"ดีเอสไอ" ยืนยัน คดีที่ดินเขากระโดง ยังไม่จบ - อยู่ในอำนาจ ปปช. - ศาล พร้อมสนับสนุนภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย
16 มีนาคม 2569 - กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น
ดีเอสไอขอชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีประชาชนจำนวนสองราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อดีเอสไอโดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวเขตร์สร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2464 ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ อันเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งร้องขอให้ดีเอสไอดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอโดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมคำพิพากษา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง และมีการประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) พบว่าเรื่องนี้มีการฟ้องคดีในศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันกว่า 18 คดี
โดยในส่วนคดีแพ่ง ได้มีคำพิพากษาฎีกาและคดีถึงที่สุดหลายคดี ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และได้มีคำพิพากษาศาลปกครอง ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ โดยกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวและมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบริเวณดังกล่าว 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องคดีที่ศาลปกครองเป็นอีกคดีหนึ่ง
สำหรับประเด็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ได้มีการกล่าวหาคณะกรรมการตามมาตรา 61 ทั้งต่อดีเอสไอ และ ปปป.ตร. โดยสำนวนในส่วน ปปป.ตร. นั้น ได้มีการส่งไปยังคณะกรรมการ ปปช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แล้ว สอดคล้องกับข้อมูลที่สำนักงาน ปปช. ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อสาธารณะก่อนหน้านี้
ดังนั้นดีเอสไอจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ปปช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ปปช. ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ปปช. มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการในเรื่องใด ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ดีเอสไอยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ อีกทั้ง เรื่องนี้ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี ดีเอสไอจึงส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน
ดังนั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมดตามที่สาธารณชนเข้าใจแต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน ทั้งนี้ดีเอสไอมุ่งมั่นในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษฯ และหลักนิติธรรมทุกประการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. ฟัน 'อดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด' ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา
‘ดีเอสไอ’ถอย! คดีเขากระโดง อ้างป.ป.ช.สอบ
“โฆษกดีเอสไอ” ยอมรับยุติสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวปมเขากระโดงแล้ว
แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คน ฮั้ว สว. เป็นขั้นตอนเสนอความเห็น ไม่มีผลผูกพัน กกต.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข่าวคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนซึ่งเป็นสว.ชุดปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคการเมืองและเครือข่าย
'ศักดิ์สยาม' โล่ง! 'ป.ป.ช.' ยกคำร้อง คดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ
'เลขาฯ ป.ป.ช.' คอนเฟิร์ม มติที่ประชุมใหญ่ ก.ย. 68 ยกคำร้องกล่าวหา 'ศักดิ์สยาม' คดีนอมินีถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ
จับตา! เป่าคดี 'ฮั้ว สว.' จุดเริ่มต้น 'กินรวบ' การเมืองไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย
มติอนุ กกต. 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้องฮั้ว สว. ชี้ 229 ราย ไม่มีมูลความผิด
คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณา สำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สว. ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

