'สุรเดช' เตือน กกต. อย่าอยู่ใต้อาณัติใคร พลาดซ้ำเสี่ยง ม.157

‘สุรเดช’กระทุ้งกกต. ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก จัดการเลือกตั้งผิดพลาดหลายจุด ย้ำกล้าแจก ‘ใบเหลือง-ใบแดง'คัดคนดีเข้าสภา อย่าปล่อย ‘คนชั่ว-นักการเมืองสีเทา'เข้ามา ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ตัวเอง-พวกพ้อง ทำประเทศติดหล่ม ชี้วางตัวไม่เป็น กลาง อาจเจอร้อง ม.157

10 กุมภาพันธุ์ 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตสส.และอดีตสว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเลือกตั้งที่เสร็จสิ้นไปแล้วโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่เกิดความผิดพลาดในหลายจุดว่า ครั้งนี้ต้องยอมรับจริงๆว่ามีความผิดพลาดมากจริง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า กกต.ต้องปรับปรุงการทำงานให้มากกว่านี้ ที่สำคัญคือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะต้องตรวจสอบให้เข้มข้นและต้องนำคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย เราทราบกันดีว่า การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในบ้านเรามีมานานแล้ว ซึ่งกกต.ในอดีต อย่างช่วงปี2543 ที่มีกรรมการกกต. อย่างนายยุวรัตน์ กมลเวชช นายโคทม อารียา หรือสวัสดิ์ โชติพานิช ซึ่งการทำงานของกกต.ยุคนั้นมีความเข้มข้นมาก กว่าจะประกาศรับรองได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ มีการออกใบเหลือง-ใบแดงจำนวนมาก จึงอยากให้กกต.ปัจจุบันยึดถือการทำงานเหมือนกกต.ในอดีต ต้องศึกษาการทำหน้าที่ในอดีต เพื่อมาปรับปรุงในปัจจุบัน

"กกต. ถือเป็นด่านสำคัญในการคัดกรองคนดีที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าปล่อยให้มีการซื้อเสียงทุจริตคอรัปชั่นก็จะทำให้ในสภามีแต่สีเทาและนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองสีเทาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นจึงอยากฝากไปถึงกกต อย่าปล่อยผ่านคนที่ทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง และหากยังไม่มั่นใจ ก็ยังไม่ควรประกาศรับรอง สส. เพราะหากรับรองไปแล้วและมาสอยทีหลังก็จะยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อสส.เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแล้วซึ่งจะต้องโหวตกฎหมายต่างๆและหากถูกสอยทีหลังก็จะต้องมายื่นร้องหรือตีความกันอีกว่าสิ่งที่สส.ให้ความเห็นชอบหรือรับรองไปนั้นถือเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้นกกต. จะต้องตระหนักเรื่องนี้และให้ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าจะต้องเสียเวลามากก็ตาม"

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่ทำให้เสียเวลารัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ  นายสุรเดช กล่าวว่า แต่ถ้าเราปล่อยให้คนไม่ดีเข้ามาในรัฐสภา มาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เราเคยคิดตรงนี้กันหรือไม่  โดยเฉพาะถ้าคนๆนั้นเป็นพวกสแกมเมอร์ แล้วเข้ามาในสภา หรือเป็นรัฐมนตรีแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ และถ้าเป็นอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นเมื่อกกต.เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดในการดูแลการเลือกตั้ง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องทำงานให้เต็มที่เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาธิปไตยเบ่งงานมากที่สุด ในการที่จะพัฒนาชาติบ้านเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การทำงานของกกต.ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะมีทั้งบุคลากรและงบประมาณจำนวนมาก หากพบการทุจริตก็ควรแจกใบเหลืองหรือใบแดงเลย และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพียงแต่ต้องเร่งทำงานให้เร็วขึ้น แล้วประกาศการเลือกตั้งใหม่ 

"ความจริงเสียเวลา ยังดีกว่าการปล่อยให้คนไม่ดีเข้าสภา แล้วมาออกกฎหมายที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองหรือพวกพ้อง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย ถ้าเข้ามาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เหมือนกับปล่อยให้โจรเข้าสภา ซึ่งน่าเป็นห่วง และตอนนี้สังคมกำลังจับตากกต. อยู่ว่าจะทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรมหรือไม่ จึงอยากเตือนว่า กกต.ทั้ง 7 คนว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน ก็ควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ วางตัวเป็นกลางที่สุด เพราะพวกท่านสามารถชี้เป็นชี้ตายสส.หรือคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนได้ จึงต้องยึดความถูกต้อง ความเป็นธรรม สุจริตให้มากที่สุด หากกกต.ยังทำงานแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาเจอคนร้องเรียนผิดตามมาตรา 157 แน่ ดังนั้นจึงอยากให้กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร เมื่อกกต.มีโอกาสมานั่งตรงนี้มากกว่าคนอื่น ก็ควรจะภาคภูมิใจ ดังนั้นก็ควรจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม การซื้อสิทธิขายเสียงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ เพราะอยู่คู่กับประเทศไทยเรามานานแล้ว แต่ก็ขอให้มีให้น้อยที่สุดก็แล้วกัน" นายสุรเดช กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. โร่แจงคดีฮั้ว สว. ยันรวบรวมข้อมูลหลักฐาน 4 ผู้ร่วมเสวนาที่รัฐสภา พิจารณาอย่างรอบด้าน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงความคืบหน้าในการพิจารณา คำร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมาย กำหนด โดยกกต.ได้รวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน

'สุรเดช' ชี้ไฟไหม้ซ้ำรอยซานติก้า-เมาน์เทนบี ซัดรัฐไม่เคยล้อมคอก จี้เอาผิดเจ้าของ-จนท.

'สุรเดช' ฟาดแรง ไฟไหม้ผับคร่าชีวิตประชาชน ตอกย้ำ 2 บทเรียน ซานติก้า -เมาธ์เท่นบี ไม่เคยล้อมคอก แค่ลูบหน้าปะจมูก สาเหตุเดิม ซัด ตบมือข้างเดียวไม่ดัง จนท.-เจ้าของกิจการ เห็นแก่ได้ ไม่คำนึงความปลอดภัยประชาชน จี้ เอาผิดอาญา-แพ่ง ลั่น งานนี้ต้องมีคนติดคุก ต่อไปต้องไม่มีผับแบบนี้ในประเทศอีก

'รมว.ยธ.' ยันส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน โต้ 'ไอติม' บอกล่าช้า แจงต้องรอผล กกต.ประกอบ

‘รุทธพล’ ระบุส่งฟ้องคดีฮั้วสว.ตาม พยานหลักฐาน หลัง ‘พริษฐ์’ จี้ล่าช้า บอก ต้องรอผลจากกกต.พิจารณาประกอบด้วย

ร้องเอาผิด 'สมชัย' พ่วง 'สส.ผึ้ง' ปมตั้งอนุ กมธ.

มีผู้เข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตกกต.สมชัย-สส.พนิดา กรณีการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมาธิการ โดยอ้างว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและมาตรฐาน

คิดให้ดี! กกต. ตัดจบ 'คดีฮั้ว สว.' เปิดช่องล้มรัฐบาล

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอฟ้องศาล

'สุรเดช' จี้ กมธ.งบฯ 70 สแกนงบ AI ทุกกระทรวง หวั่นใช้บังหน้าหาผลประโยชน์

'สุรเดช' ขอ กมธ.งบฯ70 ฟังข้อกังวลทุกฝ่าย ปรับ-ลด นึกถึงประชาชนในช่วงวิกฤติเป็นหลัก ลั่น จัดสรรงบ อย่าแบ่งแยกฝ่ายค้าน-รัฐบาล จี้ สแกนงบไอเอ 'ดีอี-หลายกระ