"อดุลย์" แจงครั้งแรก ภารกิจกลาโหม ชี้โลกผันผวน-แบ่งขั้วชัดเจน ความมั่นคงไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหาร เตรียมรับมือทุกมิติ ชี้ความมั่นคงที่แท้จริงต้องพัฒนาจัดหาอาวุธเอง ยันเดินหน้าทหารอาสา เป็นกำลังรบ-สถาบันที่สร้างคน ลั่น “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”
10 เมษายน 2569 - จากนั้นเวลา 13.40 น. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจง ว่า ขอขอบคุณสมาชิกที่ยกประเด็นทหาร และความมั่นคงมาอภิปรายโดย ทั้งเรื่องของทหารอาสา และการจัดหายุทโธปกรณ์อุตสาหกรรมภายในประเทศ โลกปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอนแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจน ความมั่นคงของชาติคงไม่ได้หมายถึงเพียงการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยของประชาชน เสรีภาพ ภูมิภาค และความสามารถของประเทศ ที่ต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ซึ่งกระทรวงกลาโหม ในฐานะกระทรวงหลักความมั่นคงของประเทศ จะมีการขับเคลื่อนนโยบาย โดยมีอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน และการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก
พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ชายแดนของประเทศไม่ใช่เพียงแค่เส้นแบ่งเขตทางภูมิศาสตร์ แต่คือเส้นแห่งอธิปไตย คือแนวหน้าของความมั่นคง รัฐบาลจะมุ่งให้ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด ธรรมชาติ สแกรมเมอร์ ตนมีแนวคิดเรื่องความมั่นคงชายแดน จากที่มีโอกาสอยู่ชายแดนมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เด็กจนถึงเกษียณอายุราชการ ซึ่งกำลังพลที่อยู่ชายแดนมีความจำเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งหมายถึง ต้องมีน้ำในการอุปโภคบริโภคในการกินอยู่ ต้องมีไฟสว่าง มีทางที่ดี โดยเฉพาะจุดสูงข่มในการส่งกำลังบำรุงหรือการเติมกำลังลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ และมีสัญญาณโทรศัพท์
สำหรับความมั่นคงของชาติ ต้องตั้งอยู่บนความพร้อมรบ โดยกระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 ในมิติของเทคโนโลยี และหลายมิติเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ การจัดหายุทธโธปกรณ์ จัดดำเนินการภายใต้ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะการพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว เพราะความมั่นคงที่แท้จริง ไม่ใช่การมีอาวุธแต่ต้องมีความสามารถ และควบคุมศักยภาพเสริมสร้างกำลังรบตามนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานที่มีภารกิจในเรื่องการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ 2 ประเภทหลัก การแรกคือรูปแบบขององค์กรมหาชนและรัฐวิสาหกิจ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และบริษัทอู่ กรุงเทพจำกัด และอีกประการคือ หน่วยงานราชการ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ซึ่งทำหน้าที่คล้ายคลึงกัน เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยที่ผ่านมามียุทธโธปกรณ์ภายใต้การดำเนินงานของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 9 ชนิด ที่ประสบความสำเร็จ เช่น ระบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถี ส่งมอบให้แก่กองทัพบก เรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล ส่งมอบให้แก่กองทัพเรือ หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดส่งมอบให้แก่กองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และอากาศยานไร้คนขับ
พล.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้ใช้ยุทธโธปกรณ์ที่มีการพัฒนาในปี 2554 และทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการนำยุทธโธปกรณ์ที่ประดิษฐ์แล้วนำไปใช้ในกองกำลังสุรนารี และยืนยันว่าใช้ได้ผล ทั้งนี้โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีคือความได้เปรียบ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่เป็นแค่ผู้ใช้ เพื่อที่จะไม่ต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้นการลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ คือการลงทุนเพื่ออธิปไตย และการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
ส่วนอีกนโยบายที่สำคัญ ที่รัฐบาลจะมุ่งพัฒนา กำลังพลสำรอง คือทหารอาสา เราเห็นว่าประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสา หรือการสมัครใจ ซึ่งเรื่องนี้ขอให้มองเป็นโอกาสสำคัญของชีวิต กองทัพไทยไม่ใช่เพียงแค่กำลังรบ แต่เป็นสถาบันที่สร้างคน รัฐบาลใช้ระบบพัฒนาของทหารอาสาเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี จากระบบที่เคยมองว่าเป็นหน้าที่ และการเสียโอกาส จะยกระดับให้เป็นทหารที่ได้รับโอกาสการพัฒนาทักษะ สร้างอาชีพและสร้างอนาคต ซึ่งโอกาสที่จะได้รับการฝึกสมรรถภาพร่างกายและระเบียบวินัย ค่าตอบแทนสวัสดิการและเงินสะสม เพิ่มวุฒิการศึกษาและฝึกวิชาชีพที่ต้องการ และโอกาสในการเลือกอาชีพหลังปลดประจำ ทหารอาสาจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสริมความมั่นคงของชาติ และต้นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศในระยะยาว
“ผมยืนยันว่าจะตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและนอกกองทัพ กระทรวงกลาโหมพร้อมที่จะรับคำแนะนำ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทหารอาชีพ พร้อมทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ ทุกนโยบายด้านความมั่นคงจะยึดอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลาง ความมั่นคงของประเทศไม่ได้เกิดจากอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ความร่วมมือทุกภาคส่วน และกองทัพมีความพร้อมทุกมิติ ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหม จะทำหน้าที่เต็มกำลังเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชน ด้วยหลักการที่ว่าเราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ” รมว.กลาโหม กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน
'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก
นายกฯ เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ วางยุทธศาสตร์ไทยในระเบียบโลกใหม่
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเป็นประธานเปิดงาน The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่
‘สุรเดช’ ซัด ‘รมว.กลาโหม’ พูดบั่นทอนทหาร ลั่นเหตุยิงทหารพรานต้องไล่ล่าถึงที่สุด
'สุรเดช' ประณามผู้ก่อเหตุยิงทหารพราน จวก 'รมว.กลาโหม' พูดบั่นทอนกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา ลั่น อุกอาจแบบนี้ต้องไล่ล่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่อย่างนั้นย่ามใจ ติง พูดคุยสันติสุข ถูกฝาถู
รมว.กลาโหม ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด
รมว.กลาโหม พร้อม เสธ.ทบ. ลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามสถานการณ์เหตุความไม่สงบ ย้ำเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด ดูแลกำลังพลและประชาชนเต็มกำลัง พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและสมเกียรติ
'หัวหน้า ปชป.' แนะวิธีดับไฟใต้! ต้องเดินหน้าพูดคุยควบคู่บังคับใช้กฎหมาย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลต้องเดินหน้าพูดคุยควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย
เพจดังถาม ‘ด้อมส้ม’ เหนื่อยไหม ท้อไหม ต้องแบก ‘รอมฎอน’
เฟซบุ๊กเพจ “เปิดโปง BRN” โพสต์ตั้งคำถามถึงผู้สนับสนุนพรรคประชาชน กรณี “รอมฎอน ปันจอร์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

