตนเข้ากับคดียาเสพติดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง เป็นการพยายามหวังผลทางการเมือง และตนขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเฉพาะตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ กับผู้ที่เผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนและพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเรียกร้องให้นักการเมืองทุกฝ่ายทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันกันด้วยนโยบาย มากกว่าการโจมตีใส่ร้ายกัน
“หากมีสิ่งใดที่ผมกระทำผิดกฎหมาย ผมยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ แต่การกล่าวหาลอย ๆ แบบนี้ ไม่เป็นธรรมกับผมและครอบครัว” นายชัยชนะ กล่าว พร้อมขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่ให้กำลังใจและนำเสนอข่าวอย่างเป็นธรรม
สำหรับคดีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 17.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้จับกุมนายจักรกฤษณ์ เดชเดโช หรือ “ซัน ทุ่งจีน” อายุ 30 ปี บริเวณซอยทุ่งจีน ถนนชลประทาน 4 ขวา ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 2 กิโลกรัม อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 8 นัด รถยนต์เก๋งยี่ห้อ MG 5 สีแดง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหารวม 4 ข้อหา ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนตามขั้นตอน โดยยืนยันว่า คดีดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองรายใดตามที่มีกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์แต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หม่อมกร' รับสนใจลงชิง 'ผู้ว่าฯกทม.' รอคุยผู้ใหญ่ในพรรค
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวมีชื่อเตรียมลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า โดยส่วนตัวยอมรับมีความสนใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จริง
ปิดล้อมหมู่บ้านชินลาภ ยึดไอซ์ 380 กิโล เร่งล่าตัวแก๊งค้ายา
นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก มอบหมายให้ นายวัฒนา สุราษฏร์มณี ปลัดอำเภอ นางสาวกนกกาญจน์ ทองรัก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลสมอแข ชรบ. หมู่ที่ 9 ตำบลสมอแข
ผงะ! คนไทยเกือบ 2 ล้านติดบ่วงยาเสพติด หนุนรัฐผนึกชุมชนแก้ติดซ้ำ
6 อำเภอ จ.ขอนแก่น ผนึกกำลังสกัดยาเสพติด หลังพบถูกใช้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ รุกป้อง-ปราบ-บำบัด-ติดตาม ตัดวงจรเสพซ้ำ ด้าน สสส.เปิดข้อมูลสุดอึ้ง คนไทย 1.9 ล้านคนติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายั่งยืน ปักหมุด 5 จังหวัดไปต่อภายในปี 70
'ปธ.โสภณ' ลงพื้นที่บุรีรัมย์ กำชับโรงพยาบาล บำบัดยาเสพติดเชิงรุก แยกผู้ป่วยเคสสีแดง
‘ปธ.โสภณ’ ลุย รพ. แยกผู้ป่วย เครสสีแดง คลุ้มคลั่งออกจากผู้ป่วยทั่วไปขับเคลื่อนนโยบายรวมพลังรักศรัทธา บำบัดยาเสพติดเชิงรุก เน้นเข้าถึงผู้เสพอย่างเข้าใจและเป็นระบบ
'กรณ์' บี้ 'เอกนิติ' สั่ง กลต. สอบคนไทยสมคบคิด 'สแกมเมอร์' ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์
"กรณ์" จี้ รมว.คลัง สั่ง กลต. สอบสวนคนไทยเอี่ยวเครือข่าย "เบน สมิธ-ยิมเลียก" ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์
'กรณ์' ข้องใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน 'เอกนิติ' บอกต้องเตรียมกระสุนไว้
'กรณ์' ถาม 'เอกนิติ' การจัดการปัญหาราคาน้ำมัน ชี้รัฐบาลบริหารพลาดพลั้งในหลายมิติ ผลักภาระให้ประชาชน แต่โรงกลั่นได้กำไร ข้องใจต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ ขุนคลังลั่นหากจำเป็นก็ต้องใช้มาตรา 172

