'พิพัฒน์' เหน็บประชาธิปัตย์ ทวงสมบัติพ่อเฒ่า รักษาไม่ได้ก็แบ่งให้ภูมิใจไทยรับช่วงต่อ

"พิพัฒน์" ไม่กังวล ปชป. ยกวลี "สมบัติพ่อเฒ่า" ทวงคืนเก้าอี้ 14 จังหวัดภาคใต้ ย้อนมีโอกาส 30 ปีพิสูจน์แต่ทำไม่ได้ ควรให้คนทำได้มาช่วยดู ไม่ใช่มาทวงคืนสมบัติ สวนกลับให้ย้อนดูตัวเองอดีตเคยเฟื่องฟูส่งเสาไฟฟ้าลงยังชนะ แต่นับวันสส.ยิ่งหด หวัง ชาวสุราษฎร์ให้สส.ยกจังหวัด ย้ำ เป้าเดิมภาคใต้ได้ไม่ต่ำกว่า 31 ที่นั่ง

3 กุมภาพันธ์ 2569 - เมื่อเวลา 12.50 น. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยังตั้งเป้าได้สส.ไม่น้อยกว่า 31 เขต และขอฝากเบอร์ 37 ซึ่งเป็นคะแนนพรรคภูมิใจไทยด้วย ขณะที่ในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่พรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 7 เขต พรรคมีความมั่นใจในตัวผู้สมัครเดิมทั้ง 5 ท่าน โดยจะนำเสนอนโยบายต่างๆที่จะมาพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำบุคลากรที่มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าสภาให้ได้อีกครั้ง ส่วนอีก 2 ท่าน เราได้นักการเมืองรุ่นใหม่มาร่วมงาน ซึ่งหวังว่าจะนำน้องๆทั้ง 2 ท่าน เข้าสู่สภาเพื่อให้ได้ครบทั้งจังหวัด แต่ชาวสุราษฎร์ธานีจะให้สส.แก่พรรคภูมิใจไทยได้กี่คน ก็อยู่ในมือของพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะกาให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 7 เขต และกาเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทยหรือไม่

“พี่น้อง 14 จังหวัดภาคใต้ ต้องช่วยกันนำพรรคภูมิใจไทยเข้ามาสภาให้ได้มากที่สุด อดีตสส.ต้องพยายามเอาตัวเองกลับเข้าสภาให้ได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้คนรุ่นใหม่ที่มาร่วมอุดมการณ์กับภูมิใจไทยได้เข้ามาเสริมศักยภาพในส่วนที่เหลือนี่คือความตั้งใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” นายพิพัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีความกังวลเรื่องกระแสหรือไม่ เพราะคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยถึงการช่วยเหลือเยียวยาเหตุน้ำท่วม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่มีกระแส แต่คิดว่าการต่อสู้ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่อดีตเคยเป็นของพรรคสีฟ้า แต่จากการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ที่ผ่านมา พรรคสีฟ้าได้รับความนิยมลดลง และได้สส.ลดน้อยถอยลงมาตลอด ในอดีต 55 เขตเลือกตั้งในภาคใต้ ท่านได้ถึง 54 เขตเลือกตั้ง แต่วันนี้ทำไมเขาถึงหนีจากพวกท่านไป เรื่องนี้พรรคสีฟ้าต้องกลับไปพิจารณาตัวเองว่าในอดีตส่งเสาไฟฟ้าลงก็ปักธงได้ แต่วันนี้มีความพยายามเสนอตัวแทนของท่านในแต่ละจังหวัด แต่จำนวนสส.ก็ลดลงตลอด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยากก้าวก่ายในสิ่งต่างๆ แต่อยากให้ท่านกลับไปทบทวนว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พวกท่านทำอะไรให้พี่น้องใน 14 จังหวัดภาคใต้บ้าง และเหตุใดความนิยมจึงลดลง ถ้าท่านทำดีมาตลอดคิดว่าคนใต้รักพวกท่านอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่คนใต้เริ่มถอยห่างจากพวกท่าน เพราะพวกท่านพูดแล้วไม่เคยทำ ท่านคิดว่าภาคใต้เป็นสมบัติของพ่อเฒ่าแม่เฒ่า หมายความว่าต้องเลือกพวกท่านแน่นอน

แต่วันนี้ทุกพรรคการเมืองนำเสนอเรื่องนโยบายเพื่อพิสูจน์กันที่ผลงาน และการกระทำ แต่ในการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังคือปี 2562 พรรคภูมิใจไทยปักธงในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ได้ 8 ที่นั่ง ต่อมาปี 2566 ได้ 12 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จากหลายพรรคมาร่วมงานด้วย จึงมั่นใจว่าผลงานที่พรรคภูมิใจไทยทำมาตั้งแต่ปี 2562 และ 2566 พี่น้องใน 14 จังหวัดภาคใต้ รับทราบ และเห็นถึงความจริงใจในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงมอบหมายให้ตนเป็นแกนนำในการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ เพราะสิ่งต่างๆที่ทำ ตนกล้าพูดว่าเราสามารถที่จะทำให้คนใต้ได้เห็นว่าสิ่งที่เราพูดสิ่งที่เราได้ให้นโยบายจะสามารถขับเคลื่อนได้

“ผมอยากสะท้อนให้ท่านกลับไปดูหลังบ้านของท่าน ว่าทำไมท่านถึงมีจำนวนสส.ลดน้อยถอยลง วันนี้พวกท่านไม่มีนโยบายแล้วหรือถึงมาทวงสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ความหมายของวลีสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า คือสมบัติปู่ย่าตายายที่ทิ้งเอาไว้ แต่พวกท่านไม่สามารถรักษาไว้ได้ ในเมื่อรักษาไม่ได้ก็ควรให้พรรคที่มีความตั้งใจมีจิตวิญญาณในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้เข้ามารับช่วงต่อจากพวกท่าน ไม่ใช่มาทวงคืนว่าให้ดูแลสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ผมคิดว่าสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติที่ตายตัว แต่เป็นสมบัติที่มีชีวิตจิตวิญญาณ มีสมอง และความคิด ในเมื่อท่านไม่สามารถรักษาได้ ก็แบ่งปันให้คนอื่นไปช่วยดูแลรักษาแทนพวกท่านดีกว่าหรือไม่ เราไม่ควรปราศรัยบนเวทีแล้วมีการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อนำเรตติ้งของตัวเองกลับคืนมา ผมคิดว่าพวกเราควรพิสูจน์กันด้วยผลงานดีกว่า“ นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ ยืนยันด้วยว่า ตนไม่มีความกังวลที่มีการใช้วลีดังกล่าวในช่วงโค้งสุดท้าย แต่คิดว่าเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวของพวกท่านเอง แล้วไม่ต้องไปพูดว่ามีการกระทำสิ่งต่างๆ เพราะท่านทราบดีว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง การรณรงค์หาเสียงต้องใช้ยุทธวิธีการโน้มน้าวจูงใจมานำเสนอต่อประชาชน ซึ่งเป็นวิถีทางประชาธิปไตยอยู่แล้ว ตนจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น แต่ทำไมถึงใช้วลีนี้มาทวงกันช่วงเวลานี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!

'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน

'พิพัฒน์' แจงตั้ง 'ปลัดคมนาคม' คนใหม่ อายุราชการเหลืออีก 10 ปี พิจารณาคุณสมบัติ ไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ว่า

'พิพัฒน์' ลุยของบ 'พรก.เงินกู้' เปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นระบบไฟฟ้า เร่งเสนอภายใน ส.ค.นี้

นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ จากรถสันดาปเป็นรถ EV โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้​ 2 แสนล้านบาท​ว่า​ เรื่องนี้ตนได้หารือกับ​นายเอกนิ

นายทะเบียน ภท. เผย 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ลาออกพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 67

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่านายฉลอง ได้ยื่นใบลาออก โดยในหนังสือลาออก ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567

'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว

“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์