
21 เม.ย.2569-ในช่วงตอบคำถามสื่อมวลชนของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในงานแสดงวิสัยทัศน์ ด้านนโยบายการต่างประเทศระหว่างงานพบปะสื่อมวลชน ในหัวข้อการทูตในโลก ที่เปลี่ยนแปลง ไทยกำลังมุ่งไปทางไหน ( Thai Diplomacy in a changing world where are we heading?) ที่กระทรวงต่างประเทศเมื่อช่วงเย็นวันที่20 เม.ย . ที่ผ่านมา
นายสีหศักดิ์ ได้อธิบายถึงการทูต 2.0 โดยระบุว่า คือการทูตที่คลอบคลุมทุกมิติ การเมือง ความมั่นคงเศรษฐกิจ ภาคประชาชนและต้องไปทุกทิศทาง ผลประโยชน์เราอยู่ที่ไหนเราก็ต้องไป ไม่ว่าจะเป็น แอฟริกา เออีซี เอเชียกลาง และต้องไปไกลกว่าตัวเอง อย่าเอาผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้ง เพราะผลประโยชน์ของเราก็ไปโยงประชาคมโลกโดยรวม เพราะฉะนั้น ถ้าเราเป็นประเทศที่เขาจะเคารพ อยู่บนเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ก็ต้อง go beyond ไทยแลนด์
ซึ่งการทำงานต้องเริ่มจากในบ้านคือทีมไทยแลนด์ และสื่อมวลชนทุกท่าน โดยเราพยายามวางแผนไปข้างหน้าเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ ในทางการเมือง แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่าบทบาทของไทยในสถานการณ์ที่จะเข้าไปร่วมกำหนดระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนไป นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องเข้าใจว่าโลกมีผลกระทบอย่างไรแล้วไทยจะทำอะไรได้บ้าง ที่สำคัญคือไทยต้องมีพลังทางความคิด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำเอง เพราะเรื่องระเบียบโลกใหญ่เกินกว่าประเทศใครจะทำได้โดยลำพัง แต่เราต้องมีความคิดว่าระเบียบโลกที่ดีขึ้นนั้นควรจะเป็นอย่างไร จะมีการปรับเปลี่ยน และมีความเป็นธรรมมากขึ้นอย่างไร โดยต้องทำงานกับประเทศที่เป็นพันธมิตร เช่น อาเซียน
“เราก็ต้องมีแนวคิดก่อนที่จะผลักดัน ดังนั้นจุดเริ่มต้นคือว่าต้องคิดว่าจะทำอย่างไรในระเบียบโลกนี้ และปัญหาอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นบทบาทของประเทศที่เป็น middle power บางครั้งเราอาจจะเป็นตัวตั้งตัวตีก็ได้ โดยเน้นการสร้างพันธมิตรที่มีความเห็นตรงกันเป็นเรื่องๆ ประเด็นไหนที่ไทยมีศักยภาพเพียงพอ ก็ต้องกล้าหาญในการผลักดัน แม้จะเป็นเป้าหมายเล็กๆ เช่นปัญหาหลอกลวงออนไลน์ ก็ตาม“
เมื่อถามว่า การทูตเชิงรุกในกรณีที่สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เรามีความพยายามที่จะมีช่องทางสื่อสารไปทางอิหร่านมากที่สุด ทั้งโดยตรง หรือผ่านทางโอมาน เพื่อให้เรือของเราออกมาให้ได้ วันนี้ก็เพิ่งเจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอาเซอร์ไบจัน ได้ถามท่านว่ามีน้ำมันหรือเปล่า หรือเจอทางโอมาน และ รัสเซียก็ถามว่ามีน้ำมันเหลือหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำอยู่ เพราะไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือรุนแรงยิ่งขึ้นหรือไม่ ซึ่งความสัมพันธ์ต่างประเทศและการทูตก็จะช่วยตรงนี้ได้ ส่วนการจะซื้อขายอย่างไรก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศคือหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เช่นน้ำมัน ก๊าซ
เมื่อถามว่านโยบายสื่อสารเชิงรุกในการแก้ปัญหาโฆษณาชวนเชื่อและข้อมูลที่บิดเบือน มีกลยุทธ์ในการจัดการอย่างไร รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ต้องสื่อสารโดยตรง รวดเร็ว และโปร่งใสซึ่งทำได้ไม่ง่าย ยอมรับว่าตอนนี้“ ไอโอ”มีเยอะมาก แต่ยืนยันว่ากระทรวงต่างประเทศไม่มี แต่ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศที่ต้องชี้แจงให้มากขึ้นโดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ขึ้นมาเพราะเรื่องเฟคนิวส์ทำให้โน้มน้าวความรู้สึกของคน ส่งผลให้การกำหนดนโยบายยากขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เคลียร์ทุกข้อสงสัย! 'สีหศักดิ์' แจงยิบ ไทยเข้ากระบวนการ 'ประนอมภาคบังคับ' เจรจาเขตแดนทางทะเล
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แถลงข่าวท่าทีของไทยต่อกรณีกัมพูชายื่นเรื่องให้เลขาธิการสหประชาชาติเข้าสู่กระบวนการปองประนีประนอมภาคบังคับว่า เมื่อไม่มีช่องทางที่จะเดินไปสู่การเจรจาทวิภาคีแล้วก็มีความจำเป็นไปสู่กระบวนการ“ประนีประนอมภาคบังคับ”
'สีหศักดิ์' รายงานนายกฯ แผนรับมือเขมร ลากไทยเข้า UNCLOS
นายกฯ เข้าทำเนียบฯ 'สีหศักดิ์' รายงานแนวทางรับมือหลัง 'กัมพูชา' เดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS
เกม“ชายแดน-ประนอมภาคบังคับ” ไทยต้องไปให้สุดอย่ากลัว“สะดุดตอ”
สถานการณ์ชายแดนยังมีความวุ่นวายเป็นจุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีถนนฝั่งกัมพูชาตัดเข้ามาถึงชายแดน เอื้อต่อการส่งกำลังเพิ่มเติมเข้ามาเผชิญหน้ากับแนววางกำลังของทหารไทยในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี
"กัมพูชา"ป่วนชายแดน-เวทีโลก ส่องแผนรับมือแบบ"คู่ขนาน"
ในการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้พูดคุยหารือกับนายเอมมานูเอล มาครง (H.E. Mr.Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” โดยเฉพาะการย้ำจุดยืนของไทยในการแก้ไขปัญหาโดยสันติ

