นายกฯ ฝาก “หวัง อี้” อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาเปิดช่องแคปฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ พร้อมขอให้ขายปุ๋ยช่วยไทย -คุยแลนด์บริดจ์จากนี้ไทยต้องพิจารณาเข้มข้นขึ้น เผย จีนยินดีเป็นตัวกลางไทย-กัมพูชา พร้อมแจ้งท่าทีเขมรไม่อยากสู้รบแล้ว ลั่นความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน
24 เมษายน 2569 -เมื่อเวลา 14.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงถึงผลการหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ในการหารือแบบทางการได้มีการหารือที่กระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว ซึ่งท่านมีน้ำใจไมตรีแวะมาเยี่ยมนายกฯของไทย ซึ่งเราได้หารือและยืนยันความสัมพันธ์และการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ
เมื่อถามว่าได้มีการพูดถึงวิกฤตพลังงานในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พูดคุยทุกอย่างและขอให้จีนช่วยหากได้ไปเจรจาการเปิดช่องแคปฮอร์มุช เรื่องการบริหารการจัดส่งพลังงาน น้ำมันดิบ ก๊าซ ก็ขอให้นึกถึงประเทศไทยรวมไปในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่างๆจากตะวันออกกลางไปประเทศจีนต้องมีส่วนที่ผ่านประเทศไทย ซึ่งนายหวัง อี้ ก็บอกว่าขออย่าได้กังวลเพราะไทยและจีนมีความสัมพันธ์เปรียบเสมือนพี่น้องกัน ซึ่งตนถือโอกาสคุยเรื่องปุ๋ยว่าในวิกฤตการณ์พลังงานประเทศไทยน่าจะบริหารจัดการเรื่องน้ำมันได้ในสภาวะค่อนข้างนิ่งแต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคง เพราะเราไม่รู้สงครามจะยาวนานเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้เราให้ความมั่นใจว่าเรื่องน้ำมันไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหาแน่นอน ซึ่งได้มีการตรวจสอบกลุ่มปตท.และโลจิสติกส์ต่างๆแล้วประเทศไทยมั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำมัน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเรียนนายหวัง อี้ ว่าถ้าเราบริหารจัดการเรื่องน้ำมันได้แล้วก็ยังมีอีกสองประเด็นใหญ่ถ้าหากไทยได้รับการสนับสนุนจากจีน ประเทศไทยจะไม่มีปัญหาใดๆที่เป็นผลกระทบอย่างหนักจนรับไม่ได้จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเรื่องปุ๋ย อยากให้จีนพิจารณาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย ถ้าเขามีปริมาณมากเพียงพอเพื่อมาช่วยเกษตรกรชาวไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ถ้าเราสามารถจัดสรรปุ๋ยให้เพียงพอในประเทศได้ ซึ่งในเรื่องนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ไปเจรจากับรัสเซียด้วย ซึ่งถ้าจีนกับรัสเซียสามารถมีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายในประเทศไทยได้ก็จะทำให้ปัญหาหลักๆของไทยแก้ไปได้เยอะ
เมื่อถามว่าในส่วนของจีนได้มีการขอความร่วมมืออะไรจากไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศจีนบอกว่าไปกัมพูชามา ซึ่งเขายินดีเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เขาก็พูดมาว่าท่าทีของกัมพูชาต่อประเทศไทยเหมือนกับว่าไม่อยากสู้รบแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้าแล้ว ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว ทางจีนก็แจ้งให้ไทยทราบ ซึ่งเราบอกไปว่าเราไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านใดๆเลย แต่เราก็มีขั้นตอนที่จะพูดคุย เราต้องมีการสร้างกติกาขึ้นมาก่อนว่าการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์รื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกัน ความเชื่อถือ ความสัมพันธ์ นี่คือท่าทีที่ตนได้แจ้งนายหวัง อี้ ไป
เมื่อถามว่าทางจีนเข้าใจบรรยากาศของเราใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เข้าใจดี เราได้พูดกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไรและวิธีการแก้ไขควรจะต้องใช้แนวปฏิบัติเช่นใด เมื่อถามว่าจีนมายืนยันความเป็นกลางระหว่างไทยกับกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าเขามายืนยันความเป็นกลาง เขาบอกประเทศไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้อง ตนก็ยังบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ แต่จีนบอกว่าสำหรับจีนประเทศไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ เราไม่จำเป็นต้องให้เขามายืนยันอะไรว่าเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง แต่เราต้องดูท่าที
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยความร่วมมือในการปราบปรามสแกรมเมอร์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีการหารือกัน ซึ่งประเทศไทยย้ำว่าไทยให้ความร่วมมือในเรื่องของการปราบสแกรมเมอร์กับจีนมาก จะเห็นได้ว่าคนที่กระทำผิดและคนที่เป็นสแกรมเมอร์ตั้งแต่รุ่นใหญ่ถึงรุ่นเล็ก และการที่ประเทศไทยใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามสแกรมเมอร์ทำให้จีนได้ตัวคนเหล่านี้กลับไปดำเนินคดี ถ้าไทยไม่จริงจังในเรื่องนี้หรือพูดเฉยๆไม่ปฏิบัติป่านนี้คนเหล่านี้คงวนเวียนมาทำความผิดในประเทศไทย ซึ่งทางจีนก็เห็นถึงท่าทีของไทยและความจริงใจของไทยชัดเจน
เมื่อถามว่าจีนได้แสดงท่าทีมาลงทุนอะไรเพิ่มเติมในไทยหรือไม่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า มีลงทุนมาก ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบเซนเซอร์ต่างๆ หุ่นยนต์ เอไอทั้งหลาย ซึ่งเขามองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน
เมื่อถามว่า ที่นายกฯขับรถไฟฟ้าพานายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารกลางวัน มีการชวนเข้ามาลงทุนเรื่องรถไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรายืนยันว่าประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ถ้าต้องการให้ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากด้านใดขอให้แจ้งไปเป็นเรื่องๆ
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกัน สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ณ วันนี้เป็นต้นไปคงต้องมาพิจารณาอย่างเข้มข้น ซึ่งประเทศอินโดนีเซียเริ่มเปรยเรื่องการคิดค่าผ่านทางช่องแคปมะละกา ถึงแม้ว่ายังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุมแล้วต้องไปผ่านช่องแคป น่านน้ำของใคร มันเกิดความเสียหายมากขนาดไหน ซึ่งเราต้องพิจารณาของเราประกอบไปด้วย
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยเรื่องการยกเลิกMOU44 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีการพูดถึงเพราะเป็นประเด็นระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่เราดำเนินการภายใต้กรอบที่รัฐบาลไทยเห็นว่าควรจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในส่วนเรื่องของ MOU43 จะต้องใช้ระยะเวลาการศึกษาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันมีการดำเนินการ ทั้งนี้เราไม่ได้เลิก MOU44 เพราะเรามีความขัดแย้ง การสู้รบกับกัมพูชา แล้วไปเลิก MOU44 มันไม่ใช่ แต่ที่เราเลิก MOU44 เพราะว่า 25 ปีที่ผ่านมามันไม่ได้ไปไหนเลย ไม่คืบหน้าเลย และบริบทของโลกเปลี่ยนไปเยอะ สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไปเยอะ สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม เราก็ยกเลิกในสิ่งที่อยู่แล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆกับไทยและประชาชนชาวไทย ส่วน MOU43 เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของเรา ซึ่ง MOU43 มีความคืบหน้า มีข้อตกลง มีความเห็นร่วมกันมาแล้วระหว่างสองประเทศ ซึ่งหากยังไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาก็ยังดำเนินต่อไปได้ เมื่อถามว่ามีนักวิชาการแสดงความกังวลเรื่องการยกเลิก MOU44 นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีอะไรก็แล้วแต่ แต่การยกเลิก MOU44 ได้ผ่านมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แล้ว
เมื่อถามว่าการที่นายหวัง อี้ ระบุว่ากัมพูชาไม่อยากสู้รบแล้ว เหมือนกับว่าจีนพยายามเป็นตัวกลางใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไปพยายามเดาใจอะไรเขา เราต้องนึกถึงว่าประเทศไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นหรือไม่ ประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยของเราก็ยังมีอยู่ ดินแดนของเรายังเหมือนเดิม ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใดๆที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศไทยเป็นหลัก เมื่อถามว่ารวมถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ต้องไปพูดถึงตรงนั้น
เมื่อถามว่าแต่การกระทำทางกัมพูชามันสวนทางเพราะยังมีการเติมกำลัง มีการยั่วยุตามแนวชายแดน นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นเราก็ไม่รู้ว่าการยั่วยุในระดับไหนด้วยเหตุผลอะไร แต่ไม่ใช่การยั่วยุเพราะรัฐบาลสั่งมา และตราบใดที่เขายั่วยุแต่ยังอยู่ในเขตของเขา เขาไม่ได้มาล่วงล้ำดินแดนของเรา เราก็ต้องมีความอดทน เราต้องนิ่งพอ นิ่งให้เป็นและเราต้องไม่ยั่วยุกลับ ขอให้ทราบแต่เพียงว่าเกินเส้นนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่า ที่ขับรถพานายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารกลางวัน นายหวัง อี้ บอกว่าขับรถนิ่มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า บอกนึกว่ามีอาชีพขับแท็กซี่มาก่อน เมื่อถามว่าถือเป็นนายกฯคนแรกที่ขับรถให้นายหวัง อี้ นั่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’รีบบินกลับ!
"อนุทิน" รีบกลับไทยก่อนกำหนด ประชุมคอนเฟอเรนซ์กำกับสถานการณ์น้่ำท่วมกรุง รัฐบาลเตือน 25 จังหวัดเสี่ยงแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก ย้ำพื้นที่ฝนสะสมสูงเตรียมพร้อมอพยพ เปิดจุดจอดรถหนีน้ำฟรี
จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก
เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน
นายกฯโรดโชว์ แวะจีบอังกฤษ ลงทุนนวัตกรรม
นายกฯ โรดโชว์อังกฤษ ชูเสถียรภาพรัฐบาล ช่วยเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น ชวนเอกชนสหราชอาณาจักรลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต AI-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม
ไม่ต้องรอนายกฯกลับถึงไทย! 'อนุทิน' สั่ง รมต.-ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่น้ำท่วมทันที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งในการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมถึงงบประมาณแก้น้ำท่วมว่า ในด้านงบประมาณหากกรุงเทพฯ
นายกฯ สั่งตั้งศูนย์แถลงข่าวน้ำท่วม เริ่ม 27 ก.ย.นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ กล่าวในการร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ร่วมกับนายกรัฐมนตรีว่า
นายกฯ ประชุมผ่านคอนเฟอเรนซ์จากลอนดอน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ได้เรียกประชุมผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย

