นักวิชาการธรรมศาสตร์ประเมิน แม้ศาลเพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าของ "โดนัลด์ ทรัมป์" แต่สหรัฐฯ อาจออกเครื่องมือใหม่กดดันการค้าอีกระลอก แนะไทยเดินตามแผนเดิม เสริมศักยภาพแข่งขัน หาตลาดใหม่ และสร้างอำนาจต่อรอง
22 กุมภาพันธ์ 2569 - ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งเพิกถอนมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยระบุว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว เชื่อว่าทรัมป์ก็จะหามาตรการหรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อดำเนินการจัดเก็บภาษีให้ได้เหมือนเดิม และที่สุดแล้ว มาตรการทางภาษีหรือการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ จะต้องกลับมาในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชัดเจนว่า ทรัมป์ใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นแม้ว่าศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว แต่ประเทศต่างๆ ก็คงอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมรับมือเครื่องมือใหม่ๆ ก็ทรัมป์ ส่วนตัวคิดว่าให้จับตาดูถึงสักช่วยปลายเดือน มิ.ย. หากถึงตอนนั้นแล้วยังไม่มีเครื่องมือใหม่ๆ ออกมา เชื่อว่าสถานการณ์การค้าของโลกน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ด้วยเช่นกันเพราะมากไปกว่าผลการตัดสินของศาลสหรัฐฯ คือสภาพเศรษฐกิจการค้าการแข่งขันของประเทศไทยเองที่กำลังเผชิญปัญหาอันซับซ้อน ซึ่งก็คือศักยภาพการแข่งขันที่ลดถอยลง ดังนั้นโจทย์ใหญ่จึงอาจไม่ใช่แค่ความกังวลกับมาตรการทางภาษีสหรัฐฯ แต่เป็นเรื่องของการหาตลาดใหม่ๆ การสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า ไปจนถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแข่งขันของแต่ละประเทศในปัจจุบัน ไม่ได้แข่งกันด้วยมาตรการทางภาษี แต่แข่งกันด้วยคุณภาพของสินค้าและความสามารถในการลดต้นทุนเป็นหลัก เพราะถึงแม้จะไม่เจอมาตรการภาษีทรัมป์ แต่หากหันไปทางยุโรปก็จะเจอกับการกีดกันผ่านมาตรการทางสิ่งแวดล้อมอยู่ดี ฉะนั้นเศรษฐกิจโลกยุคใหม่จึงไม่ใช่การสู้กันทางภาษี แต่สู้กันด้วยคุณภาพของสินค้าและนวัตกรรม การที่เราต้องกังวลเรื่องภาษีก็เพราะเรายังต้องขายสินค้าแข่งกับชาวบ้าน ซึ่งถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะมีหรือไม่มีมาตรการทางภาษี ประเทศไทยก็จะลำบาก
“ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อไปตามแผนเดิมประหนึ่งว่าไม่มีการตัดสินจากศาล คือทำให้เหมือนว่ามาตรการภาษีทรัมป์ยังคงอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นใหม่ ที่อย่างน้อยแล้วคงไม่มีทางแย่ไปกว่าเดิม หรือถ้ากลับมาเหมือนเดิมเราก็สามารถใช้โจทย์เดียวกับที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้ ที่สำคัญคือเราต้องกลับไปปรับปรุงภาคธุรกิจ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ เพื่อพัฒนาสินค้า รวมถึงเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ๆ น่าจะดีกว่า” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว
ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ประเทศไทยถูกพูดถึงว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย เพราะเรายังไม่ปรับโครงสร้างการผลิต ฉะนั้นหากมัวแต่รอการเจรจารอบใหม่โดยที่ไม่ได้ปรับตัว จะเป็นแค่การเอาตัวรอดในระยะสั้นซึ่งไม่ยั่งยืน อาการป่วยคงไม่หาย เวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่ประเทศไทยจะตั้งหลักได้มากขึ้น โจทย์สำคัญคือควรมองเรื่องของการพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยมากกว่าการแก้ปัญหาสงครามการค้าแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะต่อให้ครั้งนี้เรารอด ถ้าครั้งหน้าเราไม่พร้อมก็จะเจอปัญหาอีก ดังนั้นนอกจากเรื่องของการเจรจาแล้ว เราควรเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ หรือกลับมาปรับปรุงโครงสร้าง ตลอดจนให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องเชิงนโยบาย ซึ่งควรจะมีการวางแผนในเรื่องนี้และเดินหน้าตามแผนที่ถูกวางไว้ให้ต่อเนื่อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กรณ์’ ชี้ ‘ภาษีทรัมป์ 10%’ แนะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสการค้าไทย-โลก
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ผ่านเพจส่วนตัว โดยระบุว่า ผ่าแผน ‘ทรัมป์’ ใช้ช่องกฎหมาย 150 วันจากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ
ศาลสั่งให้แพ้ภาษี ‘ทรัมป์’ด่ากราด!
ศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชี้ใช้อำนาจฉุกเฉินเกินขอบเขต ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ โจมตีผู้พิพากษา
'ภาษีทรัมป์' ใหม่ 10% ข่าวดีสำหรับการค้าไทย การค้าโลก
นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

