ดร.ณัฏฐ์ ชี้ฝ่ายค้านชูธีม "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว" เป็นเพียงสีสันทางการเมือง ในชั้นแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฝ่ายค้านไม่อาจล้มรัฐบาลได้
8 เมษายน 2569 - สืบเนื่องรัฐบาลกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 พรรคฝ่ายค้าน นำโดยอนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาขน ระบุว่า จะใช้ธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” พร้อมส่งขุนพลอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ระบุว่า ในชั้นคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคหนึ่ง มีความแตกต่างการยื่นญัติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคหนึ่งเนื่องจากในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนํามาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่
กรณีตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าว โดยระบุว่า ใช้ขุนพลประมาณ 20 คน เพื่ออภิปรายนโยบายของรัฐบาล โดยใช้ ธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” เป็นการลอกเลียนมาจากวาทกรรมทางการเมืองที่ว่า “พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว” เป็นลักษณะเชิงเสียดสีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมา ย่อมสามารถกระทำได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ ถือเป็นเพียง “สีสันทางการเมือง” เพราะในชั้นแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี กฎหมายกำหนดให้แถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะนำไปใช้เป็นนโยบายสาธารณะ หมายความว่า เอานโยบายของแต่ละพรรคฝ่ายรัฐบาลมากลั่นกรองเป็นนโยบายเดียว เป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในการขับเคลื่อนและใช้ในการบริหาราชการแผ่นดิน
พูดภาษาชาวบ้าน คือ การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะมีอำนาจเต็ม ส่วนการนำนโยบายของรัฐบาลผสม มาขับเคลื่อนเป็นนโยบายสาธารณะ การเปิดอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน จะดุเดือดเลือดพล่านเพียงใด เป็นเพียงข้อเสนอแนะในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น ไม่สามารถล้มรัฐบาลในชั้นนี้ได้
ประเด็นในการแถลงนโยบาย รัฐธรรมนูญกำหนดให้เพียงคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ ต้องไม่ขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยในเงื่อนไขหลัก นโยบายที่จะนำไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนํามาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยในการแถลงนโยบาย ย้ำว่า ไม่มีประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจแก่รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะรัฐมนตรี ทั้งกฎหมายห้ามเด็ดขาดในการลงมติความไว้วางใจ
ส่วนที่ถามว่า ปปช.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตรงกับวันแถลงนโยบายของรัฐบาล กระทบต่อฝ่ายค้านหรือไม่ ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ต้องดูว่า ปปช. ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาในวันที่ 9 เมษายน 2569 หรือไม่ หากยื่นต่อศาลฎีกาจริง ต้องดูว่า หากยื่นแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งในวันเดียวกันหรือไม่หากศาลฎีกาใช้แนวทางเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อยื่นแล้ว ต้องรอเลือกองค์คณะจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามจำนวนที่กำหนดแล้ว จึงจะมีคำสั่ง รับคำร้องหรือสั่งให้แก้ไขคำร้อง หมายความว่า หากใช้แนวเดียวกับคดี อม. หาก ปปช. ยื่นแล้ว ต้องรอคัดเลือกองค์คณะศาลฎีกาจากที่ประชุมใหญ่ มาเป็นองค์คณะรับผิดชอบสำนวนคดี ก่อนที่จะมีคำสั่งรับคำร้องของ ปปช. ผู้ร้องหรือไม่ หากใช้แนวเดียวกัน ที่ผ่านมาอาจใช้ระยะเวลาพอควร บางคดีใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ ปปช. ยื่นต่อศาลฎีกา หากคดีอยู่ในอำนาจศาลฎีกาแล้ว ถือเป็นดุลพินิจของศาล ส่วนจะใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เป็นมติเสียงข้างมากขององค์คณะ
ส่วนที่นายณัฐพงษ์ฯ ระบุว่า ปปช. ฟ้องคดีกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ประหนึ่ง จะใช้ประชาชนเป็นโล่กำบัง ดร.ณัฏฐ์ ตนแนะนำว่า ให้นายณัฐพงษ์ฯกับพวก ไปพิสูจน์ตนเองในกระบวนการยุติธรรมให้สิ้นกระแสความก่อน เพราะจริยธรรมร้ายแรง เป็นคุณสมบัติของรัฐมนตรี กรณี ปปช. จะยื่นฟ้องศาลฎีกาในวันเวลาใด เป็นดุลพินิจของฝ่ายกฎหมาย ปปช. ไม่มีใครแทรกแซงหรือไม่มีใครไปกลั่นแกล้งทางการเมือง ตามพุทธภาษิตว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปชน.' ยื่นร่างแก้ไขรธน. เพิ่มเติมหมวด 15/1 สัปดาห์นี้ ชู สสร.มาจากเลือกตั้ง ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษ สว.
ไอติม เผยพรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (เพิ่มเติมหมวด 15/1) ทั้งหมด 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ เปิดกรอบเนื้อหา: สสร. มาจากการเลือกตั้ง - มีทั้งตัวแทนพื้นที่-ตัวแทนเชิงประเด็น - ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.
สว.แสลงใจ 'ระบอบสีน้ำเงิน' เช็กบิลพรรคส้มจันทร์นี้
สภาเดือด จับตา สว.ทนไม่ไหว นัดรวมพลแถลงฟาด หัวหน้าเท้ง – พรรคประชาชน รับไม่ได้ระอบสีน้ำเงิน
'เด็กส้ม' เลกเชอร์ 'ดร.เชน' อย่าตัดทอนปัญหาโกงแค่เรื่องปากท้อง
“วิสุทธิ์” งัดข้อมูลสวน “ยศชนัน” บอกการคอร์รัปชั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อย่าตัดทอนปัญหา ชี้ความมุ่งมั่นทางการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกไม่ใช่แค่ปากท้อง
สส.ส้มจี้รัฐบาลเร่งแก้กม.ให้สอดรับการสมรสเท่าเทียม
"ณัฐวุฒิ" กระทุ้ง 'รัฐบาล' เร่งแก้กฎหมายให้สอดรับ "สมรสเท่าเทียม" หลังผ่าน 480 วันยังไม่เสร็จ ย้ำ ต้องใส่ใจคุ้มครองสิทธิทุกคู่สมรส ไม่ทำเดือนไพรด์เป็นเพียงอีเวนต์รายปี
อัด ปชน. มองการเมืองคับแคบ วิจารณ์องคมนตรีจนกลายเป็นตลกร้าย
อดีตบิ๊ก ศรภ. วิจารณ์พรรคประชาชน กรณีออกมาตั้งข้อสังเกตองคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล โดยระบุว่าเป็นการหารือเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเมือง พร้อมมองว่าการออกมาวิพากษ์วิจ
จากเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ ถึงไทย บทบาท องคมนตรี กับการรับฟัง-แก้ปัญหาประชาชน
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 มีท่าทีทางการเมืองจาก"พรรคประชาชน"ที่สื่อสารผ่าน เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง

