'ศิริกัญญา' ชำแหละมาตรการช่วยเหลือประชาชน ชี้งบน้อย-ล่าช้า-ตกหล่น จี้รัฐบาลเลิกแจกสุ่มแบบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เตือนงบกลางเหลือไม่ถึง 2 หมื่นล้าน ฟันธงมิถุนายนนี้ มีกู้เงินมาแจกแน่นอน!
29 เม.ย.2569 - ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.เงา) ในมาตรการช่วยเหลือการเยียวยาผลกระทบจากพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตร ประมง และขนส่ง ว่า ใน ครม.นัดพิเศษได้มีการอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ค่อนข้างน้อย เพียงแค่ 3,000 ล้านบาท และพบปัญหาว่าล่าช้าน้อย และไม่ได้สัดส่วน รวมถึงตกหล่นอยู่มาก ซึ่งปัญหาของมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ตอนนี้คือมาตรการช่วยเหลือค่าขนส่ง ที่เมื่อคำนวณออกมาแล้ว อุดหนุนตกน้ำมันลิตรละ 2 บาท จากการรับฟังความคิดเห็นภาคขนส่ง พบว่ามีปัญหาการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และมีรถสาธารณะบางประเภทตกหล่น ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะมีความช่วยเหลือน้อยนิดมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการตกหล่น ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาคการขนส่ง แต่ยังมีเกษตรกรและชาวประมงที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจนถึงตอนนี้
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่อไป กลับกลายเป็นการเยียวยาแบบใหม่ที่เรียกว่าไทยช่วยไทยพลัส แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือคนละครึ่งที่ไม่ใช่คนละครึ่งจริงๆ แล้ว แต่เป็น 60:40 และอีกส่วนคือเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมเติมเดือนละ 100 บาท เป็น 1,000 บาท ถือว่าได้สัดส่วนมากขึ้น แต่ในส่วนของคนละครึ่งนั้น เป็นการเยียวยาแบบสุ่ม คือใครมาก่อนได้ก่อน หรือใครลงทะเบียนได้ก็จะได้รับความช่วยเหลือนั้นไป เท่ากับว่าคนที่สมควรที่จะได้รับการเยียวยา หากลงทะเบียนไม่ทันหรือไม่ได้ ก็จะหมดสิทธิ์และไม่ได้โอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งตนคิดว่าในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ถ้าอยากมุ่งเป้าจริง ไม่ควรใช้วิธีแจกแบบสุ่ม ควรแจกไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือไปเลย และเรายังคงคิดว่ามาตรการสำคัญที่ช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดกว่านี้คือการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งไม่ได้เรียกร้องว่าต้องลดหมดเลย แต่อาจจะปรับลดลงมา 1-2 บาท ก็น่าจะช่วยเหลือในภาพกว้างได้
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า มาตรการลักษณะนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศที่ใช้ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าหรือต้นทุนต่างๆเพิ่มขึ้นสูงเร็วเกินไป และจะเป็นภาระกับผู้บริโภค ส่วนเรื่องเม็ดเงินที่ต้องใช้สวัสดิการแบบสุ่มแบบนี้ต้องใช้สูงถึง 136,000 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีการช่วยเหลือแบบกระปริบกระปรอยอยู่เลย รัฐบาลน่าจะมีเงินก๊อกใหม่ที่เตรียมใช้เรียบร้อยแล้ว บนหน้าตักที่มีอยู่ตอนนี้ เฉพาะงบกลางเงินสำรองเหลืออยู่ไม่ถึง 20,000 ล้านบาท ถึงจะใช้ก๊อกสองเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท คงทำโครงการนี้ได้แค่เดือนเดียว ดังนั้น ไม่เกินเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. มีการกู้เงินแน่นอน และกู้เงินมาแจกแบบที่เกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น ถือเป็นข้อสังเกตที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น เพราะแหล่งเงินอื่นน่าจะยังมาไม่ทัน ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบ น่าจะต้องใช้ระยะเวลาไปถึงปลายเดือน ก.ค. รวมถึงงบประมาณปี 2570 ก้อนใหม่ที่จะใช้ได้เดือน ต.ค. นอกจากนี้ เราจะติดตามมาตรการด้านการเงินที่รัฐบาลจะออกมา ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จะมาเมื่อไหร่ อย่างไร
ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญาเป็น ครม.เงาที่ดูแลเรื่องการปฏิรูปรัฐ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.เงาจี้รัฐบาลเร่งปัดฝุ่น พ.ร.บ.'อากาศสะอาด-PRTR'
'เดชรัต' ขอ ครม.หยิบ พ.ร.บ.อากาศสะอาด-พ.ร.บ.PRTR พิจารณาก่อนครบเวลา 12 พ.ค.นี้ หากพบใครขวางทำกฎหมายสะดุด ปชน.พร้อมสู้เพื่อประชาชน
ไม่พลาด! เดชรัตซัดไลฟ์ขายทุเรียนผิดจังหวะ
'เดชรัต' ซัดปมไลฟ์ขายทุเรียนผิดจังหวะ เหตุตลาดยังไปต่อ ส่งพรีเมียมขายจีนได้ สอนมวยควรปั้นตลาดคุณภาพต่อ ส่วนของเกรดรองควรส่งเสริมหลังพ.ค.
ไหมตกกระป๋อง! เท้งแบ่งงาน ครม.เงาให้ 'วีระยุทธ' ดูเศรษฐกิจ
'ณัฐพงษ์' แบ่ง 4 งาน 'ครม.เงา' พร้อมตั้ง 'วีระยุทธ' ดูเศรษฐกิจ 'ศิริกัญญา' ดูแลการปฏิรูปรัฐ 'เดชรัต' ดูคุณภาพชีวิตใหม่ 'พิจารณ์' ดูความมั่นคงใหม่ จ้องไทยช่วยไทยพลัส-แลนด์บริจด์–ลดค่าไฟ-กฎหมายอากาศสะอาด
'ภราดร' ย้ำ 1 มิ.ย.ได้ใช้ไทยช่วยไทยพลัสแน่
'ภราดร' เผย นัดถก 'ครม.เศรษฐกิจ' นัดแรกจันทร์หน้าจ่อคลอด 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่ม ใช้ 1 มิ.ย.
'ปธ.วิปรัฐบาล' ไร้ปัญหา พรรคส้มตั้ง ครม.เงา ขอให้สร้างสรรค์ประชาชนได้ประโยชน์
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมตั้งครม.เงาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านและเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะได้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการติดตามประเด็นต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี โดยจะต้องดูว่าเนื้อหาสาระการทำงานของครม.เงาจะเป็นอย่างไร
ปชน.ชี้แต่งตั้ง 'ครม.เงา' สิ้นเดือนนี้ ลุยแบ่งงาน 4 ด้านหลัก
พรรคประชาชน ฟอร์มทีมครม.เงา สิ้นเดือนนี้ พร้อมแบ่งงาน 4 ด้านหลัก 'ความมั่นคง- เศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต-การปฏิรูปกฎหมาย" เดินหน้าทำงานให้คนไทยเห็นประเทศดีกว่านี้ได้

