'หมอระวี' ชี้ยืนตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ คะแนนเลือกตั้งไม่ตกน้ำ

แฟ้มภาพ

“หมอระวี” ยันต้องเดินตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จำนวน ส.ส.พึงมี  แนวทางจัดสรรปันส่วนผสม  ด้าน “สมคิด” ชี้บัตรเลือกตั้งสองใบจะคิดแบบเดิมไม่ได้ 

6 มี.ค.2565 – นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองและพรรคเล็กต่างไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งได้ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน และในชั้นกรรมาธิการตนเองจะแปลญัตติให้การคำนวณ ส.ส.ต้องยึดตามเนื้อหาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 93 มาตรา 94 ที่กำหนดเกี่ยวกับส.ส.พึงมี ของแต่ละพรรค ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นพ.ระวี กล่าวว่า โดยวิธีคำนวณจะให้นับทุกคะแนนจากบัตรเลือกตั้งทั้งแบบ ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วนำมาหารด้วย 500 ตามจำนวนส.ส.ทั้งสภาฯ แล้วนำคะแนนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคมาหารด้วยจำนวนดังกล่าว จะได้ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค พรรคใดได้ส.ส.เขตเต็มจำนวนแล้วจะไม่ได้ส.ส.เพิ่มเติม

“ วิธีการนี้ยืนยันว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไม่ให้คะแนนเลือกตั้งไม่ตกน้ำ จำนวนส.ส.พึงมี และแนวทางจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง” นพ.ระวี ระบุ

 เมื่อถามว่าแต่พรรคพลังประชารัฐก่อนหน้านี้ยืนยันแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เลือกตั้งด้วยบัตรสองใบจะเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ เพราะวิธีคำนวณนี้จะคล้ายคลึงกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นพ.ระวี กล่าวว่า สถานการณ์ของพรรคพลังประชารัฐในปัจจุบัน กับตอนที่แก้รัฐธรรมนูญไม่เหมือนเดิมแล้ว และเท่าที่คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีแนวโน้มที่ดีกับแนวทางดังกล่าว

ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพรรคการเมือง กล่าวถึง แนวทางคำนวณ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ว่า การคำนวณ ส.ส.เขต กับส.ส.บัญชีรายชื่อ มันต้องแยกกันเด็ดขาด เพราะใช้บัตรเลือกตั้งสองใบแล้ว เจตนารมณ์รัฐธรรมที่เราแก้มา ต้องการให้ชัดเจนว่า ส.ส.เขต ประชาชนจะเลือกใคร ใครชนะก็ได้เป็นส.ส. ใครแพ้ก็ไม่ได้เป็น ส.ส. คะแนนของคนแพ้ก็จบที่ตรงนั้น

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นความต้องการของประชาชนว่าชอบพรรคการเมืองไหนก็ให้เลือกพรรคนั้นแล้วนำคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อทั่วประเทศของทุกพรรค มารวมกันแล้วหาร 100 ตามจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ พรรคไหนได้คะแนนเท่าไหร่ก็ได้ส.ส.ไปเท่านั้น ทุกอย่างมันเจน

“ พรรคเพื่อไทยจะยืนยันในหลักการ  ส่วนท่านใดจะคิดอย่างไรก็มีสิทธิคิดได้ แต่จะทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งคงต้องมาถกกันในชั้นกรรมาธิการ และคำว่าส.ส.พึงมีนั้นเป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญใช้บัตรใบเดียว แต่วันนี้เราได้แก้รัฐธรรมนูญไปแล้วจะมายึดวิธีคิดแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว” นายสมคิด ระบุ. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลอดประสพ' กระตุก 'ภท.' คำนึงถึงเรื่องน้ำท่วมใหญ่ เหมือนพรรค 'ดร.เอ้-ดร.เชน' บ้าง

โลกอยู่ในภาวะร้อนขึ้นและรวนหนัก ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนและมีทะเลสองฝั่ง จึงคาดเดาได้ว่า ปัญหาจะเป็น ฝนหนัก น้ำท่วม การเตือนภัย การเผชิญเหตุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง

รัฐบาลปีม้าหนี'ทุนสีเทา'ไม่พ้น วัดใจ'พลังเงียบ'ชี้ชะตาประเทศ

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า

สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ

วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่

‘บิ๊กป้อม’ลงหลังเสือ ปิดฉาก‘ป.สุดท้าย’ทางการเมือง

การถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือ การปิดฉากทางการเมืองของ ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ แม้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ก็ตาม