'ชัยชนะ' ยื่น กมธ.ปปง. สอบขบวนการลักลอบขนน้ำมัน เดือนละ 30 ล้านลิตร ไปเมียนมา

“ชัยชนะ” ยื่น กมธ. ปปง. สอบปมลักลอบขนน้ำมันที่ท่าเรือเชียงแสนไปเมียนมา ทั้งที่รัฐบาลสั่งห้าม จี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบเส้นเงินคนซื้อ เอาเงินสแกมเมอร์-พนันออนไลน์ มาฟอกหรือไม่
 
5 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.40 น. ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการลักลอบขนน้ำมัน 

นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดเชียงราย พื้นที่ท่าเรือเชียงแสน ว่าขณะนี้ มีการลักลอบขนน้ำมัน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงวันนี้ เป็นน้ำมันเบนซิน 6,400,000 ลิตร ประมาณเดือนละ 30,000,000 ลิตร เข้ามายังท่าเรือเชียงแสน โดยใช้เรือหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน ซึ่งทราบว่าขนาดนี้มีเรือจันทร์แก้วมณีเกาะ แจ้งขึ้นที่ท่าเรือเชียงแสน และนำส่งไปยังประเทศลาว แต่จากการตรวจสอบของประชาชนที่ร้องเรียนมานั้นคือเรือดังกล่าวจะขึ้นน้ำมันเพื่อส่งไปยังประเทศลาว แต่แท้จริงแล้วน้ำมันโดนส่งไปยังประเทศเมียนมา แสดงให้เห็นว่ามีการหละหลวม และส่อทุจริต เนื่องจากรัฐบาลสั่งห้ามขายน้ำมันให้เมียนมา ตั้งแต่เดือนก.พ.

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาน้ำมันที่แจ้งถูกต้องหรือไม่ เรือที่เข้ามาทุกลำเดือนละ 30,000,000 ลิตรนั้น เป็นเรือสัญชาติอะไร ใครเป็นเจ้าของ ถ้าน้ำมันนี้ ซื้อถูกต้องให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ซื้อ และตรวจสอบเส้นทางของผู้ซื้อว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ หรือพนันออนไลน์หรือไม่ และให้หน่วยงานตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย ตนจึงยื่นหนังสือถึง กมธ.ฯให้ตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยต้องขอข้อมูลจากท่าเรือเชียงแสน ตรวจสอบปลายทางถูกต้องหรือไม่ หากเรื่องนี้มีการกระทำข้อเท็จจริง ต้องไปตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนที่เกี่ยวข้องบ้าง เพราะเรือทุกลำมี GPS บอก และคนที่ได้ประโยชน์ชัดเจนที่สุดคือเจ้าของน้ำมันที่ซื้อน้ำมัน เพราะขายในเมียนมาในราคาจะแพงกว่า 

ด้านนายดาชัย กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมารัฐบาลมีการสั่งห้ามกันขายน้ำมันไปยังเมียนมา ซึ่งจะต้องมีการสำแดงน้ำมัน แต่กลุ่มผู้ซื้อจากเราสั่งน้ำมันจากไทยสำแดงไปแล้ว แต่ความจริงที่แขวงบ่อแก้ว ก็ไม่มีคลังน้ำมัน และใช้น้ำมันเดือนละไม่กี่ล้านลิตร ปรากฏว่า ด่านศุลกากรที่ปล่อยให้เรือออกไป เขาก็มีหน้าที่ปล่อยตามเอกสาร แต่ไม่สามารถมีอำนาจยับยั้งได้ ว่าปลายทางไปที่ไหน 

“จากการตรวจสอบมีชาวลาวนำเงินยาเสพติด สแกมเมอร์ มาซื้อน้ำมัน โดยนำเงินลาวมาแลกเป็นเงินไทย และจ่ายให้กับผู้ขายโดยตรง เพื่อส่งน้ำมันออกไป หากน้ำมันจะไปลาวจริง สามารถข้ามสะพานที่ด่านเชียงแสนง่ายกว่า ทำไมต้องมาลงเรือ จึงเป็นเรื่องที่ผิดสังเกต ดังนั้นอยากที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินของคนที่ซื้อน้ำมันอย่างละเอียด”นายดาชัย กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัยชนะขอโทษ พร้อมให้ตรวจ ปชป.ขึงขังคุ้ย

ชัยชนะ” ขอโทษประชาชน ข่าวตบบ้องหูทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ลั่นพร้อมร่วมมือให้ตรวจสอบ “ชวน” บอกทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

'ชัยชนะ' ยันไม่ได้ตบบ้องหู รอง ผกก. ขอโทษประชาชนทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ตนให้เกียรติและเคารพข้าราชการตำรวจมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าให้การสนับสนุนและปกป้องตำรวจ โดยเฉพาะในประเด็นด้านงบประมาณและกำลังพล

'สกลธี' เผย ปชป. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี 'ชัยชนะ' ก่อนมีมาตรการตามข้อบังคับพรรค

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถูกแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า เรื่องดังกล่าวพรรคฯจะมีความชัดเจนใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

'โรม' มองคดี 'ชัยชนะ' ทำร้าย รอง ผกก. ต้องดำเนินคดีให้เป็นเยี่ยงอย่าง ห้ามเลือกปฏิบัติ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ถูกแจ้งคงวามดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบบ้องหู รองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ กลางงานศพ

'ชัยชนะ' สส.เมืองคอน เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกาย รอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่

“ชัยชนะ” เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ รับทราบข้อหาและให้ปากคำคดีทำร้าย รอง ผกก.ทุ่งใหญ่ ยันพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย