โฆษกรัฐบาล ไม่ตอบโต้ 'ศิริกัญญา' ค้านแจกคนละครึ่ง

โฆษกรัฐบาล เมินโต้ “ศิริกัญญา” ปมฉะคนละครึ่งพลัส ชี้ รบ.ดูแลค่าครองชีพอยู่แล้ว เผย ครม.จ่อคลอดแพ็คเกจเยียวยา ช่วยค่าไฟ-ปุ๋ย

15 เมษายน 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุถึงมาตราการคนละครึ่งพลัสว่า ไม่ใช่เวลาที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นเวลาที่ต้องเยียวยาค่าครองชีพให้กับประชาชน ว่า ตนไม่ตอบโต้ เพราะการดูแลค่าครองชีพของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ได้เริ่มโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งหลังจากนี้จะมีมาตราการอื่นออกมาเป็นชุดๆ จึงอยากให้ประขาชนและฝ่ายค้านติดตาม

เมื่อถามว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งหน้า จะมีมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเยียวยาประชาชนอะไรบ้าง น.ส.รัชดา กล่าวว่า จะมีมาตราการทยอยออกมา ทั้งเรื่องค่าครองชีพ โครงการคนละครึ่ง หรือมาตราการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย และเรื่องปุ๋ย ซึ่งจะออกมาเป็นแพ็คเกจ ยืนยันว่ารัฐบาลดูแลแน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น

‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น

นายกฯนั่งหัวโต๊ะเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 พรุ่งนี้ ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ  10 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศคือ ญี่ปุ่นและตุรกี  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ  โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ นายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทั้งนี้  รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า  “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่