
ลูกพรรคภูมิใจไทย ยกโขยงวอนนายกฯ หนู ปราบมาเฟีย – กลุ่มผู้มีอิทธิพล ฉวยโอกาสเข้าแสวงหาผลประโยชน์สวนปาล์มหมดสัมปทานในพื้นที่
8 มี.ค.2569 – จากกรณีสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 23,000 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าร่อ -ป่าสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังหมดสัมปทานนานหลายปี แต่ยังมีต้นปาล์มออกผลผลิตอยู่ในพื้นที่จำนวนหลายหมื่นต้น ได้ถูกกลุ่มผู้มีกลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปจัดสรรจับจองแบ่งอาณาเขต เก็บผลผลิตปาล์มน้ำมันออกมาขายเดือนละกว่า 100 ล้าน และยังใช้พื้นที่ดังกล่าวทำคอกเลี้ยงวัวเถื่อนจำนวนมาก ที่อีกทั้งยังใช้เป็นที่พักหลบซ่อนของแก๊งค้าแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด และสิ่งกฎหมายอื่นๆ ที่ลักลอบน้ำเข้าจากประเทศเมียนมา บริเวณชายแดนด้านตำบลรับร่อ ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุม
พร โดยทำกันเป็นกระบวนการ มีเจ้าหน้าที่รัฐบางคน บางกลุ่มเกี่ยวข้องรับผลประโยนชน์ด้วย
ล่าสุด นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.ชุมพร เขต 2 และนายสุพล จุลใส สส.ชุมพร เขต 3 โดยสส.ทั้ง 3 คน สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถึงแนวทางการแก้ปัญหาพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่เข้าไปกระทำความผิดยึดครองในพื้นที่
โดยนายกรัฐมนตรี ได้รับเรื่องพร้อมได้สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ดำเนินการ และเตรียมลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดด้วย
นายกิตติศักดิ์ ระบุว่า ปัญหาสวนปาล์มหมดสัมปทานดังกล่าวแยกเป็น 2 พื้นที่เกี่ยวเนื่องกันตามที่บริษัทเอกชนได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อ-ป่าสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อทำการปลูกสร้างสวนป่าและไม้ยืนต้น อยู่ท้องที่ตำบลหงษ์เจริญ เนื้อที่ 7,109 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา ท้องที่ตำบลรับร่อ อำเภอ ท่าแซะ จังหวัดชุมพร เนื้อที่ 16,256 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา ซึ่งหมดสัมปทานมานานแล้ว
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่าพื้นที่ป่าดังกล่าวหลังกลับคืนสู่การครอบครองดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง แต่กลับปล่อยละเลยไม่ดำเนินการใดๆให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐบางราย บางกลุ่มอาศัยช่องว่างในช่วงสุญญากาศเข้าไปบุกรุกยึดครองและเก็บผลผลิตในพื้นที่เพื่อ แสวงหาผลประโยชน์อย่างอุกอาจและท้าทายโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย
“ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านและได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบการกระผิดหลายอย่างในพื้นที่ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่รับบางรายบางกลุ่ม มีการขุดคูเลสจัดสรรแบ่งเขตกันยึดครอง จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมัน และยังพบมีการทำคอกเลี้ยงวัวเถื่อนอยู่ตามจุดต่างๆ จำนวนมาก และเป็นที่ซ่องสุมในพื้นที่กระทำผิดกฎหมายอีกหลายอย่าง” นายกิตติศักดิ์ ระบุ
นายกิตติศักดิ์ ระบุว่า การแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อ-ป่าสลุย ตนเองได้ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานการบุกรุกเข้ายึดครอง โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย บางกลุ่ม อย่างอุกอาจท้าทายกฎหมายต่อนายอนุทิน พร้อมแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ด้วยการทำลายสวนป่าปาล์มน้ำมันที่มีอายุต้นปาล์มกว่า 40 ปี จำนวนหลายหมื่นต้นเสียทั้งหมด โดยวิธีการฉีดยาเข้าที่ต้นปาล์มน้ำมันให้ยืนต้นตาย เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายของทางราชการ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกป่าทดแทนเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งของราษฎรในพื้นที่ และตัดทำลายวงจรการใช้อำนาจหรืออิทธิพลครอบงำ เข้ายึดครองพื้นที่ดินและผลิตผลของพื้นที่ป่าดังกล่าวโดยลักลอบเก็บหาของป่าคือผลปาล์มน้ำมัน เพื่อการค้าหรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นได้เสนอขอให้กันพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะจัดทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าต้นน้ำสำคัญของจังหวัดชุมพร จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและประชาชน
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งให้กันพื้นที่บางส่วนซึ่งห่างไกลชุมชน และแยกขาดจากกันจากพื้นที่โซนป่าต้นน้ำที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ก่อสร้างเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย หรือโรงงานขยะ เพื่อลดปัญหาขยะล้นเมืองชุมพร เนื่องด้วยปัจจุบันจังหวัดชุมพรมิใช่แค่เมืองรองทางผ่านแต่เป็นเมืองที่กำลังขยายตัวและพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวหลักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งยังมิได้มีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งหากได้จัดสรรพื้นที่ดังกล่าวบางส่วนที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวก็ย่อมจะเป็นประโยชน์สาธารณะสำคัญยิ่งต่อประชาชนและประเทศชาติ “จัดสรรพื้นที่ป่าดังกล่าวบางส่วนเพื่อประโยชน์แก่การอยู่อาศัย และการทำกิน ของราษฎรผู้ยากไร้ โดยพิจารณาจัดสรรพื้นที่ป่าดังกล่าวบางส่วนตามขั้นตอน วิธีการของกฎหมาย โดยมอบหมายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรง รับคำขอและพิจารณาคำขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ และวิธีการของกฎหมายเพื่อการจัดสรรที่ดินป่าดังกล่าวแก่ราษฎรผู้ยากไร้อย่างแท้จริงและครอบคลุมประชาชนพื้นที่จังหวัดชุมพร” สส.ภท. ระบุ
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า และตนเองได้ขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องได้เร่งรัด จับกุม ดำเนินคดีถึงที่ถูกกับกลุ่มบุคคลอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐผู้เกี่ยวข้องกับการบุกรุก เข้าถือครองพื้นที่ดินป่าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย อย่างเด็ดขาดด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ห้ามขึ้นสินค้า-ขนส่ง นํ้ามันไม่ขาดใช้3เดือน แจงรายวันคลายกังวล
"ทูตสหรัฐ" เข้าทำเนียบฯ พบ "อนุทิน" คาดหารือวิกฤตตะวันออกกลาง
'สุขุม' ชี้ 'อนุทิน' มาถูกทาง สั่งตรึงราคาน้ำมัน ทันเกมวิกฤตพลังงานโลก เชื่อเป็นโอกาสรัฐบาลโชว์ฝีมือ
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของโลกและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจหล
'อนุทิน' เรียกประชุมด่วนติดตามสงครามอ่าวฯ 'อธิบดีกรมเอเชียใต้' รายงานยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อ
สั่งคุมเข้มสถานทูต2ขั้วในไทย
ไทยประเมินสงครามตะวันออกกลางลากยาว “อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ
'ยุทธพร' วิเคราะห์ยุทธศาสตร์อนุทิน รับมือวิกฤตตะวันออก-กลาง เน้นเป็นกลาง รักษาดุลการทูต
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์บทบาทของนายกรัฐมนตรีไทย ต่อสถานการณ์ความขั
นายกฯ ดูจุดเพลิงไหม้ ตชด. 21 ตรวจซากคลังสรรพาวุธ
นายกฯ ลงพื้นที่คลังสรรพาวุธ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จ.สุรินทร์ เพื่อตรวจสอบร่องรอยความเสียหายหลังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้

